พปชร. เลือก 'พล.อ.ประวิตร' เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

ที่ประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ มีมติเลือก 'พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ' เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่วน 'อนุชา นาคาศัย' เป็นเลขาธิการพรรคฯ โดยไม่มีคู่แข่ง ไม่มีรายชื่อกลุ่ม 4 กุมารอยู่ในกรรมการบริหารพรรค


ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย

27 มิ.ย. 2563 ที่ประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ มีมติเลือกพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมเลือกนายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค โดยไม่มีคู่แข่ง ส่วนตำแหน่งนายทะเบียนพรรค คือ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งถูกเสนอชื่อแทนนายสมชาติ ธรรมศิริ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะเสนอชื่อเป็นนายทะเบียนพรรค แต่เนื่องจากเคยถูกให้ออกจากราชการ ทำให้พรรคกังวลว่าอาจจะถูกโจมตีได้ ขณะที่เหรัญญิกพรรค คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ส่วนกรรมการบริหารพรรค 23 คน ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสุชาติ ชมกลิ่น นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายสุพล ฟองงาม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ นายนิโรธ สุนทรเลขา นายไผ่ ลิกค์ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นายสุรชาติ ศรีบุศกร นายนิพันธ์ ศิริธร นางประภาพร อัศวเหม และนายสกลธี ภัททิยกุล

ทั้งนี้ทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่มีทั้งหมด 27 คน ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า รายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ไม่มีรายชื่อของกลุ่ม 4 กุมารอยู่ด้วย และมีรายงานว่าหลังลงมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่เสร็จสิ้น อุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่ได้มีการพูดคุยแกนนำคนอื่น เพียงกล่าวกับสื่อมวลชนว่าไม่เป็นไรเนื่องจากผมก็ยังคงทำงานต่อ ไม่ได้น้อยใจอะไรและยังคงทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรค ยืนยันว่ายังทำงานอยู่ในพรรค พร้อมปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าเมื่อปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคแล้วจะส่งผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ส่วนจะพิจารณาการอยู่พรรคต่ออย่างไร ยืนยันว่า ยังอยู่ในพรรคและยังไม่ได้คิดอะไร พร้อมแสดงความยินดีกับเลขาธิการพรรคคนใหม่ และอยากให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นำพาพรรคพลังพรรคให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง และขอเป็นกำลังใจ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะคณะเตรียมการจัดประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังประชารัฐ ระบุภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีมติการแก้ไขข้อบังคับของพรรคไว้เรียบร้อย ซึ่งข้อบังคับใหม่คือได้มีการเปลี่ยนสัญลักษณ์หรือโลโก้ของพรรคและเปลี่ยนสำนักงานของพรรคเป็นสถานที่ใหม่ และกรรมการบริหารพรรคจะมีเพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและ กรรมการบริหารพรรค โดยการเลือกรองหัวหน้าพรรคจะเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรคที่จะเลือกทั้งหมด 9 คน และผลคะแนนในการเลือกหัวหน้าพรรคถือว่าเป็นเอกฉันท์โดย พลเอกประวิตร ได้คะแนน 516 คะแนน ส่วนเลขาธิการ ได้คะแนน 485 คะแนน และเหรัญญิก ได้คะแนน 480 คะแนน รวมถึงนายทะเบียน 494 คะแนน 

'ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์-ธรรมนัส' เชื่อ 'ประวิตร' นำพาพรรคได้ดี

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศษฐกิจและสังคม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่ากลุ่มของตนเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประวิตร จะสามารถนำพาพรรคไปได้ และเป็นเรื่องธรรมดาในการเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ 

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งรองหัวหน้าพรรคจำนวน 9 คนเป็นการกระจายอำนาจให้กลุ่มก๊กกวนต่างๆนั้น ในส่วนของนักการเมือง ทราบกันดีอยู่แล้วว่าใครมีความสามารถหรือศักยภาพมากน้อยอย่างไรที่จะประสานงานกัน เพราะการทำงานมีหลายรูปแบบและหลายมิติ เช่น การทำงานในพื้นที่ การประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนนโยบายของพรรค ที่พรรคการเมืองต้องมีอยากแข็งแรง

ด้านนายพุทธิพงษ์ กล่าวถึงการที่ พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแล้วจะทำให้ปัญหาต่างๆภายในพรรคหายไปหรือไม่ว่า ขอให้โอกาส พล.อ.ประวิตรซึ่งเป็นคนดี เป็นคนมีคนรักมาก เป็นคนมีบารมีเข้าใจการเมืองและเข้าใจการบริหารประเทศ จึงต้องติดตามรอดูผลงาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ตรงกันและส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนเข้าใจว่า พล.อ.ประวิตร จะเข้ามาประสานรอยร้าวในพรรค ด้วยบุคลิกของความเป็นคนน่ารักและมีบารมีที่ทุกคนให้ เพราะพรรคมาจากคนหลายกลุ่ม เมื่อมารวมกันก็ต้องการให้มีส่วนร่วมที่เป็นหัวเรือหลัก ให้กับทุกกลุ่มได้ ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจจึงต้องสร้างความเข้มแข็ง วางเป้าหมายให้มีจำนวน ส.ส.ให้มากขึ้น

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ  มั่นใจเช่นกันว่าพล.อ.ประวิตร จะทำให้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคจบลงได้ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันไปแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส ยังยืนยันถึงความสัมพันธ์ของตน กับนายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รักษาการเลขาธิการพรรค  ยังสามารถพูดคุยกันได้ เพราะตนไม่มีปัญหากับใคร ที่ผ่านมาได้วางตัวเป็นกลางมาตลอด

ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2]
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์