COVID-19 : 31 พ.ค. ไทยติดเชื้อเพิ่ม 4 คน สะสม 3,081 คน

31 พ.ค. 2563 ศบค.แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 4 คน ในสถานกักตัวของรัฐ ระบุเป็นพนักงานนวดกลับจากอาหรับฯ นักศึกษา 2 คน จากตุรกี และชายวัย 22 ปี จากซาอุฯ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,081 คน ผู้เสียชีวิตสะสม 57 คน รักษาหายเพิ่ม 2 คน รวมรักษาหายสะสม 2,963 คน กทม.ปลดล็อก 17 สถานที่มีผล 1 มิ.ย. นี้

31 พ.ค. 2563 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ COVID-19 ว่าวันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 4 คน เป็นผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ และเข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด ผู้ติดเชื้อสะสม 3,081 คน หายป่วยแล้ว 2,963 คน อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล 61 คน อาการหนัก 1 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สะสม 57 คน

2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยใหม่ 53 คน โดย 44 คน หรือ 83.2 % เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้ากักตัว 6 คน เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก่อนหน้านี้ และ 3 คน ไปในสถานที่ชุมชน

พญ.พรรณประภากล่าวว่า ผู้ป่วยใหม่ 4 คน ได้แก่ หญิงอายุ 37 ปี พนักงานนวด กลับจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นักศึกษาชาย อายุ 18 ปี และอายุ 19 ปี กลับจากประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ไม่มีอาการ และชาย อายุ 22 ปี กลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย เดินทางโดยรถบัส เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ซึ่งเป็นคันเดียวกับผู้ป่วย เมื่อวานนี้ ทั้ง 4 คนได้เข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด

ตั้งแต่ ก.พ.-31 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อในสถานที่กักตัวที่รัฐกำหนด 144 คน เป็นชาย 125 คน หญิง 19 คน ส่วนใหญ่มาจากประเทศอินโดนีเซีย คูเวต ซาอุดิอาระเบีย”

ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก พญ.พรรณประภากล่าวว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 6.1 ล้านคน เสียชีวิตสะสม 3.7 แสนคน โดยสหรัฐฯ ติดเชื้อมากที่สุด สะสม 1.8 ล้านคน ป่วยเพิ่มขึ้น 2.3 หมื่นคน บราซิลป่วยเพิ่ม 3.1 หมื่นคน สะสม 4.9 แสนคน ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 78 ของโลก

ในเอเชีย ประเทศอินเดียพบผู้ป่วยสูงสุด สะสม 1.8 แสนคน ปากีสถานสะสม 6.6 หมื่นคน บังกลาเทศ 4.4 หมื่นคน ที่น่าจับตา คือ เมียนมา มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 17 คน นอกจากนี้ เกาหลีใต้ประกาศปิดโรงเรียน 500 แห่ง หลังพบการแพร่ระบาดอีกครั้งในกรุงโซลและปริมณฑล พร้อมแนะนำให้ประชาชนงดออกจากบ้านและจัดงานสังสรรค์ 14 วัน

พญ.พรรณประภากล่าวด้วยว่า กรณีโรงพยาบาลให้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนผ่าตัด ส่องกล้อง ทำหัตถการที่มีความเสี่ยงนั้น ย้ำว่ามีความจำเป็น ส่วนค่าใช้จ่ายตรวจหาเชื้อสามารถเบิกได้กับ สปสช. ทั้งใน รพ.รัฐ และเอกชน

จ.กระบี่ ผ่อนคลายให้เข้าจังหวัดได้ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ ในฐานะ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกระบี่ ลงนามในประกาศ

จังหวัดกระบี่ออกประกาศจังหวัด เรื่อง มาตรฐานเข้า-ออกจังหวัดกระบี่ ระบุว่า ตามที่จังหวัดกระบี่ได้มีการระบาดของโรค COVID-19 มาตั้งแต่เดือนม.ค.2563 และได้มีมาตรการต่างๆ ในการควบคุมป้องกันโรค ประกอบกับการได้รับความร่วมมือจากประชาชนในจังหวัดกระบี่ จนทำให้สถานการณ์โรค COVID-19 ของจังหวัดกระบี่ในขณะนี้คลี่คลายลง แต่จังหวัดกระบี่ยังมีความจำเป็นในการเฝ้าระวัง ติดตาม การเข้า-ออก ของคนที่จะเดินทางเข้ามาจังหวัดกระบี่ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจังหวัดกระบี่จะปลอดภัย จากโรค COVID-19

ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความ ข้อ 1 ประกอบ ข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 จึงประกาศมาตรการเข้า-ออกจังหวัดกระบี่ เพื่อให้ผู้เดินทางถือปฏิบัติ ณ จุดตรวจบูรณาการระดับจังหวัด ดังนี้

