ใบตองแห้ง: ประยุทธ์เทพ ส.ส.มาร

สมคิด อุตตม สนธิรัตน์ สวมบทนักการเมืองน้ำดี สวนหมัดแก๊งเลื่อยเก้าอี้ นี่ไม่ใช่เวลาเล่นการเมือง ประเทศชาติกำลังวิกฤต ต้องสนับสนุนท่านผู้นำ เสียดาย เสียใจ ที่คนในพรรคเอาแต่แย่งชิงตำแหน่ง
กองหนุนประยุทธ์ ก็รุมด่ายกใหญ่ ไอ้พวกนักการเมืองน้ำเน่า ไม่ละอายแก่ใจ ไม่รู้เลยหรือว่าคนไทยเลือกมาเป็น ส.ส.เพราะประยุทธ์ ไม่ได้เลือกเพราะรักชอบส่วนตัวแม้แต่น้อย

ขำตาย! ลองไปถามคนสุโขทัย เลือกประยุทธ์หรือเลือกสมศักดิ์ แม้ใช่เลย คนกรุงคนใต้บางส่วน เทคะแนนให้พลังประชารัฐ เพราะอยากเห็นรัฐประหารสืบทอดอำนาจ จนแมลงสาบตายเกลื่อน แต่ถามจริง มีกี่คะแนนใน 8.4 ล้านเสียง

แน่จริง ก็ส่งลุงชวน ชูจันทร์ ลง ส.ส.สิ ไปดูดไปด๊วบนักการเมืองเก่ามาทำไม แล้วการที่ ส.ส.อีกฝ่ายอยากให้ “ป้อม คงรูป” เป็นหัวหน้าพรรค มันชั่วช้าเลวทรามตรงไหน พี่ป้อมเกาะโต๊ะก็คือพี่ใหญ่ของน้องตู่ “พี่ป้อมสอนให้เป็นคนดี” อยู่ได้ 6 ปีก็เพราะพี่ป้อม 3 ป. จะยกก้น “สี่กุมาร” เป็นเทพเทคโนแครต แล้วเห็นอีกฝ่ายเป็นมารได้อย่างไร เมื่ออยู่ในข้องเดียวกัน

พรรคพลังประชารัฐจัดตั้งขึ้นเพื่อประยุทธ์ ดูดกวาด ส.ส. ด้วยปัจจัยอะไรก็รู้กัน อย่าทำเป็นหลับตาข้างหลิ่วตาข้าง ด่านักการเมืองเลวซื้อเสียง นักการเมืองที่แห่มา ยังเล็งเห็นว่า “รัฐธรรมนูญนี้ร่างเพื่อพวกเรา” เลือกตั้งใต้ ม.44 องค์กรอิสระก็ตั้งในยุครัฐประหาร ทั้งยังตั้ง 250 ส.ว.โหวตตัวเอง เป็นรัฐบาลแหงๆ บางรายยังหวังของแถม “โปรย้ายค่าย” ล้างคดีความ

ก็ไม่เห็นว่าอะไรกัน แม้ตอนนั้นทำเป็นด่าขรม สุดท้ายก็หนุนรัฐบาล ขอเพียงประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่ต้องเลือกวิธีการ พอมีปัญหาภายหลัง กลับยอมรับไม่ได้

เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงเสียบ้าง อย่างที่อดีต กกต.สมชัยชี้ นักการเมืองต้องลงพื้นที่ นำเงิน สิ่งของ ไปช่วยเหลือประชาชน ก็หวังจะได้รับการสนับสนุนจากพรรค แต่หัวหน้า เลขาฯ ไม่มีให้ ก็เลยป่วน

การเมืองแบบนี้ที่เราเรียกว่าระบบอุปถัมภ์ ดำรงอยู่มาแสนนาน นักการเมืองมาจากทุนท้องถิ่น หาเสียงด้วยเครือข่าย ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้อเสียงวันเดียวอย่างที่คนชั้นกลางในเมืองเข้าใจ หากต้องดูแลทุกอย่างตั้งแต่งานศพงานบวชงานสาธารณประโยชน์ของส่วนรวม ไปจนติดต่อประสานของบรัฐมาทำโครงการต่างๆ ในพื้นที่

การเมืองอุปถัมภ์รุ่งเรืองในยุคครึ่งใบ เพราะพรรคการเมืองไม่ได้หาเสียงเป็นนายกฯ ไม่มีนโยบาย แค่แข่งกันเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ชาวบ้านก็เลือกตัวบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

