'อภิรัชต์' ไม่เข้าใจ กมธ.กฎหมายฯ ทำไมต้องเชิญถึง ผบ.ทบ.ไปให้ข้อมูลปมนายสิบถูกขู่ฆ่า

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังเหตุกราดยิงโคราช ระบุตอนนี้ปรับโครงสร้างสวัสดิการกองทัพบกไปเยอะแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องพูด พร้อมตั้งข้อสงสัยกรณีนายสิบถูกขู่เอาชีวิตจากกรณีเปิดโปงทุจริตภายในกองทัพ ทำไม กมธ.กฎหมายฯ จึงเชิญถึง ผบ.ทบ.ไปให้ข้อมูล แค่ถาม อัจฉริยะ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรก็น่าจะรู้ว่านายสิบคนนี้เป็นอย่างไร 

21 พ.ค. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ขณะเดินมาออกกำลังกายที่สนามฟุตบอลด้านหน้ากองบัญชาการทหารบก หลังจากไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นเวลานาน ตั้งแต่เหตุการณ์ยิงที่นครราชสีมาเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยกรณีครบรอบ 6 ปีรัฐประหารในวันพรุ่งนี้(22 พ.ค.) ที่อาจจะมีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ โดย พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า จะไปห้ามเขาได้หรือ เราอยู่ของเราตามปกติ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องอยู่ในขอบเขต แต่ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร

เมื่อถามว่า อาจจะมีการฉายหนังกลางแปลงถึงเหตุการณ์ปี 2535 และปี 2553 ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การชุมนุมต่างๆ ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับคนอื่น 

ส่วนที่อาจจะมีการยิงเลอร์เซอร์ข้อความบนผนังตึกภายในกองทัพบกเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อภภิรัชต์ กล่าวว่า บริเวณรอบกองทัพบกจัดทหารเวรยาม มีสุนัขทหารและกล้องวงจรปิดดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว และว่า “การยิงเลเซอร์เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเขาไม่ได้ทำลายอะไร และเราก็ไม่รู้ว่ากฎหมายจะไปห้ามเขาอย่างไร”

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญไปให้ข้อมูลกรณีที่นายทหารยศสิบเอกสังกัดกรมสรรพาวุธ กองทัพบกข่มขู่การออกมาเปิดโปงการทุจริตของกองทัพว่า จะเชิญถึงผู้บัญชาการทหารบกเลยหรือ เรื่องนี้ต้องไปถามอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่ระบุว่านายสิบคนนี้เป็นอย่างไร 

ส่วนความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกองทัพ โดยเฉพาะด้านกิจการสวัสดิการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ดำเนินการไปมากแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องพูด ทั้งนี้สถานการณ์โควิด-19 ไม่มีผลทำให้ต้องชะลอการดำเนินการ และดำเนินการตามที่ประกาศไว้ ขณะนี้เรื่องสวัสดิการมีความเปลี่ยนแปลงมากแล้ว ปรับทุกอย่างเรื่องกิจการภายใน รวมถึงที่ทำข้อตกลงไว้กับกรมธนารักษ์ ทุกอย่างเดินหน้า และในช่วงที่โควิด-19 ยิ่งดี เพราะจะทำให้ต้องปรับตัวหลายอย่าง ทำได้เข้าเป้า แต่มีบางเรื่องไม่อยากแตะมาก

ที่มา: สำนักข่าวไทย 1 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์