โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า: ฉันโง่ บ้า และเป็นเฟมินิสต์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

Disclaimer: ขอโทษที่เราไม่ใช่ผู้ชายคนขาวเกิดในศตวรรษที่ 18–19 ที่ต่อให้พูดอะไรมั่วๆซั่วๆผิดฝาผิดตัว จับแพะชนแกะ ขโมยไอเดียเมียตัวเองมาพูด ซ้ายไทยก็ยังกราบเบญจางคประดิษฐ์ กราบแบบคนขาวเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เขาคงมองลงมาจากบัลลังก์พระราชวังแวร์ซายอย่างเอ็นอกเอ็นดู คนเหลืองพวกนี้ทำอะไรกันนะ พิธีแสดงความเคารพของคนเอเชียช่างน่าสนใจเหลือเกิน กราบกรานกันอย่างกับสัตว์เลื้อยคลาน

 

. . .

ทุกวันนี้มีไม่กี่เรื่องที่วนเวียนอยู่ในหัวเรา

งาน งาน งาน และ งาน ทำงานหนักขนาดนี้เราอาจจะได้ตายก่อนสามสิบ อย่างเลวร้ายน้อยที่สุดก็หมอนรองกระดูกเสื่อม

ไวรัสโควิด 19 และอาการ OCD ของเราที่เช็ดแอลกอฮอล์ทุก 15 นาที เอาแบงค์ใส่ซองจดหมายแทนกระเป๋าสตางค์ เพราะเค้าบอกว่าเชื้อไวรัสอยู่บนแบงค์ได้ถึง 9 วัน

“พวกเฟมินิสต์นี่ใช้แต่อารมณ์ เกรี้ยวกราดทำตัวแบบนี้ใครเค้าจะไปอยากฟังคุณอ่ะครับ”

นักวิชาการและนักกิจกรรมฝั่งประชาธิปไตย/ซ้ายไทย โดยเฉพาะคุณผู้ชายทั้งหลาย ที่เราสงสัยว่าเรียกร้องความรับผิดชอบจากพวกเขาได้ไหมนะ หรือแค่เค้าบอกว่า ‘เอาประชาธิปไตย’ เราก็ต้องยกมือขึ้นพนมแสดงความซาบซึ้ง มาตรฐานบ้านนี้เมืองนี้มันสูงชันเหลือเกินค่ะ

ถ้าขุนแผนเล่นทวิต ขุนแผนจะเกลียดเฟมทวิตไหม หรือถ้าพระพุทธเจ้าเกิดปี พ.ศ. 2563 แล้วไปค้นพบกรุ๊ป The Santuary of Wong********/เบียวชิบ***/Yannawa Sa****** นี่จะเป็นจุดหักเหให้พระพุทธเจ้าเกิดเหนื่อยหน่ายทางโลกแล้วออกแสวงธรรมจนตรัสรู้ แทนการเห็นคนเกิดแก่เจ็บตายไหมนะ หรือพระพุทธองค์จะผันตัวเป็นเฟมทวิตต่อสู้กับ men who are trash (*not all men but the incels are definitely trash)

ที่แน่ๆ เราเหนื่อยหน่ายกับบรรยากาศและบทสนทนาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงแอคทิวิสต์และนักวิชาการซ้ายไทย จนถึงขั้นที่ว่าถ้าเราเกิดเป็นชายผู้มีบุญญาธิการ เราคงออกบวชเพราะปลงตกในมนุษยชาติและตรัสรู้ทางธรรมไปแล้ว

แต่เราดันเป็นผู้หญิง และทุกอณูร่างกาย ลมหายใจเข้าออก บอกเราว่าเราออกบวชไม่ได้ เพราะบวชไปก็คงไม่มีวันไต่เต้าเป็นพระสังฆราชได้ แค่จะเป็นเจ้าอาวาสก็ฝันสูงเกินเอื้อม เราทำได้แค่รู้สึกเหมือนมีคนเอาไขควงมาทิ่มแล้วก็ไขหัวใจเรา เวลามีคนบอกว่าเฟมินิสต์ใช้แต่อารมณ์ ทำไมไม่รู้จักใช้เหตุผลคุยกัน