แต่การเมืองอุปถัมภ์อ่อนแรงลงในยุคที่พรรคการเมืองแข่งขันกันเข้มข้นทางอุดมการณ์ ยกตัวอย่าง คนเลือกพรรคพลังธรรมมาต้าน รสช.ปี 35 โดยเฉพาะหลังรัฐธรรมนูญ 2540 พรรคไทยรักไทยชนะด้วยนโยบาย แม้ตัวนักการเมืองส่วนใหญ่หน้าเดิม แต่พรรคก็ใหญ่กว่าตัวบุคคล ความนิยมไปอยู่ที่ผู้นำ อำนาจต่อรองของกลุ่มก๊วนก็ลดลง

หลังรัฐประหาร 49 เลือกตั้ง 50 เลือกตั้ง 54 การเมืองยิ่งพัฒนาไปเป็น “การเมืองมวลชน” พรรคเพื่อไทยชนะถล่มทลายเพราะมวลชนเสื้อแดง ซึ่งก้าวหน้ากว่าตัว ส.ส.ด้วยซ้ำ ขณะที่ฝั่งเสื้อเหลืองก็เทคะแนนให้ประชาธิปัตย์

ระบอบ คสช.5 ปี บดขยี้ทำลายการเมืองมวลชน ด้วยเครือข่ายความมั่นคง ด้วยนโยบายประชารัฐ หวังให้ประชาชนหันมาพึ่งรัฐราชการที่ขยายอำนาจใหญ่โต โดยไม่ต้องรอนโยบายพรรคการเมืองจากการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ 2560 ทำลายอำนาจเลือกรัฐบาล ด้วยการตั้ง 250 ส.ว.โหวตนายกฯ แล้วก็ไปดูดนักการเมืองระบบอุปถัมภ์ มาตั้งพรรคสามัคคีธรรม แยกสลายฐานเสียงฝ่ายตรงข้าม โดยต้องการ ส.ส.แค่ 126 คน

เลือกตั้ง 62 ไม่ใช่ไม่มีการแข่งขัน 14.5 ล้านเสียงเลือก 7 พรรคฝ่ายค้าน 8.4 ล้านเสียงเลือกพลังประชารัฐ ซึ่งมีทั้งเลือกประยุทธ์และเลือกนักการเมืองอุปถัมภ์ 3.9 ล้านเสียงเชื่อมาร์คไม่เอาสืบทอดอำนาจ 3.7 ล้านเสียงเลือกกัญชา

แต่ 250 ส.ว. สูตร ส.ส.พันลึก ทำลายการแข่งขันลงทั้งหมด ยาวไปถึงสมัยหน้า ประชาชนรู้แล้วว่าเลือกอย่างไรก็ได้ประยุทธ์เป็นนายกฯ เลือกพรรคใหม่ก็โดนยุบ ทางรอดจึงเหลือแต่พึ่งตัว ส.ส. การเมืองก็ย้อนยุคไปสู่ระบบอุปถัมภ์ก่อนปี 2540

เดินมาทางนี้ แล้วจะไปด่านักการเมืองทำไมกัน ส.ส.ต้องลงพื้นที่ อย่างธรรมนัสโอดครวญกลางสภา เงินเดือนแสนสองไม่พอใช้ ต้องทำมาหากิน ส.ส.ที่ไม่มีช่องทางขายแป้งขายลอตเตอรี่ ก็ต้องไปพึ่งหัวหน้ากลุ่มก๊วน หัวหน้าก็ข้องใจ จ่ายทุกเดือน ทำไมไม่ได้เป็นรัฐมนตรี

กองหนุนประยุทธ์ทำใจยอมรับเสียดีๆ อย่ามัวโวยวายเสียภาพลักษณ์ ถ้ามีการปรับตำแหน่งในพรรค ปรับ ครม. ให้หัวหน้ากลุ่มก๊วนเข้ามาสะด๊วบ เพื่อก้าวสู่พรรคอันดับหนึ่ง ตามวิถี “กองทัพเดินด้วยท้อง”

ตอนพี่ป้อมนาฬิกา ก็ด่าขรม ตอนดูด ส.ส.ก็ด่ายับ แต่กลับมาเชียร์ทุกครั้ง เพราะกลัวพวก “ชังชาติ” ล้มรัฐบาล นี่ต่างหาก ธาตุแท้ของกองหนุนประยุทธ์

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/hot-topics/news_4254952

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์