ผู้ลี้ภัยการเมืองไทยทิ้งคำพูดสุดท้าย 'หายใจไม่ออก' ก่อนถูกคนร้ายอุ้มหายในพนมเปญ

พี่สาวเผย 'วันเฉลิม' ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่อาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา ถูกกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธนำตัวไป ขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้ เผยคำพูดสุดท้าย "โอ๊ย หายใจไม่ออก"ก่อนถูกตัดสาย พร้อมเปิดภาพรถที่ใช้ปฏิบัติการจากกล้องวงจรปิด

ภาพซ้าย ภาพประกอบ รถผู้ก่อเหตุ บันทึกจากกล้องวงจรปิดหน้าคอนโด ภาพขวา คือ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

4 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่า เจน สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว ของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเฉลิม ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโด ที่กรุงพนมเปญ เมื่อเย็นวันนี้ เวลา 16.40 น. ที่ผ่านมา ขณะเดินลงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าคอนโด

สิตานัน ยังแจ้งว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเข้าไปช่วย แต่กลุ่มคนที่มาอุ้มตัวมีอาวุธปืนด้วย

พี่สาวของวันเฉลิมเล่าด้วยว่า ขณะเกิดเหตุตนโทรศัพท์คุยกับวันเฉลิม โดยเสียงสุดท้ายที่ได้ยินจากวันเฉลิมผ่านโทรศัพท์คือ "โอ๊ย หายใจไม่ออก" ก่อนสายจะตัดไป แต่ในขณะนั้นตนเข้าใจว่าเกิดอุบัติเหตุ และวันเฉลิมบาดเจ็บ จึงพยายามโทรกลับไปถามอีกประมาณครึ่งชั่วโมง รวมทั้งติดต่อเพื่อนของวันเฉลิม ให้ช่วยตรวจสอบที่คอนโด จึงทราบว่า วันเฉลิม หายไป

ข้อมูลดังกล่าวตรงกับที่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันเฉลิม พร้อมแท็กเฟซบุ๊กเขา 'Wanchalearm Satsaksit' ระบุว่า ผู้ลี้ภัยมาตรา 112 ถูกอุ้มขึ้นรถเก๋งหายไปหน้าห้องพักเขาที่กัมพูชาเมื่อชั่วโมงที่แล้ว

ภาพ รถผู้ก่อเหตุ บันทึกจากกล้องวงจรปิดหน้าคอนโด

วานนี้ (3 มิ.ย.63) วันเฉลิม เพิ่งโพสต์วิดีโอคลิปที่ตนเองต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยภาษาลาว นอกจากนี้ที่ผ่านมาเขายังโพสต์แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทยเป็นระยะ

ก่อนหน้านี้ชื่อของ วันเฉลิม เคยปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จากการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเพจเฟซบุ๊ก “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” จำนวน 2 โพสต์ ซึ่งในการแถลงจับกุมดังกล่าวอ้างด้วยว่า วันเฉลิม เป็นแอดมินเพจนี้

หลังรัฐประหาร วันเฉลิม ยังเคยถูกเรียกรายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่เนื่องจากเขาไม่มารายงานตัว เวลาต่อมา 8 มิ.ย. 2557 จึงถูกออกหมายจับในฐานะบุคคลผู้ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. 

วันเฉลิม ยังปรากฏชื่อร่วมกับผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ หรือ ม.112 จากที่ สำนักข่าวอิศรา อ้างข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2558 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.45 น. วันที่ 4 มิ.ย.2563 #saveวันเฉลิม ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์อีกด้วยหลังจากมีรายงานข่าวกรณีนี้

อดีตฝ่าย กม.คสช. ยันไม่เคยแจ้งความ 'วันเฉลิม' ฐานผิด ม.112 แต่มีขัดคำสั่งคสช.และ พ.ร.บ.คอมฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม 8 มิ.ย.2563 สื่อหลายสำนัก เช่น มติชนออนไลน์ ไทยโพสต์ และโพสต์ทูเดย์ รายงานตรงกันว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก และอดีตนายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสพุ่งเป้าโจมตีว่ากองทัพบกอยู่เบื้องหลังการหายตัวของ วันเฉลิม ที่อาจเกี่ยวข้องกับกรณีการละเมิดสถาบันว่า ยืนยันว่าทางคสช.ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดวันเฉลิมในฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่คสช.ได้แจ้งความคือฐานขัดคำสั่งคสช. เนื่องจากไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เท่านั้น

อดีตนายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คสช. ระบุด้วยว่า คดีความต่างๆ ใกล้สิ้นสุดแล้ว ยกเว้นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯที่กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นไปตามขั้นตอนปกติของศาลยุติธรรม โดยนายวันเฉลิมไม่ได้ขึ้นศาลทหาร ทั้งนี้การระวางโทษทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน

หมายเหตุ :

ประชาไทขอสงวนชื่อแหล่งข่าวเพื่อความปลอดภัย

เวลา 22.05 น. วันที่ 4 มิ.ย. 63 มีการปรับแก้พาดหัวข่าวเพื่อความกระชับ

เวลา 15.35 น. วันที่ 5 มิ.ย. 63 ประชาไทตัดสินใจเปิดเผยชื่อแหล่งข่าว รวมทั้งปรับส่วนโปรยข่าวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานะของแหล่งข่าว รวมทั้งปรับเวลาจาก 17.49 น. เป็น 16.40 น. ตามเวลาที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด

21.10 น. วันที่ 8 มิ.ย.63 เพิ่มข้อมูลที่อดีตฝ่ายกฎหมาย คสช. ออกมาชี้แจงเรื่องคดี

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์