ทำไมไม่มีใครพูดถึงความสำเร็จในการป้องกัน COVID-19 จากแอฟริกา

กรณีเกี่ยวกับการยับยั้งโรคระบาด COVID-19 มีการพูดถึงน้อยมาก ทั้งที่ในหลายประเทศประสบความสำเร็จและมีอัตราผู้เสียชีวิตน้อย ในหลายประเทศต้องใช้วิธีการเฉพาะตัวเพราะมีทรัพยากรและทางเลือกจำกัด ในบางประเทศก็มีนวัตกรรมจากท้องถิ่นของตัวเอง แต่เหตุใดเรื่องราวของพวกเขาจึงไม่ค่อยมีการนำเสนอนัก


ที่มาภาพประกอบ: World Bank Photo Collection (CC BY-NC-ND 2.0)

ย้อนกลับไปในช่วงที่ COVID-19 ระบาดหนักใหม่ๆ มีการคาดการณ์กันว่ามันจะต้องสร้างความเสียหายมหาศาลถ้าหากการระบาดไปถึงในทวีปแอฟริกา ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับประเทศที่มีประชากรรายได้น้อย รวมถึงมีเศรษฐกิจในภาคส่วนไม่เป็นทางการอยู่มากและมีสถานพยาบาลอยู่น้อย

อย่างไรก็ตาม อะฟัว เฮียร์ช ผู้เขียนบทความให้กับสื่อเดอะการ์เดียนระบุถึงเรื่องนี้ว่ามีประเทศในแอฟริกาจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ถึงแม้ว่าแอฟริกานั้นเช่นเดียวกับทั่วโลกในตอนนี้นี้คือยังไม่ได้ถึงขั้นผ่านพ้นวิกฤตก็ตาม

เฮียร์ชระบุว่าประเทศแอฟริกาหลายประเทศเล็งเห็นแต่เนิ่นๆ ว่าการตรวจวินิจฉัยโรคและการรักาษพยาบาลที่มีราคาแพงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกับประชากรของพวกเขาแน่ๆ ทำให้พวกเขาต้องหาวิธีการเฉพาะตัว เฮียร์ช ระบุถึงตัวอย่างกรณีประเทศเซเนกัล ที่มีการผลิตเครื่องมือทดสอบที่มีราคาเพียง 1 ดอลลาร์ (ราว 30-35 บาท) ต่อคน ซึ่งสามารถใช้ตรวจวินิจฉัยได้ภายในเวลาต่ำกว่า 10 นาที เทียบกับประเทศอังกฤษแล้วเครื่องมือตรวจด้วยตัวเองนั้นมีราคาถึง 250 ปอนด์ (ราว 9,700 บาท)

ที่เซเนกัลอยู่ในจุดที่ดีเพราะมีการเตรียมพร้อมาตั้งแต่เดือน ม.ค. ไม่นานหลังจากที่มีการเตือนระดับโลก นอกจากการเตรียมพร้อมด้านการปิดด่านและการวางแผนการติดตามโรคแล้ว ยังมีการให้เตียงเดี่ยวกับสถานพยาบาลมี่ทีคนไข้ COVID-19 ด้วย ทำให้ในเซเนกัลมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 30 คนเท่านั้น จากประชากรทั้งหมด 16 ล้านคน โดยที่รัฐบาลเป็นผู้ออกมายอมรับเรื่องการเสียชีวิตของแต่ละรายบุคคลด้วยตนเอง และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวแต่ละรายบุคคลเหล่านั้น

สำหรับประเทศกานาที่มีประชากรราว 30 ล้านคน มีจำนวนผู้เสียชีวิตใกล้เคียงกับเซเนกัล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการติดตามผลการติดเชื้อที่ครอบคลุมโดยอาศัยกลุ่มคนทำงานสาธารณสุขและอาสาสมัครจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเทคนิควิธีการตรวจแบบหลายกลุ่มตัวอย่างพร้อมกันจากนั้นก็จะมีการตรวจเป็นรายบุคคลถ้าหากพบว่าในแบบกลุ่มนั้นมีการติดเชื้ออยู่ด้วย ซึ่งข้อได้เปรียบจากวิธีการนี้กำลังได้รับการศึกษาจากองค์การอนามัยโลก

ประเทศในแอฟริกามีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมราคาแพงได้ ทั้งนี้ประชาชนยังไม่ค่อยเชื่อใจในยาสมัยใหม่ ทำให้หลายคนหันไปพึ่งสมุนไพรดั้งเดิม อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในโลกตะวันตกจะมีการอ้างใช้ยาผีบอกแบบผิดๆ แต่ในมาดากัสการ์มีการที่ผู้นำแนะนำให้ใช้สมุนไพรชิงเฮา (sweet wormwood) ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Artemisia annua ในการรักษา COVID-19 ซึ่งในปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ในโลกตะวันตกบางส่วนเช่นในเยอรมนีกำลังทำการทดลองทางการแพทย์โดยอาศัยสมุนไพรตัวนี้ และจากปากคำของนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองในตอนนี้บอกว่ามันให้ผลที่ "น่าสนใจมาก" และอาจจะทดลองใช้กับมนุษย์ ขณะเดียวกันในหลายประเทศก็เริ่มนำสมุนไพรแบบของมาดากัสการ์มาทดลองใช้บ้างแล้ว

ถึงแม้ว่าประเทศแอฟริกาหลายประเทศจะมีความสำเร็จในเรื่องการป้องกัน COVID-19 แต่กลับมีการนำเสนอเรื่องเหล่านี้น้อยมาก แอนดรี ราโจเอลินา ประธานาธิบดีแห่งมาดากัสการ์กล่าวว่าสาเหตุที่มีการพูดถึงเรื่องนี้น้อยมากน่าจะมาจากทัศนคติดูถูกนวัตกรรมจากแอฟริกัน ถ้าหากนวัตกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศยุโรปคงจะไม่มีใครสงสัยมาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แอฟริกาก็เป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมไอทีทั้งโมบายมันนีและเทคโนโลยีการเงินที่ทำให้แอฟริกากลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ๆ มีความเชี่ยวชาญทางดิจิทัลมากที่สุดในโลก

เรียบเรียงจาก
Why are Africa's coronavirus successes being overlooked?, The Guardian, 21-05-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์