เราใช้เหตุผลมาตลอด พยายามหาคำอธิบายว่าทำไมเวลานัดรวมญาติ หลานชายได้แต่นั่งเฉยๆ แต่หลานสาวช่วยกันทำกับข้าว จัดโต๊ะ ล้างจานกันหัวคะมำ

เราใช้เหตุผล พยายามหาคำอธิบายว่าทำไมแม่ต้องสอนเราตั้งแต่จำความได้ พูดกับเราย้ำๆซ้ำไปซ้ำมา อย่างมั่นคงแน่วแน่กว่าดวงอาทิตย์ที่ขึ้นทางตะวันออกและลับตาไปทางตะวันตกว่า “อย่าไปไหนกับญาติผู้ชายสองต่อสอง ต่อให้สนิทกับเขา ถ้าเขาชวนไปไหนก็อย่าไป ต่อให้เป็นลุงเป็นตาก็อย่าไป ไปโรงเรียนถ้าครูผู้ชายเรียกให้ไปพบสองต่อสอง อย่าไปเด็ดขาด มันอันตราย อย่าไว้ใจ เกิดเขาทำมิดีมิร้ายขึ้นมา”

เราใช้เหตุผล เวลาเราใส่สายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นออกจากบ้าน แล้วครอบครัวบอกว่าให้แต่งตัวให้มิดชิด ไม่งั้นคนจะมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี ไม่งั้นเดี๋ยวโจรมันจะมาฉุดไปข่มขืน เราใช้เหตุผลเวลาอ่านข่าวข่มขืนแล้วเห็นว่าเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปี โดนญาติผู้ชายรุมข่มขืน — แน่นอนว่าเด็กหญิงแต่งตัวเรียบร้อยดี หรือเวลาเห็นละครไทยฉายฉากนางเอกโดนพระเอกข่มขืนให้กลายเป็นฉากโรแมนติก เวลานางร้ายโดนข่มขืนเพื่อเป็นการล้างแค้นและลงโทษให้สาสมกับความเป็นหญิงร้าย หรือเวลาเพื่อนผู้หญิงที่เราสนิทนั่งน้ำตาไหลพรากแล้วบอกกับเราว่าโดนแฟนตัวเองบังคับให้ blow job ให้ เราใช้เหตุผลตอนที่รู้ว่าเพื่อนเราเป็นซึมเศร้าไปสามปี เพราะถูกแฟนตัวเองขืนใจ และเราก็ใช้เหตุผลตอนอ่านบทความมีนัยยะสนับสนุน pedophilia เราถามตัวเองประมาณห้ารอบว่าคนเขียนเขารู้ใช่ไหมว่าเด็กที่ถูกกระทำชำเรา ถูกมองเป็นวัตถุทางเพศตั้งแต่เด็กๆ มันสร้างบาดแผลในใจไว้ในใจยังไงบ้าง ว่าเขารู้ใช่ไหมว่าโลกนี้ ประเทศนี้มีสิ่งที่เรียกว่า forced marriage ที่เด็กอายุสิบต้นๆถูกจับแต่งงานกับชายแก่หัวหงอกอายุห้าสิบ

เราหายใจเข้าออกลึกๆ พยายามนั่งวิปัสสนากรรมฐาน เป็นผู้หญิงต้องหัดใช้เหตุผลบ้าง ใช่ อย่าโกรธสิ ต้องมีเหตุผลนะ อย่าใช้อารมณ์ พูดดีๆสิ

เราใช้เหตุผล ตอนที่พ่อของลูกพี่ลูกน้องเราทิ้งลูกทิ้งเมีย ปล่อยให้น้าผู้หญิงเลี้ยงลูกตัวคนเดียว ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูหรือแม้แต่ยกหูโทรศัพท์ถามไถ่ความอยู่ดีมีสุข (หรือว่าอยู่ไม่ดีมีทุกข์) เราใช้เหตุผล ตอนฟังยายเล่าเรื่องว่าทวดผู้ชายของเราทิ้งเมียและลูกอีก 12 คน ไปเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ ปล่อยให้ทวดผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียว และยายเราซึ่งเป็นพี่คนโตสุดเลี้ยงดูน้องอีกสิบกว่าชีวิต

