วาทะกระทู้ถามสดอุ้มหายวันเฉลิม รัฐบาลตรวจสอบบุคคลที่สมศักดิ์เจียมฯ กล่าวถึงแล้วหรือยัง

ถอดความกระทู้ถามสดประเด็นการอุ้มหายวันเฉลิม รังสิมันต์ ส.ส. ก้าวไกล ถามหลัง คสช. ครองอำนาจ มีคนถูกอุ้มหาย 9 ราย ทำไมไม่มีความคืบหน้าทางคดี ส่วนกรณีวันเฉลิม รัฐบาลได้ตรวจสอบข้อมูลจากเพจสมศักดิ์เจียมฯ และสอบสวนคนที่ถูกอ้างถึงว่าอาจเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของวันเฉลิมแล้วหรือยัง

10 มิ.ย. 2563 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25  ปีที่ 2 ครั้งที่ 3 ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องวันเฉลิมสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยไทยในกัมพูชาที่ถูกอุ้มหายตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้มอบหมายให้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ตอบคำถามแทน 

รังสิมันต์ ถามมีผู้ลี้ภัยการเมืองถูกอุ้มหายหลัง คสช. ครองอำนาจ 9 ราย ทำไมไม่มีความคืบหน้าทางคดี

รังสิมันต์ ระบุถึงเหตุที่ต้องตั้งกระทู้สดว่าเป็นเพราะสังคมเคลือบแคลงสงสัยถึงกรณีการอุ้มหายวันเฉลิมว่า มีเงื่อนงำหรือไม่อย่างไร โดยวันเฉลิมเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองตั้งแต่รัฐประหาร 2557 โดนออกหมายจับเนื่องจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ต่อมาปรากฎว่าโดนแจ้งข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ”

รังสิมันต์ย้ำว่า แม้จะเป็นผู้ลี้ภัย แต่วันเฉลิมก็เป็นชาวไทย รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องปกป้องชีวิตของชาวไทย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม การจับกุมการคุมขังที่ไม่เป็นไปตามกฏหมายจะทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไทยต้องทำการคุ้มครองและปฏิบัติ แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นที่รักหรือชัง แต่ปรากฎว่าเมื่อมีสื่อมวลชนไปสอบถามกรณีนี้ทั้งกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล รวมทั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สิ่งที่ได้รับคือ ทุกท่านไม่สามารถให้คำตอบได้ และตีมึนทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“ไม่มีท่าทีกระตือรือร้นใดๆ เพื่อช่วยเหลือชาวไทยเลย เปรียบเสมือนลาแก่ที่นอนแน่นิ่ง ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ต้องรอให้เอาแส้มาฟาด ให้เอาน้ำร้อนมาสาด ให้สังคมมากดดัน ถึงได้ลุกขึ้นมา และกล่าวให้สังคมรู้ว่าได้มีการประสานไปกับทางการกัมพูชาแล้ว” รังสิมันต์ กล่าว

รังสิมันต์ ระบุต่อว่า ก่อนจะเกิดกรณีอุ้มหายวันเฉลิมเกิดขึ้น เคยมีการกระทำในลักษณะเดียวกันกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองคนอื่นๆ โดยนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เถลิงอำนาจขึ้นมาพบว่า มีทั้งหมด 9 รายด้วยกัน 7 รายไม่รู้ชะตากรรม ส่วน 2 รายพบศพขึ้นมาเกยฝั่งที่ริมแม่น้ำโขง และพบว่าร่างของเขาเต็มไปด้วยอิฐหินดินปูนเพื่ออำพรางศพอีกทั้งในจำนวนทั้งหมดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีแต่อย่างใด รังสิมันต์ตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดสังคมไทยจึงยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะเหตุใดจึงยังไม่รู้ชะตากรรมของผู้ลี้ภัยทางการเมืองอีก 7 รายที่หายไป และที่สำคัญอย่างยิ่งคือกรณีล่าสุดนี้รัฐบาลมีมาตรการ หรือกระบวนการที่ชัดเจนอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าคดีนี้จะไม่ซ้ำรอยเหมือนคดีอื่น และมีมาตรการป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร 

สมศักดิ์ ตอบยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และวันเฉลิมก็ไม่เคยมาติดต่อให้ช่วยเหลือ ซึ่งรัฐต้องดำเนินการตามขั้นตอน

