กลุ่มผู้ค้า 'จามจุรีสแควร์' ยื่นฎีกาถึงกรมสมเด็จพระเทพฯ ปมค่าเช่าไม่เป็นธรรม

กลุ่มผู้ค้าที่เช่าพื้นที่จามจุรีสแควร์ เดินทางไปยื่นฎีกาให้กรมสมเด็จพระเทพฯ ระบุ ไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องค่าเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ แม้ลูกค้าน้อยลงเพราะมีห้าง 'สามย่านมิตรทาวน์' และโควิด-19 ซ้ำเติม แต่ยังจ่ายค่าเช่าเกินกว่าที่ควร วอน ลดค่าเช่าลงร้อยละ 50

ทางเข้าจามจุรีสแควร์ (ที่มา: สำนักงานทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

8 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตัวแทนกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่ห้างจามจุรีสแควร์ เดินทางไปยื่นฎีกาต่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อกราบบังคมทูลเกี่ยวกับการไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องค่าเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ โดยฏีกามีใจความดังนี้

8 มิถุนายน 2563 

ขอพระราชทานกราบบังคมทูลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

เรื่อง ขอพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์พสกนิกรผู้ค้าที่อาคารจัตุรัสจามจุรี (จามจุรีสแควร์) 

ด้วยตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ที่มีต่อพสกนิกร เหล่าข้าพระพุทธเจ้ามีความเดือดร้อนไม่รู้จะหันไปพึ่งใครได้จึงต้องกราบบังคมทูลพระองค์ฯ พระผู้อยู่เหนือหัว ได้โปรดพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่เหล่าข้าพระพุทธเจ้าราษฎรของพระองค์ 

เหล่าข้าพระพุทธเจ้า ผู้ค้ารายย่อยเจ้าของร้านค้าที่จัตุรัสจามจุรี (จามจุรีสแควร์) มีความทุกข์ยากในการดำเนินธุรกิจและดำเนินชีวิต เหล่าข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มิได้มีเงินทองมาก แต่มีมานะอุตสาหะในการประกอบอาชีพสุจริต สร้างสรรค์สินค้าและบริการให้กับผู้บริโภค ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ทำให้จำนวนลูกค้ามีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักๆ ทำให้ขาดทุนคือค่าเช่าที่ เหล่าข้าพระพุทธเจ้าพยายามหลายๆ หนทางเพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ไม่ได้ทำให้ยอดขายดีขึ้น กลับเพิ่มค่าใช้จ่ายให ้ขาดทุนยิ่งกว่าเดิม สาเหตุหลักๆ คือ มีจำนวนผู้ซื้อที่ลดน้อยลง เพราะทางสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ได้อนุญาติให้ สร้างศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งอยู่ติดกับอาคารจัตุรัสจามจุรี ซึ่งทำให้ลูกค้าย้ายไปเข้าห้างใหม่แทน ด้วยความสดใหม่ และมีความหลากหลายมากมายกว่าอาคารจตุรัสจามจุรีส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง บางวันมีรายได้เพียง 200 กว่าบาท แล้วยิ่งมาเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ระบาดอีกยิ่งทำใหเหล่าข้าพระพุทธเจ้าประสบกับความยากเข็ญในธุรกิจมากขึ้นเข้าไปอีก มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระค่าเช่าและเลี้ยงดูลูกน้องพนักงาน จนต้องมีนโยบายลดพนักงาน ทำให้หลายชีวิตต้องเดือดร้อน สิ่งหนึ่งที่ช่วยบรรเทาให้เหล่าข้าพระพุทธเจ้าพสกนิกรตาดำๆ ได้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้คือการลดค่าเช่าและค่าบริการของทางอาคารจัตุรัสจามจุรีลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อได้ 

ทางเหล่าข้าพระพุทธเจ้าได้เคยยื่นหนังสือถึงนายวรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย ส่วนบริหารกิจการจัตุรัสจามจุรี สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทำเรื่องถึงรองอธิการบดีวิษณุ ทรัพย์สมพล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกิจการนี้ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอความเป็นธรรมในการพิจารณาอัตราค่าเช่า แต่ไม่ได้รับความเห็นใจอนุมัติ โดยแจ้งว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมแล้ว โดยไม่พิจารณาความเป็นจริง ทั้งที่ทางร้านได้แสดงงบดุลทางบัญชีว่าขาดทุน ทางทรัพย์สินจุฬาฯ เห็นเพียงแต่ผลประโยชน์ของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่พิจารณาถึงความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของร้านค้าซึ่งเป็นประชนชนตาดำๆ เอาเสียเลย 

