มินนิแอโปลิสรณรงค์หยุดจ่ายงบตำรวจ-ออกแบบวิธีใช้กฎหมายกันใหม่

ในรอบสัปดาห์หลังสหรัฐอเมริกาประท้วงหนักต่อต้านตำรวจใช้ความรุนแรงเกินเหตุ กรณีสังหาร 'จอร์จ ฟลอยด์' ล่าสุดที่ลอส แองเจลลิสและนิวยอร์กก็มีข้อเสนอตัดงบตำรวจ ส่วนที่มินนิแอโปลิสที่เกิดเหตุตำรวจสังหารคนดำ สภาท้องถิ่น ผู้นำประชาสังคม และชาวเมืองต่างรณรงค์ให้ยกเลิก-รื้อถอนโครงสร้างตำรวจของรัฐมินนิโซตา และร่วมกันออกแบบหน่วยงานรักษาความปลอดภัยรูปแบบใหม่ขึ้นแทนตำรวจ

กรณีการสังหารคนดำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองมินนิแอโปลิส รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐฯ ส่งผลสะเทือนปลุกขบวนการ Black Lives Matter กลับมาประท้วงใหญ่อีกครั้งในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ การประท้วงเกิดต่อเนื่องมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และยังก่อกระแสของผู้คนเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงยกเลิกงบประมาณตำรวจ

ดอกไม้และข้อความวางหน้าภาพวาดที่เป็นการรำลึกถึง 'จอร์จ ฟลอยด์' ที่หน้าร้าน Cup Foods ถนนชิคาโกตัดกับถนน E 38th ที่เมืองมินนิแอโปลิส รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายเมื่อ 31 พฤษภาคม 2020 (ที่มา: Flickr/Lorie Shaull/CC-BY-SA)

ทั้งนี้สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้นำด้านสิทธิพลเมือง และผู้อาศัยในเมืองมินนิแอโปลิสหลายคนเรียกร้องให้มีการรื้อถอนสำนักงานตำรวจของเมืองและร่วมกันออกแบบระบบการบังคับใช้กฎหมายเสียใหม่

หนึ่งในผู้ที่พูดถึงนี้คือ เจเรไมอาห์ เอลลิสัน สมาชิกสภาเมืองมินนิแอโปลิสที่เป็นคนดำ เขาเรียกร้องผ่านข้อความทางทวิตเตอร์ให้มีการรื้อถอนสำนักงานตำรวจเมืองมินนิแอโปลิส และขอให้มีการยกเครื่องเพื่อออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยสาธารณะ และการโต้ตอบภาวะฉุกเฉินเสียใหม่ทั้งหมด มีคนสภาที่เห็นด้วยกับเขาอย่างน้อยสามคน สมาชิกสภาอีกคนหนึ่งคือลิซา เบนเดอร์ ก็เรียกร้องให้มีการรื้อถอนกรมตำรวจเช่นเดียวกัน

นอกจากเมืองมินนิแอโปลิสแล้ว ในเมืองอื่นๆ ของสหรัฐฯ ก็มีการเรียกร้องในทำนองเดียวกันทั้งการยกเลิกให้งบประมาณตำรวจ การลดขนาดหรือยกเลิกกรมตำรวจทิ้ง

ข้อเรียกร้องเหล่านี้มีขึ้นหลังจากกรณีการตำรวจใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการจับกุมคนดำ จอร์จ ฟลอยด์ จากคดีต้องสงสัยเรื่องปลอมแปลงธนบัตรซึ่งยังเป็นแค่ข้อกล่าวหา แต่ตำรวจก็ใช้วิธีการคุกเข่ากดที่ลำคอเขากับพื้นเป็นเวลา 9 นาที โดยที่ฟลอยด์ร้องว่าเขาหายใจไม่ออก กรณีของฟลอยด์เป็นอีกหนึ่งในการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจสหรัฐฯ ต่อคนดำ หลังจากที่เคยมีกรณีอื่นๆ ก่อนหน้านี้จำนวนมาก กรณีล่าสุดนี้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงใหญ่ในหลายเมืองและในบางแห่งก็มีความรุนแรงเกิดขึ้น

มีหลายเมืองที่แถลงเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องระบบตำรวจ เช่นใน ลอวแองเจลิสมีการประกาศจะตัดงบประมาณตำรวจเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นิวยอร์กก็ประกาศก่อนหน้าจะมีการประท้วงแล้วว่าจะตัดงบประมาณตำรวจลงหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเหล่านี้บอกว่ามันเป็นงบประมาณที่ไม่เคยถูกปรับลดลงเลย ในขณะที่มีการตัดงบประมาณด้านการศึกษาและโครงการเยาวชนมาโดยตลอด