ด้านสมศักดิ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบคำถามดังกล่าว ชี้แจงว่า เหตุการณ์นี้เกี่ยวพันกับต่างประเทศ ความชัดเจนหรือสิ่งต่างๆ มาจากสื่อเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสื่อจากกัมพูชาได้แจ้งมาว่า กระทรวงต่างประเทศ และรัฐบาลกัมพูชายังไม่ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ 

“กระทรวงต่างประเทศ และรัฐบาลกัมพูชา ยังไม่ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่…. อย่างไรก็ตามต้องยืนยันว่า คุณวันเฉลิมไม่เคยขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม เมื่อไม่ได้มาขอรับความช่วยเหลือ เราก็ต้องเรียนว่า เราต้องเดินไปตามกลไกของกฎหมาย และระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมได้วางไว้” สมศักดิ์ กล่าว

สมศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามให้บุคคลสูญหาย เป็นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมให้ความสนใจ และ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้เข้าสู่ ครม. แล้ว แต่ปรากฏว่าพบกับอุปสรรคทำให้กฏหมายดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคือรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่บัญญัติถึงหลักเกณฑ์การจัดทำและการประเมินผลสัมฤทธิ์การร่างกฏหมาย 2562 เมื่อมีหลักเกณฑ์ดังกล่าว กฏหมายที่ยืนยันเข้าไปในคณะรัฐมนตรีต้องนำกลับมาก่อน เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจจริงและต้องการให้กฏหมายได้ใช้ประโยชน์ และดำเนินการอย่างเป็นรูปรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ได้นำกฏหมายดังกล่าวกลับไปทำให้ครบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยอาจมีการทำประชาพิจารณ์ และได้นำร่างกลับเข้า ครม. ในช่วง เม.ย. ที่ผ่านมา

ส่วนความคืบหน้าในคดีต่างๆ สมศักดิ์ ระบุว่า นายกฯได้ออกคำสั่งพิเศษ ลล ที่338/62 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการร้องทุกข์ กรณีถูกกระทำทรมานและทำให้สูญหายแล้ว

รังสิมันต์ถาม เหตุที่วันเฉลิมถูกอุ้มหาย เกี่ยวข้องกับการที่กองทัพใส่ชื่อเขาในผังล้มเจ้าหรือไม่

ต่อมารังสิมันต์ กล่าวขอบคุณที่รัฐบาลให้ความใส่ใจเรื่องพ.ร.บ อุ้มหาย แต่อย่างไรก็ตาม การตอบคำถามที่ผ่านมานั้นเป็นการตอบในสิ่งที่ไม่ได้ถาม เพราะสิ่งที่ถามคือความคืบหน้าของผู้ลี้ภัยทางการเมืองอีก 7 รายซึ่งยังไม่รู้ชะตากรรม และอีกคำถามคือ อะไรคือมูลเหตุจูงใจที่เกิดการอุ้มหายวันเฉลิม ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก อดีตปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฏหมาย คสช. ชี้ว่ากรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ และวันเฉลิมเองก็ไม่ได้ถูกแจ้งข้อความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่ข้อเท็จจริงพบว่า กองทัพได้นำรายชื่อของวันเฉลิม เข้าไปอยู่ในผังล้มเจ้าด้วย เดิมทีหากวันเฉลิมโดนแค่เรื่องขัดคำสั่ง คสช. หากลี้ภัยไปซักพักก็กลับมาสู้คดีได้ แต่เมื่อชื่อไปอยู่ในผังล้มเจ้าทำให้วันเฉลิมไม่สามารถกลับมาได้ ฝ่ายความมั่นคงมองว่าวันเฉลิมมีสถานะหรือบทบาทเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยอย่างไรกันแน่ เหตุใดจึงมีรายชื่อในมาตรา 112 ฝ่ายความมั่นคงจัดทำเอกสารนี้ด้วยเหตุผลใด และช่วยระบุรายละเอียดการกระทำของวันเฉลิมได้หรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าประเด็นหมิ่นสถาบันฯ เป็นมูลเหตุที่ถูกอุ้มหาย และการที่กองทัพบกออกมาชี้แจงเพื่อปัดความเชื่อมโยงหรือไม่

