ฉายแสง #ตามหาความจริง : ทบ.สะเทือนใจ ตำหนิ 'ไม่ก้าวหน้า' ผบช.น. เผยหลักฐานครบ แต่ยังขาดผู้เสียหาย

จากกรณีฉายแสง #ตามหาความจริง รำลึก 10 ปี สลายชุมนุมเสื้อแดง กองทัพบกบอกสะเทือนใจและเสียใจ ตำหนิ 'ไม่ก้าวหน้า' ขณะที่ ผบช.น. เผยหลักฐานครบ แต่ยังขาดผู้เสียหาย

16 พ.ค.2563 หลังจาก 'Projection Bombing' หรือ 'Guerilla Projection' การฉายแสงที่ชื่อว่า Photo Series #ตามหาความจริง ตามจุดสำคัญๆ ต่างๆ เช่น วัดปทุมวนาราม กระทรวงกลาโหม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและรางรถไฟฟ้า ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงโดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและทหาร เมื่อปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การฉายแสงดังกล่าวสร้างความสนใจจำนวนมากในทวิตเตอร์ #ตามหาความจริง ยังขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ของประเทศไทยด้วย

15 พ.ค.ที่ผ่านมา สื่อหลายสำนักรายงานปฏิกิริยาจากภาครัฐตรงกันว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงการเตรียมรับมือการจัดกิจกรรมครบรอบการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ที่คณะก้าวหน้ายิงเลเซอร์ ค้นหาความจริง ว่า ยังไม่มีการพูดถึง เป็นการติดตามข่าวสารเพียงอย่างเดียว การจะไปพูดเรื่องในอดีตที่ละเอียดอ่อน เป็นความขัดแย้งของคนในสังคม มีความสูญเสีย ซึ่งกองทัพบกก็สะเทือนใจและเสียใจเช่นกัน

“ทีมโฆษกกองทัพบกต้องระมัดระวังที่ต้องพูดเรื่องนี้  สิ่งที่สื่อถามมายังไม่มีการพูดกันเป็นกิจจะลักษณะ ถ้าถามว่าเรื่องราวตรงนั้นเป็นอย่างไร ก็บอกได้ว่าทุกอย่างอยู่ในกระบวนการไปหมดแล้ว ไม่ใช่ไม่ได้ดำเนินการอะไร การยิงเลเซอร์จะช่วยอะไร เราก็ไม่รู้ ถ้าจะตามคดีต้องไปตามกับผู้ที่มีส่วนดูเรื่องคดีต่าง ๆ มากกว่า การไปทำอย่างนั้นไม่มีความชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วมีจุดประสงค์อะไร หลายคนน่าจะมองว่าเป็นการจุดประกายความขัดแย้งของสังคมมากกว่า ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ก้าวหน้า คือเราไม่อยากก้าวไปข้างหลังกัน นึกออกใช่หรือไม่ ตั้งแต่นั้นมาเราพยายามเดินหน้า ดังนั้นต้องระมัดระวังที่จะถอยหลังกันหมด และขณะนี้เราทำเพียงการตามข่าวเท่านั้น” โฆษกกองทัพบก กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในสัปดาห์หน้า พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต้องติดตามต่อไป แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมี เพราะสังคมปัจจุบันมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจะะไม่ได้เป็นการเดินหน้า

ผบช.น. เผยหลักฐานครบ แต่ยังขาดผู้เสียหาย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานด้วยว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ผบช.น. เปิดเผยว่า ข้อความเป็นเรื่องพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งข้อความดังกล่าวทหารต้องเป็นผู้พิจารณาว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นข้อความบิดเบือน ทั้งนี้หากทหารพิจารณาว่าข้อความเลเซอร์เป็นเท็จทำให้ได้รับความเสียหาย แล้วมาร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการตามขั้นตอนให้ ซึ่งตอนนี้ทราบว่าทางทหารยังอยู่ระหว่างการพิจารณารวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะที่ในส่วนของตำรวจได้พิสูจน์ทราบว่ามีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานว่ามีการฉายเลเซอร์ที่ใด มีข้อความอะไรบ้าง ทั้งหมดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามหากใครคิดว่าตนเองได้รับความเสียหาย ให้มาร้องทุกข์ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการให้

“ในช่วงเดือนพฤษภาคม มีเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ ทำให้มีกลุ่มคนอยากให้หวนนึกถึงเหตุการณ์สำคัญ หรือบางคนมีความสงสัย ในความสงสัยของเขา มันอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เขาพูดถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เป็นคนดำเนินการ การจะหาความจริง หรือความคืบหน้าสามารถไปสอบถามได้ที่ดีเอสไอ จะได้คำตอบที่ชัดเจน ซึ่งการมาทำในลักษณะนี้ ซึ่งคนกำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก น่าจะช่วยเหลือกันให้ผ่านสถานการณ์ บรรเทาความเดือดร้อนตรงนี้ไปก่อนน่าจะดีกว่า” พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์