FTA Watch ชวนจับตา #หนึ่งเดือนนับจากนี้ การทำงานของ กมธ.ศึกษา CPTPP

FTA Watch ชวนจับตา #หนึ่งเดือนนับจากนี้ การทำงานของ กมธ.ศึกษา CPTPP และการนำเสนอจากทุกฝ่าย ทั้งข้อห่วงกังวล ข้อมูล งานวิจัยของทุกฝ่ายจะถูกนำมาเปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักกับเสียงสนับสนุนของภาคธุรกิจ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเรียนรู้ตามระบอบประชาธิปไตย ชี้ประเทศไม่ควรถูกปกครองโดยระบบการใช้อำนาจเส้นสายล็อบบี้เพื่อให้ได้สิ่งที่กลุ่มของพวกเขาต้องการเหมือนที่ผ่านมา

13 มิ.ย. 2563 เพจ FTA Watch เผยแพร่อินโฟกราฟิก พร้อมระบุว่า #หนึ่งเดือนนับจากนี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก หลายคนตั้งคำถาม จากท่าทีประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลง #CPTPP นายวีระกร คำประกอบ และพรรครัฐบาลเหมือนตั้งธงให้สภาเป็นตรายางสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลในการไปยื่นหนังสือขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP ทันในเดือน ส.ค. 2563 นี้ #การทำงานของคณะกรรมาธิการฯยังจะมีประโยชน์หรือไม่

คำตอบ คือ มีประโยชน์อย่างยิ่ง

#หนึ่งเดือนนับจากนี้ ข้อห่วงกังวล ข้อมูล งานวิจัยของทุกฝ่ายจะถูกนำมาเปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักกับเสียงสนับสนุนของภาคธุรกิจ หากไม่มีกลไกที่ว่านี้ ด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 เสียงของประชาชนแทบไม่มีความหมายในกระบวนการการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นั่นหมายความว่า ตอนนี้ เสียงของประชาชนเริ่มดังขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ต้องมีเสียงและสายตาจากภายนอกจับจ้องมอง ช่วยนำเสนอข้อมูล ตรวจสอบการใช้เหตุผล หลักฐานเชิงประจักษ์ ว่าการเข้าร่วมความตกลง CPTPP นั้น ส่งผลได้-ผลเสียเป็นอย่างไร ชั่งน้ำหนักกันได้หรือไม่อย่างไร รวมถึงความเคลื่อนไหวข้างนอกห้องประชุมยังต้องส่งเสียงร้องเตือนภัย หากมีสัญญาณของการใช้เสียงข้างมากลากไป

การตรวจสอบจากกระแสภายนอกอย่างเข้มแข็งเท่านั้นที่จะทำให้การทำงานของคณะกรรมาธิการฯเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

ยืนยันอีกครั้งว่า หากพิจารณาด้านพัฒนาการการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง สิ่งที่เกิดขึ้นในสภาฯตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาและนับจากนี้ และ การเคลื่อนไหวของพลเมืองเน็ตตลอดเดือนเศษที่ผ่านมา เป็นพัฒนาการอย่างมีนัยยะสำคัญการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ

แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จะตัดกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน และยังตัดกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะก่อนการไปเจรจาไปแทบสิ้นเชิง แต่ขณะนี้การมีส่วนร่วมของประชาชนและการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติกำลังดำเนินไปในทางปฏิบัติ

ภาคส่วนใดที่คิดว่าที่ผ่านมาข้อห่วงกังวลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจาก CPTPP ถูกขอร้องให้อย่าพูด อย่าคัดค้าน หรือถูกละเลย ขอให้นำเสนอข้อมูลออกมา

เช่นเดียวกับที่คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาติดตาม ตั้งคำถาม ตั้งวงศึกษา เผยแพร่ข้อมูล ส่งเสียงแสดงความคิดเห็น เรียกร้องการมีส่วนร่วมของพวกเขาต่อนโยบายสาธารณะที่จะผูกพันและมีผลกับคนรุ่นเขา มากเสียยิ่งกว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่หรืออาวุโสยิ่งกว่านั้น ที่กำลังตัดสินใจแทนพวกเขาอยู่

นี่คือการเรียนรู้ตามระบอบประชาธิปไตย ที่บรรดาคนรวย 1% ของบ้านนี้เมืองนี้ต้องเปลี่ยนคติของพวกเขาด้วยเช่นกันว่า ประเทศนี้ไม่ควรถูกปกครองโดยระบบการใช้อำนาจเส้นสายล็อบบี้เพื่อให้ได้สิ่งที่กลุ่มของพวกเขาต้องการเหมือนที่ผ่านมา

หมายเหตุ : วันที่ 14 มิ.ย.2563 เวลา 15.15 น. ประชาไท ดำเนินการปรับปรุงเนื้อหาบางประการ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์