สมช. เสนอต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 มิ.ย.

สมช.เตรียมเสนอ ศบค.และ ครม.ขยายใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 มิ.ย.63 อ้างเหตุป้องกันโควิดระบาดระลอก 2 ส่วนจะผ่อนปรนระยะ 3 จะประชุมในสัปดาห์หน้า

วันนี้(21 พ.ค.2563) ไทยรัฐออนไลน์รายงานการแถลงข่าวของ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงผลการพิจารณาขยายการใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในที่ประชุม สมช. 

พล.อ.สมศักดิ์ แถลงว่า ที่ประชุม สมช. มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปจนถึง 30 มิ.ย.2563 และจะเตรียมผ่อนคลายมาตรการระยะที 3 และ 4 ต่อไป เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการระบาดระลอกที่ 2 แล้วจะนำผลจากการประชุมเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พรุ่งนี้และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปในวันที่  26 พ.ค.2563 

ส่วนของการผ่อนปรนระยะที่ 3 และการห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว ทาง สมช.จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า 

นอกจากนั้นพล.อ.สมศักดิ์ ยังได้ตอบคำถามนักข่าวในประเด็นมาตรการผ่อนคลายให้กับสถานศึกษาว่า ตามที่กระทรวงศึกษาประกาศแล้วว่าจะให้เปิดเทอมได้ในวันที่ 1 ก.ค. จึงต้องคุยเพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ ว่าจะเปิดในลักษณะหรือรูปแบบใด เพราะในต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้และฝรั่งเศสเมื่อเปิดโรงเรียนแล้วพบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ตามที่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ ยังให้เปิดเรียนในวันที่ 1 ก.ค.อยู่ แต่ถ้าจะเปิดเทอมก่อนหน้ากำหนดนี้ต้องคุยกันว่ากระทรวงสาธารณสุขและ สมช.จะดำเนินการอย่างไร ส่วนเรื่องการเปิดสนามบินเป็นเรื่องของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กทพ.) ไม่เกี่ยวกับการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

ก่อนการประชุม มติชนออนไลน์รายงานว่า พล.อ.สมศักดิ์ ได้กล่าวถึงรายละเอียดการพิจารณาก่อนที่มีการประชุมครั้งนี้ว่า การผ่อนปรนจะมีทั้งหมด 4 ระยะ โดยในแต่ละระยะต้องใช้เวลาในการทบทวน 14 วัน  

พล.อ.สมศักดิ์ได้กล่าวถึงกรณีที่กิจการบางประเภทที่ได้รับผลกระทบ เช่น นวดแผนโบราณ รวมถึงสถานบันเทิง ผับบาร์ ที่ขอให้มีการผ่อนปรน  ว่าจะมีการพิจารณเพื่อหาแนวทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอกใหม่ เพราะจะทำให้ป้องกันลำบากมากขึ้น ซึ่งทางผู้ประกอบการก็ต้องมีแนวทางและปรับตัวการประกอบธุรกิจของตัวเอง 

ทั้งนี้ผลกระทบจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีรวมถึง 34,669 ราย ตาม ศบค.แถลงไว้เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2563 ว่ามีผู้กระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-19 พ.ค. ข้อหาชุมนุมมั่วสุมทั้งหมด 3,986 ราย เป็นการดำเนินคดี 3,877 คดี ถูกตักเตือน 109 ราย และข้อหาออกนอกเคหสถานทั้งหมด 30,683 ราย ดำเนินคดีแล้ว 26,422 คดี ถูกตักเตือน 4,261 ราย  

นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวพบว่า วานนี้(20 พ.ค.2563) มีผู้ประกอบการร้าน Bottle rocket craft beer bar ได้ตั้งสเตตัสแจ้งว่าได้รับจดหมายเรียกจากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เรื่องให้ทางร้านเข้าชี้แจงกรณีที่ทางร้านได้เผยแพร่ข้อความโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ประเภท  Facebook   และเล่าถึงผลกระทบที่ต้องปิดร้านชั่วคราวจากมาตรการสั่งปิดสถานบันเทิง ผับบาร์ โดยกล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องทำการโฆษณาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนสื่อสังคมออนไลน์เนื่องจากต้องปิดหน้าร้านมาตลอดตั้งแต่มีคำสั่งให้ปิดสถานบริการ ทำให้รายได้ลดลงถึง 95% และยังมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำค่าไฟ ค่าพนักงานและค่าสินค้าที่กำลังจะหมดอายุ

ทั้งนี้การโฆษณาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นความผิดตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับเป็นเงินสูงสุด 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นจะมีการแบ่งค่าปรับ 1 ใน 4 ให้แก่ผู้พบเห็นโฆษณาและแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์