ช่างสัก จ.เชียงใหม่ ถูกหลอกให้โดนจับกุม หลัง ตร. พบมีคนเขียนข้อความบนป้ายจราจร

ช่างสัก ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถูกตำรวจหลอกไปจับกุม หลังพบมีคนเขียนข้อความว่า 'ประเทศทวย' บนป้ายจราจร เจ้าตัวเผยก่อนถูกจับพบเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาถามหา เเละขับรถวนเวียนบริเวณบ้าน วันต่อมามีตำรวจไปที่บ้านเพื่อน และใช้เบอร์เพื่อนโทรหา ขอให้ไปพบที่ สภ.เมืองฯ เมื่อไปพบปรากฎว่าโดนแสดงหมายจับ และทำบันทึกการจับกุม ทั้งที่เป็นการเดินทางไปพบด้วยความสมัครใจ 

22 พ.ค. 2563 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ได้รับแจ้งจาก พึ่งบุญ ใจเย็น อายุ 34 ปี ประกอบอาชีพเป็นช่างสักในจังหวัดเชียงใหม่ ว่าตนเองถูกจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากเขรยนข้อความว่า 'ประเทศทวย' บนป้ายจราจร และถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่

พึ่งบุญเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ เขาได้รับทราบจากเจ้าของบ้านเช่าว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 4 นาย มาถามถึงเขาเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2563 โดยแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ทหารสั่งให้มาติดตาม แต่พึ่งบุญไม่ได้อยู่บ้าน และยังทราบจากเจ้าของบ้านเช่าว่ามีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคอยขับรถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่บริเวณบ้านเช่าด้วย 

จนวันที่ 21 พ.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถามหาเขาที่บ้านของเพื่อนพึ่งบุญอีกด้วย ก่อนจะมีการใช้เบอร์โทรของเพื่อนโทรศัพท์มาหาเขา แจ้งว่าอยากให้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เนื่องจากทางเทศบาลแจ้งเรื่องกรณีป้ายจราจรมา เรื่องไม่ได้ใหญ่โตอะไร อยากให้เขาไปช่วยลบ นายพึ่งบุญจึงได้ตกลงจะไปพบเจ้าหน้าที่

ในช่วงเย็นวันดังกล่าว พึ่งบุญได้เดินทางไปที่สภ.เมืองเชียงใหม่ แต่เมื่อไปถึงประมาณ 19.00 เศษ เขาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ พร้อมกับแสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2563 โดยมีร้อยตำรวจเอกปฏิกร วังกาใจ เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ จากการเข้ากล่าวหาของตัวแทนเทศบาลนครเชียงใหม่ 

เจ้าหน้าที่ยังได้จัดทำบันทึกการจับกุม โดยระบุเป็นว่าในวันเวลาจับกุม ทางตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าพบบุคคลลักษณะคล้ายบุคคลตามหมายจับ มาติดต่อราชการที่สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ก่อนเข้าไปแสดงตัว แสดงหมายจับ พร้อมกับขอทำการตรวจค้นตัว และตรวจยึดสีเมจิกสีต่างๆ จากกระเป๋าสะพายได้รวมทั้งหมด 5 แท่ง จึงยึดไว้เป็นของกลาง ทั้งที่ตามข้อเท็จจริงเขาเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง ไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด

ต่อมาวันที่ 22 พ.ค. 63 เวลาประมาณ 13.00 น. หลังจากถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้แจ้งทำการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำผู้ต้องหา โดยมีทนายความอาสาสมัครจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมรับฟัง เจ้าหน้าที่ระบุพฤติการณ์ที่เขาถูกกล่าวหาว่าได้ปรากฏข้อความเขียนด้วยปากกาสีตามป้ายสัญญาณจราจรบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ เขียนข้อความว่า “ประเทศทวย” ต่อมาได้ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดรูปชายต้องสงสัย และจากการสืบสวนระบุตัวบุคคล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการขอออกหมายจับพึ่งบุญ 

เจ้าหน้าที่แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 360 เรื่องการทำทรัพย์ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งพึ่งบุญได้ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน 

ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหา ได้มีญาติพึ่งบุญเดินทางเข้าเยี่ยมและทำเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ด้วยเงินสดจำนวน 50,000 บาท ต่อมาเมื่อพนักงานสอบสวนได้พิจารณาคำร้องของญาติแล้ว ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวตามคำขอและได้นัดหมายให้นายพึ่งบุญเดินทางเข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 5 มิ.ย. 2563 เวลา 8.00 น. 

หลังจากทำการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกรายเข้ามาแจ้งกับพนักงานสอบสวนว่าให้รอก่อน เนื่องจากหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การแล้วเสร็จ จะมีการนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านต่ออีก 

จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. หลังการสอบสวนแล้วเสร็จ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยกับพึ่งบุญและทนายความว่าหลังจากนี้จะขอเข้าตรวจค้นบ้านเช่าที่พึ่งบุญอาศัยอยู่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอออกหมายค้นแล้วในวันนี้ เมื่อพึ่งบุญเดินทางกลับถึงบ้านเช่าได้พบเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจำนวน 1 นาย และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกราว 4 คน รออยู่ก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายค้นและขอเข้าตรวจบ้านพัก โดยมีพี่ชายและเพื่อนของนพึ่งบุญร่วมสังเกตการณ์การตรวจค้นด้วย 

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีกราว 6 นาย จะเดินทางมาสมทบ ระหว่างการตรวจค้นได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทำการถ่ายภาพภายในบ้านไว้โดยตลอด ก่อนเจ้าหน้าที่จะทำการยึดเสื้อยืด, กางเกง, รองเท้าผ้าใบ และกระเป๋าสะพาย ซึ่งทางตำรวจระบุว่าเป็นชุดที่ถูกสวมใส่ในวันก่อเหตุตามภาพกล้องวงจรปิดที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี และได้จัดทำบันทึกการตรวจค้นและตรวจยึดให้นายพึ่งบุญเซ็นรับทราบไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดจะเดินทางกลับไป 

สำหรับนายพึ่งบุญจบการศึกษาด้านจิตรกรรม จากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เขาประกอบอาชีพช่วยงานในร้านรับสักมากว่า 15 ปี และทำงานศิลปะด้านงานวาดและกราฟฟิตี้ เขาเปิดเผยว่าเริ่มติดตามข่าวสารทางการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2557 ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความไม่ปกติของประเทศไทย จึงได้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยมา จนกระทั่งเคยเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในช่วงปี 2561 

พึ่งบุญยังเข้าร่วมทำกิจกรรมทางสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เข้าเป็นอาสาสมัครดับไฟป่าในช่วงหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ และร่วมเป็นอาสาสมัครแจกอาหารแก่ผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด-19 อีกด้วย

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 360 ระบุความผิดเรื่อง “ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์” กำหนดโทษจำคุกไว้ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์