สภาฯ รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯ 64 #ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ หลัง 'ประยุทธ์' หลุดปาก

สภาผู้แทนราษฎร มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 72 คน คาดพิจารณวาระ 2, 3 16-17 ก.ย.นี้ ด้านประธานวิปฝ่ายค้านขอให้ รบ.ทบทวน ปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฉบับนี้มาใหม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา ขณะที่ #ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ หลัง 'ประยุทธ์' หลุดในสภา

3 ก.ค.2563 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติรับหลักการร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 273 เสียง ไม่เห็นด้วย 200 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียงไม่มี

พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 72 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 18 คน พรรคเพื่อไทย 15 คน พรรคพลังประชารัฐ 13 คน พรรคภูมิใจไทย 7 คน พรรคก้าวไกล 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังท้องถิ่นไท พรรคละ 1 คน กำหนดเวลาแปรญัตติภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน

ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบปี 64 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย.2563 ซึ่งสภาฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 105 วัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบปี 64 ที่รัฐบาลเสนอในวาระรับหลักการ พร้อมกล่าวว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบปี 64 จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกด้านตามกรอบวงเงินงบประมาณที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ทุกภาคส่วน เพื่อจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพประเทศ ให้ดำเนินการไปพร้อมกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนแผนและนโยบายต่างๆ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ เพื่อให้มีความสมดุลทุกด้านเป้าหมายที่ร่วมกันที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขความซับซ้อน มีการกระจายผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ทั่วถึง เป็นธรรมตามกฎหมายที่มีอยู่ให้มากที่สุด โดยมุ่งหวังให้การใช้จ่ายของแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ และประชาชน ขณะที่ข้อคิดเห็นต่างๆ ของสมาชิกจะรับไว้ทั้งหมด พร้อมฝากให้กรรมาธิการวิสามัญ นำไปใช้ในการประกอบการพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.งบปี 64 ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบยิ่ง ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

(ที่มา : วิทยุรัฐสภา)

ประธานวิปฝ่ายค้านขอให้ รบ.ทบทวน ปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฉบับนี้มาใหม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา

ก่อนลงมติ สุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า งบประมาณปี 2564 ไม่ตอบโจทย์ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด และสิ้นหวัง เพราะรัฐบาลประมาณการเศรษฐกิจผิดพลาด ในวันนี้ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ ประชาชนตกงาน ถูกเลิกจ้าง แม้แต่หน่วยงานของรัฐอย่างองค์การค้าของคุรุสภา (สกสค.) ยังเลิกจ้างนับพันคน แต่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีก็ไม่ยอมรับแล้วยังบอกว่าเศรษฐกิจยังดี ยังไปได้

ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน อภิปรายต่อว่า วันนี้ “ประยุทธภัย” เป็นสิ่งที่คนไทยต้องเผชิญในปี 2564 คือหนี้ 5 ประเภท ได้แก่ 1.หนี้สาธารณะที่จะเพิ่มถึง 60% ของ GDP และจะเพิ่มขึ้นอีก จากการกู้ซ้ำกู้ซ้อน 2.หนี้ครัวเรือน 80% ที่จะทะลุขึ้นมาอีก เพราะหนี้ประเทศเยอะ หนี้ครัวเรือนก็จะเพิ่ม 3.หนี้ภาคธุรกิจ ซึ่งวันนี้มีการปิดโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือธุรกิจรายใหญ่ๆ วันนี้เข้าแถวเจ๊งกันเป็นแถบๆ 4.หนี้เสียในระบบการเงิน NPL ที่จะมีเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการล่าสุดว่า ห้ามธนาคารจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น เพราะธนาคารอยู่ในสถานะสุ่มเสี่ยง เพราะลูกหนี้ NPL มีมากขึ้น และสุดท้าย 5. หนี้นอกระบบ ที่ชาวบ้านจะต้องเป็นหนี้นอกระบบมากขึ้น จำใจต้องเข้าสู่อาณาจักรนักเลง ดอกเบี้ยโหด เหล่านี้คือสภาพความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งวันนี้ไม่ต้องหวังไปแข่งขันกับประเทศไหน เพราะอย่างเวียดนามที่เจอวิกฤติโควิด-19 เหมือนกัน แต่แก้ปัญหาได้ดีกว่าและไม่ได้กู้เงิน ซึ่งวันนี้เศรษฐกิจเวียดนามโต 4-5% ส่วนเราติดลบ 8% GDP ไทยกับเวียดนามห่างกัน 13% ซึ่งเขาอยู่หลังเรามาตลอด วันนี้แซงหน้าเราไปแล้ว

สุทิน อภิปรายด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ เพราะรัฐบาลยังคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม หวังผลลัพธ์ใหม่คงป่วยการ ฝ่ายค้านมีมติขอให้รัฐบาลไปปรับแก้งบประมาณมาใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา รวมทั้งอุดช่องโหว่ที่อาจพิจารณา ปรับ ครม. และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อให้สอดรับกับการแก้ไขปัญหา ซึ่งถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาใช้ระบบการประกันคุณภาพทางการเมือง ด้วยการรับรองผลงานในการทำงานและเป้าหมายการแก้ไขปัญหาวิกฤติประเทศ ถ้าทำตามที่สัญญาไม่ได้ก็จะต้องลาออกไป เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมืออาชีพ ที่มีการรับประกันด้วยผลงาน เพื่อให้ประชาชนมีความหวัง ถ้านายกรัฐมนตรีกล้า ขอให้ลุกขึ้นมาประกาศในสภาว่าถ้า GDP โตไม่ถึง 5% เหมือนที่ประมาณการไว้ หรือหนี้สาธารณะของประเทศไปอยู่ที่ 65% หนี้ครัวเรือนไปถึง 90% เมื่อไหร่ สัญญาณอันตรายมาก็จะขอลาออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

#ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ หลัง 'ประยุทธ์' พูดในสภา

ขณะที่ช่วงท้ายของการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ไม่เคยมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู แต่มีคนบางกลุ่มเห็นกฎหมายเป็นศัตรู

"ผมยอมรับเป็นคนรุ่นใหม่พูดเก่ง แต่อย่ามากล่าวหาว่าผมนี่ใช้กฎหมายไปกับผู้เห็นต่าง กฎหมายเขาอยู่ของเขาเฉยๆ ผมก็นั่งของผมอยู่เฉยๆ ใครผิดกฎหมายก็ถูกลงโทษ ให้ผมทำอย่างไร ผมสั่งเขาได้ไหม ถ้าผมสั่งได้ คงไม่เป็นอย่างงี้ล่ะมั้ง
แต่ผมไม่ได้สั่งนี่ ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน กฎหมายมันมีผลบังคับใช้หมดทุกคน แม้กระทั่งผมเองผมก็ยอมรับกฎหมาย อย่ามาย้อนกลับไปวันก่อน วันก่อนมันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ท่านกลับไปถามไปย้อนดูสิ อย่าลืม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกล ประท้วงโดยเฉพาะคำเตือนที่ว่า 'ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน' รวมทั้งในทวิตเตอร์ #ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ประเทศไทย พร้อมการวิพากษ์วิจารณ์

ที่มา https://trends24.in/thailand/ บันทึก 3.10 น. วันที่ 4 ก.ค.63

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์