เราใช้เหตุผล ตอนที่รับรู้ว่าเพื่อนที่เป็นเลสเบี้ยนเป็นซึมเศร้ามาค่อนทศวรรษ เพราะที่บ้านไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยยอมรับรสนิยมทางเพศของเธอ เพราะเราอยู่ในสังคมที่คิดว่าเลสเบี้ยนเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เพราะสังคมคิดว่าทอมดี้ ‘ซ่อมได้’ ราวกับว่ารสนิยมทางเพศที่แตกต่างไปจากบรรทัดฐานคือนาฬิกาพังๆรอผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาไขลาน ราวกับว่าความลื่นไหลทางเพศไม่ถูกนับว่าเป็นเพศ ราวกับว่าคนรักต่างเพศเท่านั้นที่ได้รับการยืนยันว่าตัวตนและชีวิตจิตใจมีความหมาย เราใช้เหตุผล ตอนที่เพื่อนเกย์ของเราถูกบุลลี่เพราะเป็นเกย์ และต้องพกคัตเตอร์ไปโรงเรียนเพื่อป้องกันตัวเอง พร้อมกับบาดแผลในใจและความไม่ไว้ใจมนุษย์ที่เหมือนว่าจะไม่มีวันหายสาปสูญ ไม่มีวันตกหล่นไปตามซอกหลืบของกาลเวลา

เราใช้เหตุผล ตอนฟังพี่จากมูลนิธิคนข้ามเพศที่พัทยาเล่าให้ฟังว่าคนข้ามเพศเรียนจบมาสูงยังไงก็มักไม่มีงานทำ เพราะบริษัทไม่รับทำงาน ต้องไปขายบริการ บางทีลูกค้ามาคนเดียว พอขึ้นไปบนห้องเจอผู้ชายรออยู่สิบคน ถ้าถูกขืนใจระหว่างทำงานแล้วขึ้นโรงพักไปฟ้องตำรวจ บางทีก็โดนตอกกลับมาว่า ‘ก็โชคดีแล้วนี่ มีคนเอา’

เราใช้เหตุผล ตอนที่นั่งดูสถิติเด็กในโรงเรียนถูกบุลลี่เพราะรสนิยมทางเพศ เห็นเพื่อนผู้ชายที่ไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานทางเพศของสังคมโดนกลั่นแกล้ง ตอนที่รู้ว่ามีผู้ชายโดนข่มขืนแต่ออกมาพูดไม่ได้ เพราะความเป็นชายที่สังคมแขวนคอเอาไว้ ตอนที่เพื่อนผู้ชายไม่กล้าร้องไห้ เพราะที่บ้านสอนว่า ‘เป็นผู้ชาย เรื่องแค่นี้ร้องไห้ทำไม’ แต่มานั่งร้องไห้กับเราเป็นชั่วโมง เพราะสังคมบอกว่าผู้ชายร้องไห้ไม่ได้ ใช้เหตุผลสิ อย่าร้องไห้ ห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ใช้เหตุผลนะ ใช้เหตุผล ต่อให้บาดแผลในใจจะทำเธอแหลกละเอียดเป็นผุยผงและเธอรู้ว่ามนุษย์เปราะบางแหลกสลายได้โดยง่าย ก็ต้องใช้เหตุผลเข้าสู้นะ น้ำตาและความโกรธมันไม่ช่วยเธอหรอก

ถ้าคุณเป็นหุ่นยนต์มนุษย์ที่ไม่รู้สึกรู้สากับอะไรพวกนี้ — ยินดีด้วยจากใจ บางทีจักรวาลอาจจะหมุนรอบคุณ บางทีต่อมความรู้สึกของคุณอาจจะมีขนาดเท่าช้อนชา แต่ของผู้หญิง เควียร์ และเหยื่อความรุนแรงทางเพศไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม มันมีขนาดเท่ามหาสมุทรในยุคภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ที่คลื่นซ้ำกรรมซัด น้ำทะเลดูด สึนามิถล่ม ภูเขาไฟระเบิด ปะการังซีดขาว สัตว์ทะเลสูญพันธุ์ ขยะล้นมหาสมุทร