1.ให้ผู้เดินทางติดตั้งแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” ไปกรอกข้อมูลในเอกสารแจ้งรายละเอียดการเดินทาง ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ให้กรอกข้อมูลในเอกสารแจ้งรายละเอียดการเดินทางเพียงอย่างเดียว เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจระดับจังหวัด ให้แล้วเสร็จก่อนการเดินทาง โดยสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ www.krabi.go.th/covid19 หัวข้อมาตรการเข้า-ออกจังหวัด

2.เมื่อเดินทางถึงจุดตรวจระดับจังหวัด ให้ผู้เดินทางดำเนินการดังนี้
2.1 ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิร่างกาย
2.2 ให้ผู้เดินทางแสดง QR code จากแอปพลิเคชั่น หมอชนะ หรือบัตรผ่าน QR code และเอกสารรายละเอียดการเดินทางต่อเจ้าหน้าที่เพื่อคัดกรองสถานะผู้เดินทางดังนี้
(1) สถานะสีเขียว อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก จังหวัดกระบี่
(2) สถานะสีเหลือง อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก จังหวัดกระบี่ โดยมีเงื่อนไขติดตามอาการ 14 วัน และส่งเอกสารแจ้งรายละเอียดการเดินทาง ให้เจ้าหน้าที่เพื่อบันทึกด้วยระบบ QT 14
(3) สถานะสีส้ม/สีแดง ไม่อนุญาตให้เดินทางและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อไป

3.ผู้เดินทางที่ไม่มีอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและพำนักในจังหวัดกระบี่ จะได้รับบัตรผ่าน QR code เพื่อแสดงตนในการผ่านเข้า-ออกจังหวัด หรือเข้า-ออกสถานที่ในจังหวัดกระบี่

4.เมื่ออยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้ผู้เดินทางแสดง QR code ไทยชนะ ก่อนเข้าหรือออกสถานที่ในจังหวัดกระบี่ด้วยแอปพลิเคชั่น หมอชนะ หรือแสดงบัตรผ่าน QR code ให้เจ้าหน้าที่สแกนคิวอาร์โค้ดก่อนเข้าหรือออกสถานที่

5.ผู้เดินทางที่ได้รับการประเมินสถานะเป็นสีเหลือง ตามข้อ 2 จะได้รับการติดตามโดยการวัดอุณหภูมิ หากมีไข้หรืออาการเจ็บป่วยให้ไปพบแพทย์ และแจ้งโรงแรมที่พำนัก เพื่อแจ้งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคแห่งท้องที่

6.ผู้เดินทางเข้าจังหวัดกระบี่ และพำนักในระยะยาว ต้องยินยอมหากมีการสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) โดยเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีการสุ่มตรวจในช่วงวันที่ 5 ของการพำนักเป็นต้นไป

7.ผู้เดินทางชาวต่างชาติ หากประสงค์จะเดินทางเข้าจังหวัดกระบี่ แต่ไม่มีเอกสาร หรือใบรับรองผลตรวจยืนยันหาเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือไม่ผ่านการกลับตัว state Quarantine ครบ 14 วัน ตามประกาศของประเทศไทย ต้องยอมรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) โดยเสียค่าใช้จ่ายเองทุกราย

8.ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปยังจังหวัดอื่น โดยใช้เส้นทางผ่านจังหวัดกระบี่ เมื่อได้รับการคัดกรองตามข้อ 2 แล้ว ให้เดินทางต่อไปได้ โดยไม่ต้องแวะพักภายในจังหวัดกระบี่

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2563 เป็นต้นไป

กทม.ปลดล็อก 17 สถานที่ มีผล 1 มิ.ย.นี้

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงผลประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ว่า ที่ประชุมมีมติให้เปิดบริการ17 สถานที่ หลังจาก10 วันที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็น 0 ขณะที่เดือนนี้พบผู้ป่วยเพียง 9 ราย เปรียบเทียบกับเดือนที่แล้วพบผู้ป่วย 497 ราย คิดเป็น 55 เท่า ของเดือนที่แล้ว พร้อมขอบคุณชาวกรุงเทพฯ ที่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และทำให้สามารถเปิดสถานที่ต่างๆ เพิ่มเป็น 17 แห่ง ได้แก่ 1 .ร้านอาหาร รวมทั้งชาบู ปิ้งย่าง อนุโลมให้สามารถรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกันได้ ซึ่งแต่ละโต๊ะต้องเว้นระยะห่าง 1 เมตร เพื่อจำกัดความหนาแน่นของร้าน และไม่ต้องใช้ฉากกั้น ซึ่งจะสามารถทำให้ประชาชน กทม.ออกมารับประทานอาหารนอกบ้านได้มากขึ้น 

2. ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ขยายเวลาปิดจากเดิม เวลา20.00น.เป็น 21.00 น. โดย กทม.ได้พูดคุยและหารือกับผู้ประกอบการแล้วว่าต้องให้พนักงานกลับทันเวลาเคอร์ฟิว เวลา 23.00 น.

