กมธ.กฎหมายฯ จ่อเชิญผบ.ทบ.แจงกรณีทหารชั้นผู้น้อยถูกขู่ฆ่าหลังร้องเรื่องทุจริตในกองทัพ

คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จ่อเชิญ ผบ.ทบ. ชี้แจงกรณีทหารชั้นผู้น้อยถูกคุกคามขู่ฆ่าจากการร้องเรียนเรื่องทุจริตในกองทัพ

20 พ.ค. 2563 วันนี้ กรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เวลา 12.00 น. รังสิมันต์ โรม โฆษกกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้แถลงว่าวันนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม

โดยในวันนี้มีกรรมาธิการมาประชุมครบองค์ประชุม และมีมาตรการตรวจอุณหภูมิก่อนเข้าประชุม การเว้นระยะทางสังคม ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินการประชุมกรรมาธิการเป็นไปตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สำหรับวาระในการประชุมวันนี้เป็นการพิจารณาแนวทางการปฏิบัติงานของกรรมาธิการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เบื้องต้น จะกลับมาประชุมในทุกวันพุธช่วงเช้าตามปกติ แต่จะเชิญเฉพาะกรรมาธิการเข้าประชุม ในส่วนของที่ปรึกษาและเลขานุการประจำกรรมาธิการ อาจพิจารณาให้ประชุมโดยระบบวิดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์

รังสิมันต์ได้กล่าวต่อว่า กรรมาธิการได้มีมติให้รับเรื่องร้องเรียนเร่งด่วน กรณีสิบเอกณรงค์ชัย อินทรกวี ร้องเรียนว่าถูกคุกคามและข่มขู่เอาชีวิตจากผู้บังคับบัญชา กรณีที่เขาได้ร้องเรียนว่ามีการทุจริตเงินเบี้ยเลี้ยงในกองทัพ ซึ่งคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญ ผู้บัญชาการกองทัพบกและผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเห็นว่าเป็นกรณีเร่งด่วน

อีกกรณีหนึ่งคือที่ประชุมได้รับรายงานผลการศึกษา จากอนุกรรมาธิการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เรื่อง รายงานปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในชั้นสอบสวน ซึ่งสิระ เจนจาคะ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ ได้นำเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบรายงานดังกล่าวพร้อมส่งเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานเพิ่มเติมว่า กรณีเปิดโปงการทุจริตซึ่ง ส.อ.ณรงค์ชัย เป็นผู้ออกมาร้องเรียนนั้น เริ่มเป็นข่าวเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2563 โดย ส.อ.ณรงค์ชัย ได้เดินทางไปยื่นเรื่องที่ สำนักงานเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น (คปต.) โดยยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ วีระ สมความคิด เลขาธิการ คปต.พร้อมหลักฐานแสดงการทุจริตเบี้ยเลี้ยงการเดินทางของทหารในศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก และค่าใช้จ่ายในโครงการอบรมต่อต้านยาเสพติด ที่ตนได้มีส่วนรู้เห็นในฐานะเสมียนงบประมาณ

ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2562 เดือน ก.ย. ส.อ.ณรงค์ชัย ได้ไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ก่อนจะถูกกลั่นแกล้งและข่มขู่ จนทำให้หนีราชการออกมาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2563 เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ขณะที่วานนี้ วีระ สมความคิด และณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วย ส.อ.ณรงค์ชัย นำหลักฐานเข้าร้องเรียน กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ที่พรรคเสรีรวมไทย

ส.อ.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ตนพบปัญหาการทุจริตในโครงการต่างๆ ของหน่วยงาน โดยเฉพาะการออกหนังสืออนุมัติการเดินทางชั่วคราวเพื่อไปทำกิจกรรมนอกพื้นที่ ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารพบว่ามีการออกเอกสารซ้ำหลายครั้ง เปลี่ยนแปลงเฉพาะเลขหนังสือและวันที่ทำกิจกรรม แต่รายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมยังเป็นคนเดิมทุกครั้ง โดยมีการบังคับให้กำลังพล 25 นายที่มีชื่อร่วมกิจกรรม เซ็นชื่อรับเบี้ยเลี้ยง แต่ ส.อ.ณรงค์ชัย ยืนยันว่าไม่เคยร่วมกิจกรรมและไม่เคยได้รับเบี้ย และเมื่อตัดสินใจนำหลักฐานทั้งหมดออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องดังกล่าว แต่กลับถูกต้นสังกัดข่มขู่ และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีฐานขโมยทรัพย์สินราชการ จึงเรียกร้องให้กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบ

ด้านวีระ ชี้ว่า ได้นำหลักฐานที่มีอยู่ยื่นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ประกอบด้วย หนังสือขออนุมัติเดินทางไปราชการชั่วคราวของศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ลงวันที่ 18 เม.ย. 2560 ระบุไปราชการตั้งต่วันที่ 19-21 เม.ย. 2560 ที่จังหวัดนครราชสีมา และอีกครั้งในเดือน มิ.ย. 2560 โดยมีการเบิกงบประมาณ 18,360 บาท ซึ่งรายชื่อนายทหารกลุ่มเดิมจำนวน 25 รายชื่อ แต่ไม่มีผู้ใดได้เดินทางไปราชการตามที่มีการเบิกงบประมาณ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันการบังคับให้ลงชื่อการไปราชการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธา โดยเบิกงบประมาณจำนวน 12,240 บาท รวมทั้งหลักฐานการอนุมัติโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องกันยาเสพติดช่วงเดือน ก.ค. 2562 โดยใช้รายชื่อนายทหารกลุ่มเดิม และมีการทำโครงการเขียนใบเสร็จเอง ระบุว่าเป็นการจัดซื้อวัสดุจากร้านค้าในจังหวัดปทุมธานี 4,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการเบิกงบประมาณจากการทำโครงการจัดอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติดซึ่งไม่มีการอบรมเกิดขึ้นจริงอีก 15,600 บาท

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์