เราเหนื่อยหน่ายจนกลั่นออกมาเป็นคำพูดไม่ออก ทั้งๆที่กลั่นอยู่ เราอยากเททุกเศษเสี้ยวความบิดเบี้ยวและรอยฟกช้ำของจิตวิญญาณกรีดร้องใส่ทุกตัวอักษร แต่ก็รู้สึกว่าอธิบายออกมายากเหลือเกิน เราต้องบอกไหมว่าเพศมันเป็นแม้แต่วิธีการที่เราหายใจ เพศคือวิธีการที่คนบอกให้เรานั่งหุบขาเรียบร้อยเพราะเราเป็นผู้หญิง เพศคือสายตาที่เราจ้องมองโลกและโลกจ้องมองเรา แต่เรากลับต้องหลบตาเวลาถูกจ้องกลับ เพศคือฝีเท้าของเราที่เร่งเดินฉับๆเวลาผ่านวินมอเตอร์ไซต์หรือซอยเปลี่ยว เพศคือเวลาที่หัวใจเราแทบจะระเบิดออกมาจากอกเวลาเดินอยู่บนทางเท้าเปลี่ยวในซอยแถวบ้านตอนพลบค่ำ แล้วได้ยินเสียงคนเดินตามหลังมา ผู้หญิงทุกคนเข้าใจวินาทีที่เหลือบไปมองข้างหลังแล้วเห็นว่าคนที่เดินตามมาไม่ใช่ผู้ชาย เราทุกคนเข้าใจเสี้ยววินาทีแห่งความโล่งอกนั้นดี และผู้หญิงทุกคนก็เป็นนักกีฬาเดินไวในซอยเปลี่ยว เดินหนีวินมอเตอร์ไซต์ และแก๊งผู้ชายที่แซวตามตรอกซอกซอย ถ้ามีโอลิมปิกด้านนี้ ผู้หญิงคงผ่านเกณฑ์นักกีฬากันหมด

เราสำนึกเรื่องเพศกันตอนไหนนะ? เราพยายามมองย้อนกลับไป จะได้เข้าใจว่าทำไมตัวตนและจิตวิญญาณของผู้คนถึงผูกติดกับเพศขนาดนี้ เราถูกสอนกันมายังไง? ใช้เหตุผลสิ ใช้เหตุผล เราว่าถ้าคุณนั่งคิดสักหน่อยคุณก็ได้คำตอบ นี่มันไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่คำถามปรัชญาชั้นสูง ดังนั้นก็คิดดีๆ ใช้เหตุผลแล้วก็อย่าตอบคำถามนี้ราวกับว่าชีวิตมนุษย์เป็นสนามเด็กเล่นประลองปัญญา (intellectual playground) ชีวิตมนุษย์ก็คือชีวิตมนุษย์ เหมือนที่ Salman Rushdie บอก (บางทีคุณอาจจะฟังเค้ามากกว่าฟังเรา เพราะเค้าเป็นผู้ชาย)

“มนุษย์มองไม่เห็นสิ่งต่างๆอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเราไม่ใช่พระเจ้า แต่คือสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยบาดแผล เลนส์สายตาร้าวและมองเห็นเพียงผ่านรอยแตก เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีอคติ เราเป็นอย่างนั้นเลย ความหมายคือวังโคลนเคลนที่สร้างจากของเหลือทิ้ง ลัทธิความเชื่อ ความเจ็บปวดในวัยเด็ก บทความในหนังสือพิมพ์ คำพูดที่บังเอิญได้ยิน หนังเก่าๆ ชัยชนะเล็กๆน้อยๆ ผู้คนที่เกลียดชัง ผู้คนที่รัก บางทีมันอาจเป็นเพราะความรู้สึกของเราที่ว่าอะไรเป็นอะไรมันถูกประกอบสร้างจากสิ่งที่ขาดแคลนเกินไป เราจึงปกป้องมันอย่างรุนแรงเหลือเกิน จนบางทีก็ปกป้องจนถึงตาย” 

(Imaginary Homelands: Essays and Criticism, 1981–1991)