สมศักดิ์ อ่านรายชื่อผู้สูญหายที่อยู่ในกระบวนการติดตามของ DSI ซึ่งไม่เกี่ยวกับกับคำถามของรังสิมันต์

ด้านสมศักดิ์ ได้ลุกขึ้นตอบคำถามโดยการอ่านรายชื่อผู้สูญหาย 8 รายได้แก่ 1.สมชาย นีละไพจิตร 2.กมล เหล่าโสภาพันธ์ 3.โสพิศ ปาจู 4.สุชาดา พรหมดำ 5.เพ็ญศรี คุณประเสริฐ 6.ปารีญา กาเจ 7.โอดี สะยาแวง 8.พลเทพ อมรเวชกุล โดยระบุว่า 8 คนนี้อยู่ระหว่างการติดตามในกระบวนการคณะอนุติดตาม DSI ส่วนกรณีกรอุ้มหายในต่างประเทศนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ เพราะไม่ใครสามารถทราบข่าวก่อนการเกิดเหตุ อีกทั้งไม่สามารถเข้าไปดำเนินการสืบสวนในอธิปไตยของประเทศอื่นได้

รังสิมันต์ เปิด 9 รายชื่อผู้ลี้ภัยที่หายตัวไปหลัง คสช. รัฐประหาร พร้อมเปิดคำถามใหม่รัฐบาลได้ตรวจสอบบุคคลที่ถูกอ้างถึงในเพจสมศักดิ์ เจียมแล้วหรือยัง

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนคงถามไม่ตรงคำตอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเอง พร้อมย้ำว่า ผู้ถูกอุ้มหายทั้ง 9 คนที่ตนหมายถึงคือ  เด่น คำแหล้, อิทธิพล สุขแป้น, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, ชัชชาญ บุปผาวัลย์, ไกรเดช ลือเลิศ, ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, กฤษณะ ทัพไทย และสยาม ธีรวุฒิ ทั้งหมดนี้คือบุคคลที่สูญหายในช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นสู่อำนาจ 

ส่วนคำถามที่ 3 รังสิมันต์ระบุว่า มีข้อเท็จจริงจาก andrew macgragor marshall เพจสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  ซึ่งกล่าวถึงผู้เกี่ยวข้องสำคัญในกรณีอุ้มวันเฉลิม ทำให้ประชาชนอยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการลักพาตัววันเฉลิม ส่วนตนนั้นไม่ได้ปักใจเชื่อในข้อมูลดังกล่าว แต่รัฐบาลได้เข้าไปตรวจข้อเท็จจริงในกรณีนี้หรือไม่ บุคคลที่ถูกอ้างถึงมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไร

“มีกระแสข่าวหนึ่งที่ได้เปิดเผยออกมาว่า มีบุคคลหนึ่งที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนสำคัญกับการลักพาตัววันเฉลิม เรื่องนี้ถูกเปิดเผยผ่านเพจดังๆ ยกตัวอย่างเช่น เพจ andrew macgragor marshall เพจสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งปรากกฎข้อเท็จจริงต่อไปว่ามีการตอบรับจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก ที่อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลักพาตัววันเฉลิม ส่วนตัวผมนั้นไม่ปักใจเชื่อกระแสดังกล่าว และรอฟังรัฐบาลว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร เพื่อให้รัฐบาลได้ยืนยันข้อเท็จจริง ผมจึงขอถามว่า รัฐบาลได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลตามที่เพจดังกล่าวให้ข้อมูลแล้วหรือยัง บุคคลที่ถูกอ้างถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่ อย่างไร รัฐบาลช่วยตอบให้ประชาชนสบายใจได้หรือไม่ ว่ามีบุคคลที่กินภาษีประชาชนคนใดมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับการอุ้มหายครั้งนี้หรือไม่ และช่วยตอบให้ชัดเจนได้หรือไม่ว่าตามที่มีการเปิดเผยข้อมูลถึงบุคคลดังกล่าว รัฐบาลได้สอบสวนบุคคลดังกล่าวแล้วหรือยัง บุคคลที่เขาตั้งคำถามเรารู้กันอยู่ว่าเป็นใคร รัฐบาลแค่ไปดูในเพจที่ผมพูดถึง แค่ไปสอบสวนบุคคลนั้นได้หรือไม่ และตอบให้ประชาชนได้ชื่นใจได้หรือไม่ว่า เขาไม่ได้ทำ”

มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง สมศักดิ์ ปฏิเสธตอบคำถาม

สุดท้ายสมศักดิ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยชี้ว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ตอบควบไปกับกระทู้สดต่อไป ต่อมาสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งคำถามต่อไปว่า หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศคือการดูแลคนไทยในต่างประเทศ วันนี้จะดูแลคนไทยอย่างไรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ดอน ตอบเป็น รมต. มา 6 ปี ไม่เคยเห็นชื่อวันเฉลิม เชื่อไม่มีความสำคัญและไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง

ด้านดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ตั้งแต่ทำงานเป็นรัฐมนตรีมา 6 ปี ไม่เคยเห็นชื่อวันเฉลิมอยู่ในรายงานความมั่นคงมาก่อน และเชื่อว่าไม่มีความสำคัญมากนัก และไม่ใช่ภัยคุกคามความมั่นคง ทั้งนี้ทางการกัมพูชากำลังจะเริ่มตรวจสอบ ซึ่งทางกัมพูชาไม่ทราบเรื่องและไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

“เชื่อว่าวันเฉลิมไม่ได้มีความสำคัญมากนักในด้านการต่างประเทศ และความมั่นคง หากสำคัญก็คงได้เห็นรายชื่อแล้ว ไม่น่าจะเป็นผู้มีภัยคุกคามต่อความมั่นคง” 

ดอน กล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะมาจากเหตุผลอะไรกำลังรอคำตอบจากทางกัมพูชาโดยสอบถามไปกับสถานเอกอัคราชทูต ทราบมาว่าทางการกัมพูชากำลังจะเริ่มตรวจสอบ ซึ่งทางกัมพูชาไม่ทราบเรื่องและไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรซึ่งตัวผมเองก็เชื่อแบบนั้น ซึ่งเรื่องนี้คงตอบได้แค่นี้และต้องใช้เวลาต่อไป กระทรวงขอยืนยันว่าให้ความสำคัญกับคนไทยทุกคน ยืนยันว่าประสานงานกับทุกด้านเพื่อความอยู่ดีมีสุขกับคนไทยในต่างประเทศไม่ว่าจะมีลักษณะเป็นชุมชนหรือปัจเจกบุคคลก็ดูแลเป็นอย่างดี พร้อมย้ำว่า กรณีของวันเฉลิมก็ให้ความสำคัญ แต่ปัญหาคือ คนไทยบางกลุ่มไม่แสดงตัวในต่างประเทศ ไม่มีการมาแจ้งสถานทูต จนกว่ามีปัญหาหรือความเดือนร้อนจึงค่อยมาแจ้งเพื่อรับทราบตัวตน ซึ่งผู้ที่ไปพร้อมกับปัญหาก็แน่นอนที่จะไม่อยากแสดงตัวให้รับรู้ วันเฉลิมน่าจะอยู่ในกรณีนี้ การไม่เห็นชื่อของวันเฉลิมในรายงานความมั่นคงน่าจะเป็นข้อที่ดีต่อครอบครัว เพราะถือว่าไม่ได้มีปัญหาในด้านความมั่นคง ดังนั้นกรณีนี้ไม่มีอะไรดีไปเท่าการรอรับฟังรัฐบาลกัมพูชาจะตอบสถานทูตของเราว่าอย่างไร หลังจากนั้นก็ค่อยจัดการต่อไป ในด้านการประสานงานกับ UNHCR พบว่าวันเฉลิมไม่ได้มีชื่ออยู่ในผู้ลี้ภัย แต่ข่าวที่เสนอออกมาจาก Human Rights Watch หรือ amnesty เป็นการเล่นข่าวเพื่อไม่ให้เรื่องนี้เงียบ

ดอน ชี้มาตรา 112 ไม่ใช่ปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ และรายชื่อเพจที่รังสิมันต์อ้างถึงล้วนแล้วแต่เป็นตัวปัญหาสร้าง Fake News