แดเนียล ดรอมม์ สมาชิกสภาท้องถิ่นย่านควีนของนิวยอร์ก และประธานกรรมาธิการด้านการคลังของสภาท้องถิ่นรัฐนิวยอร์กบอกว่า เขาจะชะลอการให้งบประมาณโรงเรียนฝึกตำรวจออกไปก่อน เพื่อให้มีเงินมาใช้กับโครงการเยาวชน การปรับลดงบประมาณเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่กระทบต่องบประมาณด้วย รวมถึงการที่มีกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อความรุนแรงของตำรวจ

นอกจากเรื่องงบประมาณแล้วส่วนหนึ่งยังมีการพูดถึงวัฒนธรรมของกรมตำรวจที่สร้างปัญหาไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย ดรอมม์บอกว่าจากการที่เขาเห็นตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ออกมาประท้วงอย่างสันติ แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปตำรวจในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นไม่ประสบความสำเร็จ ดรอมม์บอกว่าวัฒนธรรมของสำนักงานตำรวจนิวยอร์กซิตีมีปัญหาตรงที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงดีแต่พูดและพูดอย่างเดียว ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่ฟัง ทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

ผลพวงจากการประท้วงในมินนิแอโปลิส รัฐมินนิโซตา มีการทำลายข้าวของเกิดขึ้นในเมืองรวมถึงการเผาสถานีตำรวจ ทั้งนี้มีทางอัยการยังได้สั่งฟ้องร้องดำเนินคดีกับตำรวจที่ก่อเหตุใช้เข่ากดหัวฟลอยด์กับพื้นในข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าคนโดยเจตนา แต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม มีตำรวจเกษียณอายุแล้วที่เคยเป็นสมาชิกสมาคมเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดำมองว่าการยุบกรมตำรวจจะเป็นไปไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ เกวน กุนเทอร์ กล่าวถึงประเด็นการยุบหรือตัดงบประมาณสำนักงานตำรวจว่า "ส่วนหนึ่งในตัวฉันหวังว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ เพราะฉันต้องการจะดูว่ามันจะใช้เวลาเท่าไหร่ก่อนที่พวกเขาจะบอกว่า 'โอ้ ไม่นะ จริงๆ แล้วพวกเราต้องการสำนักงานตำรวจ' "

แต่ทว่าข้ออ้างเรื่อง "การเป็นไม่ได้ในทางปฏิบัติ" นั้นก็ถูกโต้แย้งจากผู้ที่สนับสนุนการเคลื่อน โดยพวกเขาบอกว่าการมีอยู่ของสำนักงานตำรวจไม่ได้ทำให้ตำรวจทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบแต่มักจะทำให้มีการลุแก่อำนาจ กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงมากกว่าที่จะป้องกันมัน ขณะที่หน้าที่ด้านสังคมสงเคราะห์อย่างการช่วยเหลือคนเสพยาเกินขนาดหรือการทำงานร่วมกับคนไร้บ้านหรือคนป่วยจิตเวช พยาบาลหรือนักสังคมสงเคราะห์ก็ทำได้ดีกว่า

หนึ่งในโมเดลใหม่สำหรับงานปฏิบัติการที่สภามินนิแอโปลิสเสนอคือการตั้งหน่วยงานคาฮูต (Cahoots) ซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติการเคลื่อนที่เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยไม่หวังผลกำไร ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดตั้งหน่วยงานนี้ในยูจีน รัฐโอเรกอน ใช้งบประมาณราว 2 ล้านดอลลาร์ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่าสำนักงานตำรวจมาก ซึ่งน่าสงสัยว่าเอางบประมาณไปใช้ในด้านความมั่นคงอะไรมากมายนัก ทว่าในเมืองยูจีนแม้จะมีหน่วยคาฮูตแต่ยังไม่ได้ยุบสำนักงานตำรวจ ก็เกิดเหตุตำรวจยิงคนเสียชีวิตอย่างน้อย 2 รายในปี 2562 อีกโมเดลหนึ่งจากกลุ่มเรียกร้องปฏิรูประบบบังคับกฎหมายเมืองเดอแฮม รัฐนอร์ทแคโรไรนา ก็มีการรณรงค์ต่อต้านการจ้างตำรวจชุดใหม่และเสนอให้หารือเรื่องจัดตั้ง "ชุดปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพชุมชน" ขึ้นมาแทน

เรียบเรียงจาก

Cities Ask if It’s Time to Defund Police and ‘Reimagine’ Public Safety, New York Times, 05-06-2020

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Killing_of_George_Floyd

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์