ปชช.เผยป่าไม้มุกดาหาร ขัดคำสั่งผู้ว่าฯ บุกไถที่ดินทำกิน อ้างนโยบายทวงคืนผืนป่า

30 พ.ค. 2563 ประชาชนผู้เดือนร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าแจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.1 (คำป่าหลาย) ได้บุกเข้าไถที่ดินทำกินของประชาชนผู้เดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่า จำนวน 6 แปลง ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 บริเวณบ้านแก้ง หมู่ 13 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา และให้ชะลอการตรวจยึด ขับไล่ออกจากพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทำลายทรัพย์สิน ในแปลงตรวจยึด ทุกแปลงไว้ก่อน และขอให้มีการตรวจสอบสิทธิ์ผู้เดือดร้อนฯ ดังนี้ 1. ขอตรวจสอบการครอบครองการทำประโยชน์ในที่ทำกินตามมติรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 2. ขอให้ตรวจสอบสิทธิ์การครอบครองการทำประโยชน์ในที่ทำกิน ตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557  และ 3.ขอให้ตรวจสอบสิทธิ์ราษฎร ตามหนังสือ ศปป.4 กอ.รมน. ด่วนมาก ที่ นร. 5114 /ว 415 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2558

ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ทั้ง 6 แปลง อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์และยังไม่มีข้อสรุปจากคณะกรรมการฯ แต่อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบสิทธิ์เบื้องต้นพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 มีการทำประโยชน์ต่อเนื่อง และทำกินก่อนปี 2557 

โดยประชาชนผู้เดือนร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าได้กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ มห.1 ได้มีการตัดต้นยางพารา รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ไถทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่มาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนหนักมาก เพราะไม่สามารถเข้าไปทำกินในพื้นที่ของตนเองได้”

ประชาชนผู้เดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าอีกคนได้กล่าวว่า “พื้นที่บริเวณดังกล่าว ได้มีการไถและปลูกต้นไม้ไปแล้วเมื่อช่วงประมาณกลางปีที่แล้ว แต่ขาดการดูแล ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกตายหมด และเจ้าหน้าที่กลับมาไถที่ดินอีกครั้ง ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ มห.1 ทำแบบนี้เป็นการซ้ำเติมประชาชนผู้ทุกข์ยากอย่างพวกเรา เพราะนอกจากเราไม่สามารถเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ได้แล้ว เรายังไม่สามารถเดินทางออกไปเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาได้ เพราะเราต้องถือปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อพวกเรา เจ้าหน้าที่ควรที่จะหยุดการกระทำดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อสรุปจากคณะกรรมการ”
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์