'เพนกวิน-ปนัสยา' อารยะขัดขืนฉีกหมายคดีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

'เพนกวิน-ปนัสยา' อารยะขัดขืน ฉีกหมายเรียกรับทราบข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หน้าสน.ปทุมวัน แสดงการไม่ยอมรับอำนาจพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะเป็นกฎหมายที่หมดความชอบธรรมแล้ว

30 มิ.ย.2563 พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษกสหภาพฯ เดินทางมาที่หน้า สน.ปทุมวัน เพื่ออ่านแถลงการณ์การอารยะขัดขืนไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนชุมนุม ตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

ทั้งสองคนอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สรุปใจความได้ว่า หลังจากกลุ่มนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลแล้วรัฐบาลก็ได้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาห้ามนักศึกษาชุมนุมทั้งที่เชื้อไวรัสก็ได้เริ่มแพร่ระบาดมาระยะหนึ่งแล้ว รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจอะไร ไม่ทำแม้แต่จะปิดพรมแดนห้ามการเดินทางเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส รัฐบาลจะเริ่มสนใจก็ตอนที่ขบวนการได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศแล้ว และขณะนี้ก็เป็นเวลา 3 เดือนแล้วและจะเป็น 4 เดือนหากมีการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯออกไปอีกโดยอ้างว่าเพื่อควบคุมโรคเท่านั้น

ปนัสยายังกล่าวอีกว่า “เราจะเชื่อพวกคุณได้อย่างไรในเมื่อทุกครั้งที่พวกเราออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านพวกคุณเราก็ถูกขู่จากเจ้าหน้าที่ว่าจะจับเราในข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาโดยตลอด และสุดท้ายคุณก็สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชายัดข้อหาเรา”

พริษฐ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีผู็ติดเชื้อภายในประเทศเลยแม้แต่รายเดียว ซึ่งนับได้ว่าประเทศไทยปลอดภัยจากการระบาดและหากยังไม่วางใจสถานการณ์ก็ยังมีพ.ร.บ.ควบคุมโรคคะบาดมาจัดการได้ ไม่มีเหตุผลจำเป็นใดๆ ที่จะต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และเขายังเห็นอีกว่าการใช้กฎหมายเผด็จการนี้สิ้นซึ่งความชอบธรรมแล้ว และไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะต้องทำตามกฎหมายที่หมดความชอบธรรมแล้ว

“ข้อกล่าวหาที่พวกเราได้รับนั้น ไม่ควรถูกตั้งขึ้นตั้งแต่แรก พวกเราเดินทางมาที่สน.ปทุมวันแห่งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าพวกเราไม่ได้มีเจตนาจะหนีคดีแต่เราจะอารยะขัดขืนเราขอปฏิเสธกระบวนการใดๆ ที่มาจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะพวกเราไม่ยอมรับอำนาจของกฎหมายฉบับนี้ และเราจะขอไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเผด็จการฉบับนี้อีกต่อไป”

หลังจากพวกเขาอ่านจดหมายเปิดผนึกเสร็จ ก็ได้ฉีกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาทิ้งและเดินทางกลับ 

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อ 5 มิ.ย.2563 พวกเขาทำกิจกรรมรณรงค์ให้มีการติดตามหาวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมืองไทยที่ถูกอุ้มหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2563 จากหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ กัมพูชา กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่สกายวอล์คหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

แฟ้มภาพ กิจกรรม #saveวันเฉลิม บนสกายวอล์คหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2563

พวกเขาสามารถดำเนินกิจกรรมสามารถไปจนเสร็จสิ้น โดยไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ขัดขวางมีเพียงประกาศเตือนการยืนเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 และอ่านประกาศตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เท่านั้น 

จนกระทั่งวันที่ 20 มิ.ย.พริษฐ์ ปนัสยา และจุฑาทิพย์ ศิริขันต์ ประธานกลุ่มสหภาพนิสิตฯ รวม 3 คน ได้รับหมายเรียกจากสน.ปทุมวันให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

นอกจากคดีนี้แล้วพริษฐ์ จุฑาทิพย์ และปนัสยายังถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาตามพ.ร.บ.ความสะอาดอีกด้วย (พริษฐ์ 3 คดี จุฑาทิพย์ 2 คดี ปนัสยา 1 คดี) จากการนำโบว์สีขาวไปติดตามที่ต่างๆ เพื่อรณรงค์กรณีวันเฉลิมอีกเช่นกัน ในส่วนของคดีเหล่านี้พวกเขาได้จ่ายค่าปรับตามข้อหาไปทั้งหมดเมื่อวานนี้เนื่องจากต้องการให้ความสนใจกับการรณรงค์ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งสำคัญกว่าแทนการเสียเวลาต่อสู้คดีเหล่านี้

ไอลอว์ได้เผยแพร่ข้อมูลรายชื่อผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาฝ่าฝืนห้ามชุมนุม ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่เริ่มประกาศใช้มาตั้งแต่  26 มี.ค.2563  ว่าในขณะนี้มีทั้งหมด 6 คดี 23 คนแล้ว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์