3.ร้านตัดผม เสริมสวย สามารถเปิดให้บริการได้ทุกกิจกรรม อาทิ ทำสีผม แต่ต้องไม่เกิน 2 ชม. เพื่อให้สามารถทำความหยุดทำสะอาด และให้อากาศถ่ายเท ตามมาตรการของรัฐที่กำหนดว่าต้องหยุดให้บริการเพื่อทำความสะอาดทุก 2 ชม.โดย ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย

4.สถานเสริมความงาม คลินิกเวชกรรม และร้านสักและร้านเจาะ ให้บริการได้ไม่เกิน 2 ชม. ผู้ให้บริการต้องสวมเฟซชิลด์ มีการลงทะเบียนก่อนเข้ารับบริการ ย้ำสวมหน้ากากอนามัยให้ได้มากที่สุดเพื่อลดการแพร่เชื้อ 

5.ฟิตเนสทั้งในห้างและนอกห้าง อนุญาตให้เปิดได้ทั้งหมด ทุกเครื่องเล่น แต่ต้องเว้นระยะ 2 เมตร ใช้บริการไม่เกิน 2 ชม.งดอบตัว อบไอน้ำ 

6.ผ่อนผันให้ใช้อาคารสถานศึกษา เปิดให้เข้าไปเตรียมการสอน ประชุม แต่ยังไม่อนุญาตให้เปิดเทอม ส่วนโรงเรียนเอกชน ประเภทวิชาชีพ โรงเรียนฝึกอาชีพ ศิลปะ กีฬา สามารถดำเนินการได้ในบางชนิด ที่ ศบค.กำหนดก่อนหน้านี้ คือ ตะกร้อ แบดมินตัน ฟุตบอล ฟุตซอล แต่ห้ามการแข่งขัน ต้องสวมหน้ากากทุกคน

7. ศูนย์จัดแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ขนาดไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร จำกัด 5,000 คน ตามขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตร ต่อคน เว้นระยะห่าง 1 เมตร และ เปิดบริการถึงเวลา 21.00 น. 

8.ศูนย์พระเครื่อง พระบูชา เปิดได้ แต่ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกัน ทำได้แค่ส่องพระ แต่ห้ามการประมูล ห้ามกิจกรรมนำคนมารวมกลุ่มกันจำนวนมาก

9.ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก เปิดให้เข้ามาเพื่อการเตรียมความพร้อมของสถานที่ แต่ยังไม่อนุญาตให้รับฝากเลี้ยงรายวัน 

10.สถานประกอบการนวด ร้านนวดแผนไทย สปา ร้านนวดสุขภาพ เปิดได้ ยกเว้น นวดหน้า อบตัว อบสมุนไพร อาบอบนวด จำกัดการให้บริการไม่เกิน 2 ชม.ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ต้องสวมหน้ากาก

11.ค่ายมวย โรงยิม ให้เปิดแค่ฝึกซ้อม เช่น ชกลม ชกเป้า แต่ไม่อนุญาตให้ซ้อมคู่ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกันมาก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ 

12 .สนามกีฬา อนุโลมให้เปิดได้มากขึ้น เช่น สนามฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แต่ต้องไม่มีการแข่งขัน จำกัดจำนวนคนไม่เกิน 10 คน เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร

13.สถานที่เล่น โบว์ลิ่ง สเก็ต  หรือกิจกรรมอื่นๆ เปิดได้เฉพาะการเล่น ฝึกซ้อมเท่านั้น เล่นกับครอบครัว เพื่อนฝูง ต้องเว้นระยะห่างทั้งนั่งและยืนไม่น้อยกว่า 1 เมตร ห้ามมีการแข่งขัน เช่น โบว์ลิ่งการกุศล ยังห้าม 

14.สถาบันลีลาศ ใช้สถานที่ไม่เกิน 5 ตารางเมตรต่อคน 

15.สถานที่จัดกีฬาทางน้ำ เปิดได้เช่น เจ็ทสกี ไคท์เซิร์ฟ บานาน่าโบ๊ท 

16.โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ เปิดได้ แต่จำกัดผู้ชมไม่เกิน 200 คน งดจัดคอนเสิรต์ กิจกรรมมีทแอนด์กรี๊ด หรือจัดกิจกรรมรวมกลุ่มจำนวนมากแบบใกล้ชิด 

17.สวนสัตว์ เปิดได้ต้องปฏิบัติการตามมาตรการของรัฐ 

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่าโดยมาตรการคลายล็อก ทั้ง17 สถานที่ จะมีผลเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไปโดยไม่ต้องผ่าน ศบค.ใหญ่ พร้อมขอความร่วมมือ ให้ทุกคนลงทะเบียนเวลาเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ ทางแอปพลิเคชั่น ไทยชนะ หรือ ลงทะเบียนจดบันทึกตามที่สถานประกอบกิจการต่างๆ เปิดให้ลงทะเบียน หากผู้ประกอบการใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการ สามารถแจ้งผ่านช่องทาง ทางแอปพลิเคชั่นไทยชนะได้ หลังจากนี้ กทม.จะจัดเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจควบคู่กันไปด้วย

ที่มาเรียบเรียงจาก: Thai PBS [1] [2] | สำนักข่าวไทย

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์