เกาหลีเหนือกวาดจับ 'เคป็อบ' ลงโทษวัยรุ่นที่มีสื่อต้องห้ามในมือถือ

เมื่อวัยรุ่นชาวเกาหลีเหนือโหลด 'เคป็อบ' เก็บไว้ในสมาร์ทโฟนของตัวเอง แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือเริ่มสั่งกวาดล้าง จับกุม เอาผิด ทั้งตัววัยรุ่น ผู้ปกครอง และคนที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่นที่มีสื่อบันเทิงต้องห้ามเหล่านี้ในครอบครอง

รถไฟใต้ดินกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ ภาพถ่ายเดือนตุลาคม 2014 (ที่มา: แฟ้มภาพ/Flickr/Uri Tours/CC BY-SA 2.0)

สถานีวิทยุเอเชียเสรี (RFA) รายงานว่าทางการเกาหลีเหนือเริ่มทำการปราบปรามวัฒนธรรมวัยรุ่นในประเทศตัวเอง โดยจับกุมวัยรุ่นที่มีเพลงป็อบและวิดีโอที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามสำหรับเกาหลีเหนือไว้ในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ที่ทางการเกาหลีเหนือทำการปราบปรามเช่นนี้เพื่อต้องการป้องกันไม่ให่เกิดเทรนด์วัฒนธรรมสมัยนิยมเกาหลีใต้สร้างกระแสในเกาหลีเหนือไปได้มากกว่านี้

แหล่งข่าวจากในเกาหลีเหนือให้ข่าวกับ RFA ระบุว่ามีการปราบปรามสื่อบันเทิงจากเกาหลีใต้ในหมู่กลุ่มวัยรุ่นเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยไม่ใช่แค่ผู้กระทำผิดจะถูกคุมขังอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการลงโทษพ่อแม่และครูของเด็กอย่างหนักในเรื่องนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าเกาหลีเหนือจะอนุญาตให้ประชาชนพกพาสมาร์ทโฟนได้ แต่ในสมาร์ทโฟนทุกเครื่องของประเทศเผด็จการแห่งนี้จะมีการฝังโปรแกรมที่เรียกว่า "เรดแฟลก" (ที่แปลว่า "ธงแดง") เปิดทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลาเพื่อคอยเก็บข้อมูลว่าผู้ใช้งานได้เข้าไปในเว็บไซต์ใดบ้าง และทำการสุ่มแคบรูปภาพหน้าจอของผู้ใช้ โดยที่ไม่สามารถใช้โปรแกรมดูรูปลบข้อมูลภาพเหล่านี้ได้ ซึ่งภาพหน้าจอเหล่านี้สามารถถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ทางการได้ตลอดเวลา แต่โดยทั่วไปแล้วตำรวจมักจะเรียกตรวจโทรศัพท์จากเฉพาะคนที่น่าสงสัย หรือเรียกสุ่มตรวจเพื่อขู่เอาเงินสินบนเท่านั้น

อย่างไรก็ตามตอนนี้เรื่องการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือกลายมาอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมจากคณะกรรมการกลางพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือ ทำให้ตำรวจตั้งเป้าหมายจับกุมวัยรุ่นและทำลายความสนุกสนานบันเทิงของพวกเขา

แหล่งข่าวจากจังหวัดพย็องอันเหนือกล่าวว่าในทุกวันนี้วัยรุ่นเกาหลีเหนือนิยมพกพาเพลงเกาหลีเหนือที่นำเสนออกมาในรูปแบบเคป็อบของเกาหลีใต้ รวมถึงมีวิดีโอและหนังสือ จากแหล่งไม่รู้ที่มารวมถึงมีรูปถ่ายต้องห้ามกับเนื้อหาลายลักษณ์อักษรต้องห้ามที่ใช้รูปแบบของเกาหลีใต้ไม่ว่าจะเป็นการสะกดคำ ไวยากรณ์ และศัพท์แสลงแบบเกาหลีใต้ วัยรุ่นเกาหลีเหนือนิยมพกพาเนื้อหาเหล่านี้ในโทรศัพท์มือถือของพวกเขาและอุปกรณ์อื่นๆ

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่าจากคำสั่งของคณะกรรมการกลางฯ ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มทำการเซ็นเซอร์โทรศัพท์มือถือ โดยมีการสุ่มตรวจสอบโทรศัพท์ของนักเรียนตามวิทยาลัยและโรงเรียนเทียบเท่าชั้นมัธยมศึกษา ทำให้พบว่ามีนักเรียนจำนวนมากมีเนื้อหาต้องห้ามจากรัฐบาลในโทรศัพท์มือถือของพวกเขา โดยที่รัฐบาลเกาหลีเหนือมองว่าการที่วัยรุ่นเหล่านี้มีความต้องการที่จะมีวัฒนธรรมแบบเดียวกับเกาหลีใต้นั้นถือเป็น "ภัยต่อระบอบ" สำหรับเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ยังมีการที่สมาคมยุวชนท้องถิ่นเพื่อแนวคิดแบบคิมอิลซุง-คิมจองอิล ได้จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือด้านการป้องกันไม่ให้นักเรียนเยาวชนเผยแพร่วัฒนธรรมแบบเกาหลีใต้ผ่านทางเครื่องมืออิเล็กโทรนิครวมถึงโทรศัพท์มือถือ แหล่งข่าวระบุว่านักเรียนจำนวนมากรู้สึกกังวลเพราะถูกเตือนว่ามีการลงโทษอย่างหนักกับคนที่พบว่ากระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนและผู้นำกลุ่มเยาวชนของพวกเขาก็จะโดนลงโทษไปด้วย ซึ่งการลงโทษหมู่นี้เป็นวิธีการที่เผด็จการผลักภาระให้กลุ่มคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเป็นหมู่คณะ

เรื่องการลงโทษเหล่านี้ยังทำให้กลุ่มวัยรุ่นกังวลว่าพวกเขาจะถูกลงโทษในช่วงพิธีกรรม "วิจารณ์ตนเอง" รายสัปดาห์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ปฏิบัติเป็นประจำของชาวเกาหลีเหนือในการรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทางการเพื่อรายงานถึงเรื่องข้อบกพร่องที่พวกเขาอาจจะมีเกี่ยวกับความจงรักภักดีต่อประเทศ

แหล่งข่าวอีกคนหนึ่งให้ข้อมูลว่าเรื่องนี้ทำให้กลุ่มนักเรียนวัยรุ่นต้องวุ่นวายกับการพยายามไล่ลบไฟล์ผิดกฎหมายในเครื่องมืออิเล็กโทรนิคของตัวเอง เขาเล่าอีกว่านักเรียนในจังหวัดรยังกังและจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กับพรมแดนจีนมักจะมีเนื้อหาที่ถูกระบุว่าผิดกฎหมายเหล่านี้ในโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพราะพวกเขาสามารถสรรหาเพลงและละครเกาหลีใต้มาจากจีนได้ง่ายๆ

เรียบเรียงจาก

North Korea Orders Crackdown on Teenagers Storing Illegal Files on Smartphones, RFA, 15-05-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์