ดอน กล่าวต่อว่า ชื่อของวันเฉลิมไม่ได้อยู่ในชื่อผู้ลี้ภัยจริงโดยเฉพาะ UNHCR พบว่าวันเฉลิมมีการเข้าออกระหว่างไทยกับกัมพูชาหลายครั้ง แต่ระยะหลังกัมพูชาไม่ต่อ VISA ให้เลยไม่ได้กลับมาอีก ทำให้ UNHCR ไม่ได้ให้สถานะผู้ลี้ภัยเพราะไม่ได้ลี้ภัยทางการเมืองโดยแท้จริง รวมถึงวันเฉลิมเองก็ไม่ได้สมัครหรือขอสถานะผู้ลี้ภัยด้วย ส่วนเรื่อง มาตรา 112 มีกลุ่มทูตสมาชิก 28 ประเทศมีการคุยกันในเรื่องมาตรา112 ทางไทยได้ตอบไปว่า

“ม.112 เป็นเหมือนกฎหมายที่อยู่ในหลายประเทศ มีลักษณะเป็นกฎหมายเฉพาะถิ่น เฉพาะที่ ตามความจำเป็นของประเทศนั้นๆ ซึ่งทุกประเทศก็มีกฎหมายลักษณะนี้อยู่ในกฎหมายอาญาของเขา ทุกประเทศกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางสังคม ซึ่งไม่ต่างจาก ม.112 เพียงแต่ว่าบริบทอาจจะคนละเรื่องกัน แต่ความเป็นพิเศษของเพื่อตอบสนองความจำเป็นของสังคมมีอยู่เช่นนั้นจริงๆ แต่ก็มีคำถามต่อไปว่า ม.112  เป็นที่เดือดร้อนต่อคนไทยมากน้อยเท่าไหร่ กลุ่มฑูตที่มาประชุมกันเขาก็ตอบไม่ถูก เพราะเขาก็ฟังมาจากเพื่อนคนไทยว่ามีปัญหากับ ม.112 เราจึงชี้แจงไปว่า คนที่ห่วงกังวลเกี่ยวกับกฎหมายมาตรานี้แยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ 67 ล้านคนที่ไม่เห็นว่าเป็นปัญหา อีกกลุ่มมีไม่ถึงร้อยคนที่เห็นว่ามีปัญหา กลุ่ม 67 ล้านคนเขามองว่า เรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันที่เขารับรู้ว่า ล้วนแล้วแต่เป็นคุณต่อประเทศชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นคุณต่อตัวเขาเองซึ่งเป็นคนไทย ส่วนคนที่กลุ่มน้อยถือว่ามีปัญหาในมุมมองเขา จึงได้มีการถามกลับไปในกลุ่มที่ได้หารือกับว่า ท่านเห็นว่าเป็นปัญหามากน้อยแค่ไหน ทุกคนเงียบ และไม่ต่อความยาวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เท่ากับว่าทุกคนรับทราบ”ดอน กล่าว

“อยากเรียนให้ท่าน(รังสิมันต์)ทราบว่า อะไรก็ตามที่ท่านได้ยินมา และคนที่ท่านได้เอ่ยชื่อมา ไม่ว่าจะเป็น andrew macgragor marshall หรือใครก็แล้วแต่ที่ท่านเอ่ยชื่อมา ก็คือตัวปัญหาเอง และหลายๆ เรื่องที่เรารับทราบมาล้วนแล้วแต่เป็น fake news จากบุคคลดังกล่าว” ดอน กล่าว

ด้านรังสิมันต์ ระบุต่อว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศตอบว่าเรื่อง ม.112 ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ จะตอบอย่างไรก็กรณีที่เรื่องนี้ขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์ในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งมีข้อมูลมากมายที่เปิดเผยให้เห็นปัญหาในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับ ม.112

สุดท้าย ดอนตอบว่า ทุกท่านคงทราบดีว่าในโลกของทวิตเตอร์นั้นสามารถปั่นกระแสกันได้ง่ายอย่างไร ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่ได้พบและพูดคุยต่างก็เห็นประเด็นนี้ และต่างก็กำลังเจอกับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นต่อรัฐบาลของเขา ที่มาจากการปั่นกระแสในโซเชียล นอกจากอาเซียน ยังประเทศมีกัวเตมาลา ซึ่งอยู่ไกลมากก็ยังเดินทางมาพูดคุยกับเราในเรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์