14 พ.ค. เชียงใหม่ติดเชื้อ 1 คน สะสม 41 คน รายแรกในรอบกว่า 1 เดือน

14 พ.ค. 2563 จ.เชียงใหม่ ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 1 คน กลับมาจากการทำงานที่ จ.ภูเก็ต สะสม 41 คน รายแรกในรอบกว่า 1 เดือน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 'อนุทิน' ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจโรงพยาบาลสนาม ข้อมูล ณ 13 พ.ค. 2563 ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ตรวจไม่พบเชื้อ 35 วันติด จากการตรวจ 2,606 ราย จากเกณฑ์เฝ้าระวัง 2,701 ราย


เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สำหรับรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งจะเปิดดำเนินการในระยะแรกในช่วงปลายเดือน พ.ค. 2563 นี้ จำนวน 280 เตียง | ที่มาภาพ: ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่

14 พ.ค. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวสถานการณ์ COVID-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ประจำวันที่ 14 พ.ค. 2563 โดยนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และนายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดีผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ โดยได้ยืนยันว่าในวันนี้ จ.เชียงใหม่ ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 1 คน

ก่อนหน้านี้ในการแถลงข่าวประจำวันของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ระบุว่าผู้ป่วยรายใหม่ เป็นชายไทยอายุ 39 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่ แต่เคยทำงานภูเก็ต โดยออกจากภูเก็ต วันที่ 2 พ.ค. พร้อมลูกและภรรยา ได้รับการตรวจจากการค้นหาของ อสม.ในพื้นที่เชียงใหม่ พบว่าติดเชื้อ มีข้อวิเคราะห์พิจารณา คือ ผู้ป่วยภูมิลำเนาเชียงใหม่ มาจากภูเก็ตคือพื้นที่เสี่ยง ไม่มีอาการ อยู่ในวัย 20-39 ปี วัยทำงานและทำงาน สำคัญที่สุดลักษณะอย่างนี้ทำให้ไม่สามารถรับทราบได้ว่ามีอาการติดเชื้อหรืออย่างไร เป็นความสามารถการค้นหาของ อสม.ในพื้นที่ ต้องให้เครดิต อสม.สามารถดึงรายนี้มารับการตรวจและผลเป็นบวกยืนยัน ดังนั้น อยากสื่อสารคนที่มาจาก จ.ภูเก็ต ออกจากพื้นที่ไปในหลายๆ ที่ หากมีอาการอยากเข้ารับการตรวจก็เข้ามาได้เลย การมาตรวจโดยเร็วก็เจอโดยเร็วรักษาโดยเร็ว จัดการเชื้อโดยเร็ว

'อนุทิน' ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจโรงพยาบาลสนาม

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงพยาบาลสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่โรงพยาบาลสันกำแพง และโรงพยาบาลประสาท จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สำหรับรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งจะเปิดดำเนินการในระยะแรกในช่วงปลายเดือน พ.ค. 2563 นี้ จำนวน 280 เตียง แบ่งเป็นชาย 140 เตียง และหญิง 140 เตียง ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่แบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลของรัฐ โดยจะรองรับผู้ป่วยที่อาการดีขึ้นแล้ว แต่ต้องกักตัวสังเกตอาการ รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย (Mild case) เพื่อทำให้โรงพยาบาลของรัฐมีเตียงว่างสำหรับรองรับ ดูแลผู้ป่วยรายใหม่

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ได้เตรียมพร้อม สำหรับการเปิดเมือง หรือ REOPENING เชียงใหม่ ตามมาตรการและนโยบายของรัฐบาลที่จะประเมินสถานการณ์ โดยเพิ่มความเข้มงวดหรือผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการ โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 มากว่า 1 เดือนแล้ว แต่จังหวัดยังคงวางมาตรการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง พร้อมเตรียมโรงพยาบาลสนาม เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ COVID-19 กรณีที่อาจจะมีการแพร่ระบาดซ้ำรอบที่สอง

ท้ายนี้ ยังคงเน้นย้ำมาตรการที่สำคัญคือการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชน ด้วยการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ เว้นระยะห่างทางสังคม โดยไม่เข้าไปอยู่รวมกับผู้คนจำนวนมาก และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และเชื่อว่าหากประชาชนให้ความร่วมมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นี้ จะคลี่คลายและกลับสู่สถานการณ์ปกติอย่างแน่นอน

ณ 13 พ.ค. 2563 ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ตรวจไม่พบเชื้อ 35 วันติด จากการตรวจ 2,606 ราย จากเกณฑ์เฝ้าระวัง 2,701 ราย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เผยยอดผู้ป่วยโควิด-19 ภาคเหนือตอนบนไม่เพิ่ม 35 วันติด ยอดคงที่ 66 ราย รักษาหายกลับบ้าน 64 ราย (เสียชีวิต 2 ราย) ตรวจไม่พบเชื้อ 2,606 ราย จากผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 2,701 ราย รอผล 68 ราย

จ.เชียงใหม่ ป่วยยืนยัน 40 (+0) ราย/รักษาหาย 39 ราย/เสียชีวิต 1 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 1,583 ราย/ไม่พบเชื้อ 1,527 ราย/รอผล 56 ราย

จ.เชียงราย ป่วยยืนยัน 9 (+0) ราย/รักษาหาย 9 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 253 ราย ไม่พบเชื้อ 244 ราย

จ.แม่ฮ่องสอน ป่วยยืนยัน 5 (+0) ราย/รักษาหาย 5 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 78 ราย ไม่พบเชื้อ 73 ราย 

จ.ลำปาง ป่วยยืนยัน 4 (+0) ราย/รักษาหาย 4 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 201 ราย ไม่พบเชื้อ 191 ราย

จ.ลำพูน ป่วยยืนยัน 4 (+0) ราย/รักษาหาย 4 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 198 ราย ไม่พบเชื้อ 193 ราย

จ.พะเยา ป่วยยืนยัน 3 (+0) ราย/รักษาหาย 2 ราย/เสียชีวิต 1 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 157 ราย/ไม่พบเชื้อ 154 ราย

จ.แพร่ ป่วยยืนยัน 1 (+0) ราย/รักษาหาย 1 ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 93 ราย ไม่พบเชื้อ 88 ราย/รอผล 3 ราย (ข้อมูล ณ 12 พ.ค. 2563)

จ.น่าน ป่วยยืนยัน 0 (+0) ราย เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 138 ราย ไม่พบเชื้อ 136 ราย

ที่มาเรียบเรียงจาก: ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์  
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์