เราคิดว่าชีวิตเป็นเช่นนั้น เราเลยไม่กล้าสั่งสอนคนอื่นมากนัก เรามองเห็นจากเลนส์ที่แตกหักของเรา เราทุกคนมองเห็นจากเลนส์ที่แตกหักและแตกต่างของชีวิตตัวเอง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งประสบการณ์ เราถูกหล่อหลอมและก่อร่างสร้างตัวตนด้วยประสบการณ์ ถึงแม้ความรู้สึกจะมีโครงสร้างของมัน ถึงแม้ว่าคนเพศเดียวกันมีประสบการณ์บางอย่างร่วมกัน แต่เราไม่ใจกล้ามากพอจะไปบอกเหยื่อความรุนแรงทางเพศและคนที่เคยถูกทำร้ายจิตใจร่างกายว่าเขาควรรู้สึกยังไง ควรพูดยังไง ควรปฏิบัติตัวยังไง ควรเรียกร้องยังไง ควรสุภาพขนาดไหนเวลาที่เล่าเรื่องที่โดนพ่อตัวเองข่มขืน และออกมาบอกว่าขยาดผู้ชาย เราไม่มีวันใจกล้าได้ขนาดนั้น

ที่สำคัญคือเราไม่มีวันเข้าใจ เราไม่เข้าใจว่าเราจะเรียกร้องความเป็นธรรมและปฏิรูปสังคมไปทำไม ถ้าไม่สนใจความปลอดภัยในชีวิตคน การปฏิรูปแสวงหาความยุติธรรม ปฏิวัติชาติบ้านเมือง มันห่างไกลจากความรู้สึกที่ว่าคนเราแค่ต้องการหายใจหายคอคล่อง เดินบนฟุตบาทเรียบ กินข้าวครบมื้อ ดื่มน้ำสะอาด สูดอากาศบริสุทธิ์ เข้าห้องน้ำ นอนหลับอย่างสนิทขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าการปฏิรูปปฏิวัติขับเคลื่อนสังคมและความเป็นธรรมไม่ได้เรียกร้องสิ่งเหล่านี้ แล้วคนเราเรียกร้องอะไรกัน สุดขอบฟ้าที่เรามองเห็นกับที่พวกเขามองเห็น มันคงเป็นคนละเส้นขอบฟ้ากัน

พวกเขารู้รึเปล่าว่าข้อถกเถียงว่าด้วยความแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญระหว่างอารมณ์และเหตุผลมันสุดจะย้อนศตวรรษ เราไม่รู้ว่าเพราะอยู่ในสังคมไทยกันนานเกินไป พวกเขาเลยอยากย้อนยุคตามมณีจันทร์ในทวิภพ แต่แทนที่จะย้อนกลับไปสยาม ก็ย้อนไปในดินแดนคนขาวยุคล่าอาณานิคมที่ประดิษฐ์วาทกรรมเหตุผล VS อารมณ์ มาลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนพื้นเมือง (รวมถึงคนเหลืองอย่างพวกเราที่เขาดูถูกดูแคลนด้วย) ไม่รู้ว่าเขาคิดว่าดินแดนคนขาวคือแผ่นดินทองผ่องอำไพที่มนุษย์ทุกคนมีเหตุมีผลหรืออย่างไรกัน ที่แน่ๆเขาคงไม่ได้สนใจว่าบางทีคนที่พูดว่าตัวเองมีเหตุมีผลได้ ก็เอาประสบการณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง การไม่มีอารมณ์ก็คืออารมณ์ คนดำมีสิทธิโกรธโครงสร้างสังคมที่กดขี่พวกเขามาเป็นร้อยๆ ปี พวกเขามีสิทธิโกรธที่ทรัพยากรถูกขโมย ถูกจับมาเป็นทาส ถูกกีดกันจากละแวกบ้านดีๆ โรงเรียนดีๆ และงานดีๆ คนยากคนจน คนที่ถูกลิดรอนสิทธิทั้งหลายแหล่ในประเทศนี้ก็มีสิทธิโกรธชนชั้นสูงที่กดขี่พวกเขา เช่นเดียวกัน ผู้หญิง เกย์ กะเทย และเควียร์ในประเทศนี้ก็มีสิทธิโกรธ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกคุณสังเกตเห็นโครงสร้างของอารมณ์ไหม ว่าใครกันนะที่มักถูกห้ามไม่ให้แสดงอารมณ์โกรธ ใครกันนะถูกบังคับให้ต้องสุภาพเคารพนบนอบตลอดเวลา คนโกรธไม่ได้คือใครกันนะ? ผู้มีอำนาจ หรือคนที่อยู่ใต้อำนาจ? ผู้กดขี่ หรือคนที่ถูกกดขี่? คุณก็รู้ดีว่าคำตอบคืออย่างหลัง

