แอมเนสตี้ชวนผู้สนับสนุนทั่วโลกส่งจดหมายถึงทางการกัมพูชากรณีการหายตัวไปของ 'วันเฉลิม'

แอมเนสตี้ชวนผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกส่งจดหมายถึง 'ฮุนเซน' เรียกร้องทางการกัมพูชาสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ามีการลักพาตัววันเฉลิม และให้นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ เข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลพลเรือน 

17 มิ.ย. 2563 วันนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยรายงานว่า สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกกรม และผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกร่วมกันส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เรียกร้องทางการกัมพูชาสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ามีการลักพาตัววันเฉลิม และแจ้งให้ครอบครัวทราบทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด และให้นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ เข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลพลเรือน ทั้งยังเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อกำหนดในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกัมพูชาเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาฯ  และต้องไม่ส่งตัววันเฉลิมกลับประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่จะต้องไม่ส่งกลับบุคคลไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งการรณรงค์นี้จะมีไปถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2563  

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่อยู่ระหว่างลี้ภัย ถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายลักพาตัวไปจากด้านนอกอพาร์ทเมนท์ของเขาในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เขาเป็นที่รู้จักในประเทศไทยจากการแสดงความคิดเห็นที่เห็นต่างจากรัฐ และในระหว่างที่ยังลี้ภัยอยู่เขามักใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกทางออนไลน์อยู่เสมอ ทางการไทยได้ออกหมายจับเขาเมื่อปี 2561 และเขาเป็นหนึ่งในเก้าของนักกิจกรรมชาวไทยที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านและต่อมาได้หายตัวไป ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีรายงานยืนยันว่ามีการสังหารนักกิจกรรมที่ลี้ภัยไปแล้วสองคน

แอมเนสตี้ยังกังวลว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางการในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งกัมพูชา ร่วมมือกับทางการไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อบังคับส่งกลับบุคคลที่มีหมายจับไปยังประเทศที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นเหตุให้พวกเขาถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อเดินทางกลับไปประเทศของตน รวมทั้งชาวกัมพูชาที่หลบหนีจากการดำเนินคดี อันเนื่องมาจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกอย่างสงบ ซึ่งต่อมาได้ถูกบังคับส่งตัวกลับจากไทยไปกัมพูชา

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงเชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม ผู้สนับสนุน ตลอดจนผู้ที่สนใจประเด็นสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เขียนจดหมายเรียกร้องถึงทางการกัมพูชาเรียกร้องให้สอบสวนการหายตัวไปของเขาอย่างถี่ถ้วนและมีประสิทธิภาพและสืบทราบถึงที่อยู่ของเขาในปัจจุบัน ตามข้อกำหนดที่มีอยู่ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย และให้นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ เข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลพลเรือน และไม่ให้ใช้โทษประหารกับบุคคลเหล่านั้น และยังเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาต้องไม่ส่งตัววันเฉลิมกลับระเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีของท่านที่จะต้องไม่เข้าร่วมในการบังคับส่งกลับบุคคลไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

สามารถลงชื่อได้ที่: https://www.amnesty.or.th/get-involved/take-action/ua20/

อนึ่ง วันที่ 4 มิ.ย. 2563 วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกลักพาตัวโดยกลุ่มบุคคลติดอาวุธ จากหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ โดยเหตุการณ์ถูกบันทึกในกล้องวงจรปิดด้วย วันเฉลิมลี้ภัยการเมืองหลังตกเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ในปี 2557 และ เป็นอดีตผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดในคดีตามพระราชบัญญติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมฯ) ปี 2561 จากการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ดูแลเฟซบุ๊กแฟนเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ ๆ” 

การลักพาตัววันเฉลิม ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายบนอินเทอร์เน็ต และได้เกิดแฮชแท็ก #saveวันเฉลิม บนทวิตเตอร์ ที่มีผู้เขียนข้อความด้วยแฮชแท็กดังกล่าว กว่า 1 ล้านครั้ง มีองค์กรสิทธิมนุษยชน และองค์กรนักศึกษา-นักเรียนหลายองค์กร ประชาชน และบุคคลมีชื่อเสียงจำนวนมากร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลไทย และกัมพูชา ดำเนินการตามหาตัววันเฉลิม และชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าว

เบื้องต้น รัฐบาลไทยและกัมพูชา ปฏิเสธความเกี่ยวข้องและการรับรู้เรื่องดังกล่าว กระทั่งมีประชาชนและนักศึกษาได้ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าว รวมถึงไปยื่นหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องการลักพาตัววันเฉลิม โดยตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาได้รับปากว่า จะนำเรื่องดังกล่าวส่งต่อไปยังรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 มิ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งหมายเรียก 4 ตัวแทนประชาชนซึ่งทำกิจกรรมยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจนครวังทองหลาง เนื่องจากอ้างว่า กิจกรรมการยื่นหนังสือฝ่าฝืนพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์