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเหล่าข้าพระพุทธเจ้า จึงขอพระบารมีโปรดเกล้าพระราชทานความเป็นธรรมแก่เหล่าข้าพระพุทธเจ้า ขอพระบรมราชโองการฯ ที่มีพระประสงค์ในทางเกื้อกูลพสกนิกรของพระองค์ เหล่าข้าพระพุทธเจ้าขอถวายฎีกา ให้ทางสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ลดค่าเช่าค่าบริการของทางอาคารจามจุรีสแควร์ 50 เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อได้ ซึ่งเป็นอัตราที่คำนวณแล้วว่าจะสามารถชำระได้จริง สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ และมีความเป็นธรรมที่ลูกค้าถูกแบ่งออกไปมากกว่าครึ่งที่ไปสามย่านมิตรทาวน์ ขอทรงโปรดมีพระราชดำรัสให้ทางทรัพย์สินจุฬาฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ดำเนินการลดค่าเช่าให้กับเหล่าข้าพระพุทธเจ้าตามร้องขอ หากทางอาคารฯ ไม่สามารถลดค่าเช่าได้ เหล่าข้าพระพุทธเจ้าคงจะต้องปิดกิจการในอีกไม่ช้า ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนทั้งต่อตัวข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัว ตลอดจนพนักงานหลายชีวิต เหล่าข้าพระพุทธเจ้าหวังพึ่งพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ผู้เดียวที่ทรงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่พสกนิกรตาดำๆ ได้ประกอบสัมมาอาชีวะต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าผู้ค้ารายย่อยที่อาคารจัตุรัสจามจุรีและผู้ได้รับผลกระทบ

ธรานิน อนุจร เจ้าของร้านคาเฟ่ ‘Cilic’ หนึ่งในตัวแทนผู้เข้ายื่นฎีกาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบตามเนื้อหาในฎีกา เธอเปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2560 และค่อยๆ ได้รับผลกระทบจากจำนวนลูกค้าที่ลดลง จนมาขาดทุนในช่วงสิ้นปี 2562 เธอเคยคิดว่าจะย้ายร้านแต่ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้นทุนที่สูง เธออยากให้สำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ลดค่าเช่าลงให้สอดคล้องกับจำนวนลูกค้าที่หายไป ก็คือร้อยละ 50

สุรชัย เหรียญตระกูล เจ้าของร้านโยเกิร์ต ‘ยิ้ม’ กล่าวว่า เขาเริ่มเปิดร้านในเดือน มี.ค. 2563 และพบว่ามีลูกค้าน้อย แม้ตอนนี้จุฬาฯ จะมีการลดค่าเช่าในช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. แต่ก็ยังขาดทุนเพราะลูกค้าน้อยและไม่ได้ไล่พนักงานออก หากคำนวณบนฐานค่าใช้จ่ายพบว่าหากไม่มีค่าเช่าก็ยังขาดทุน หากไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องยอมปิดกิจการก่อนกำหนดสัญญา ซึ่งจะทำให้เสียเงินประกันค่าเช่า 3 เดือนที่วางไว้

เมื่อ มิ.ย. 2562 ทางผู้ค้าจำนวนหนึ่ง ผ่านการประสานงานโดยเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ปัจจุบันเป็นประธานสโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ พูดคุยหารือกับสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ แล้ว (ที่มา: มติชนรายสัปดาห์)

เมื่อ พ.ย. 2562 ประชาไทเผยแพร่บทความจากกลุ่มเพื่อผลประโยชน์นิสิตจุฬาฯและธุรกิจรายย่อย ที่ระบุว่า ทางผู้บริหารสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ มีท่าทีนิ่งเฉยเป็นเวลานานต่อข้อเรียกร้องของผู้ค้า ระบบการทำงานของผู้จัดการจามจุรีสแควร์มีความไม่ชอบมาพากลและไม่เป็นธรรม การปรับพื้นที่เช่านำมาสู่การขึ้นค่าเช่าถึง 2 เท่า นอกจากนั้นยังระบุว่ามีการกดดันผู้ที่ออกมาเรียกร้อง เช่น ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามถ่ายภาพ และกดดันให้พนักงานอายุ 85 ปีต้องออกจากงาน (อ่านเพิ่มเติมที่นี่)

บทความดังกล่าวเป็นบทความตอบโต้ข้อชี้แจงสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ กรณีข้อขัดแย้งกับผู้เช่าในจามจุรีสแควร์ว่า การขึ้นค่าเช่านั้นเป็นไปตามเอกสารสัญญา เป็นไปตามแผนการจัดพื้นที่ใหม่ มีการแจ้งให้ผู้เช่าเดิมหาทำเลใหม่ก่อนที่จะดำเนินการตามแผนจัดพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว ผู้ที่ออกมากล่าวหานั้นมีเพียงรายเดียวที่มีพฤติกรรมผิดระเบียบและผิดสัญญามาโดยตลอด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ถ่ายภาพสถานที่เป็นปกติทุกวันอยู่แล้ว และกรณีพนักงานอายุ 85 ที่ถูกไล่ออกนั้น เป็นการตัดสินใจของเจ้าของกิจการเองที่มองว่าพนักงานคนดังกล่าวสนิทสนมกับผู้เช่าที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม (อ่านเพิ่มเติมที่นี่)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์