อาจจะโง่ แล้วก็บ้าด้วยที่ใช้อารมณ์ พวกคุณก็คงมองเช่นนั้น เพราะเลนส์สายตาแตกร้าวของคุณมองไม่เห็นที่มาที่ไปและความเป็นเหตุเป็นผลของอารมณ์ของคนที่ถูกกดขี่ทางเพศ คุณคงไม่ได้สนใจหัวจิตหัวใจและประสบการณ์ชีวิตของมนุษย์ และเฟมินิสต์ก็คงโง่จริง แล้วก็บ้าจริง ที่ใจกล้าลุกขึ้นต่อล้อต่อเถียงและต่อสู้กับสังคมที่ไม่เท่าเทียมทางเพศถึงขนาดนี้ เรายืมประโยคต่อไปนี้มาจากนักวิชาการเฟมินิสต์ชื่อ Sara Ahmed ที่บอกว่าสิ่งที่เฟมินิสต์ทำนั้นราวกับเอาหัวโขกกำแพงไปเรื่อยๆ กำแพงยังอยู่ที่เดิม เป็นเรานี่แหละที่ฟกช้ำ แต่เราก็อยากเห็นและรอดูว่า เสียงคนหลายคนที่เอาหัวโขกกำแพงพร้อมๆกันมันจะนำพาเราไปหาอะไรบ้าง

ก็ขอโทษที่เป็นเฟมินิสต์บ้าๆในสายตาพวกคุณ ขอโทษที่ใช้อารมณ์ ขอโทษที่ไม่ใช้เหตุผล คุณคงคาดหวังให้เราขอโทษแบบนี้ แต่มันคงเหมือนการขอโทษที่เป็นผู้หญิงแล้วดันเกิดมาบนโลกที่ไม่โอบรับเรา เพราะเราไม่ขอโทษ และจะไม่มีวันหยุดโวยวาย ไม่มีวันหยุดโกรธแค้นความไม่เป็นธรรมทางเพศ และความไม่เป็นธรรมทุกชนิดไม่ว่ามันจะมีรูปร่างและรูปลักษณ์เช่นใด

มันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อแต่นี้ไปพวกคุณก็อาจจะต้องทำใจยอมรับ แล้วใช้เหตุผลมองเอาว่ามีคนมากมายโดยเฉพาะเฟมินิสต์ ที่เขาไม่ได้อยากเดินตามรอยเท้าคุณ และถ้าคุณเป็นพวกกระทำความรุนแรงและสนับสนุนความรุนแรงทางเพศ ต่อไปนี้ก็จะมีสายตาคอยจ้องและกัดคุณไม่ปล่อย โลกใบนี้กว้างใหญ่กว่าขอบฟ้าที่คุณนั่งเพ่งพร้อมกับเคียวในมือค่ะ

จากเฟมทวิตคนหนึ่ง

 

แนบสถิติ

ไทยขาดแคลนสถิติความรุนแรงทางเพศที่ครอบคลุม เราไม่ได้มีสถิติ gender discrimination และ domestic/intimate partner violence ระดับประเทศ แต่ก็พอมีงานวิจัยอยู่บ้าง เข้าไปตามอ่านได้ค่ะ

https://www.unicef.org/thailand/reports/review-comprehensive-sexuality-education-thailand

https://bangkok.unesco.org/content/bullying-targeting-secondary-school-students-who-are-or-are-perceived-be-transgender-or

https://www.who.int/reproductivehealth/publications/violence/24159358X/en/

https://www.who.int/reproductivehealth/topics/violence/vaw_series/en/

https://www.who.int/reproductivehealth/publications/violence/9789241564625/en/

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน: https://medium.com/@chertalay

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์