COVID-19: 4 ก.ค. ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 5 คน สะสม 3,185 คน

4 ก.ค. 2563 ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 5 คน พบจากสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,185 คน รวมรักษาหายสะสม 3,066 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 คน

4 ก.ค. 2563 สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยใหม่ 5 คน เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทั้งหมด ได้แก่ ซูดาน 3 คน คูเวต 1 คน และสหราชอาณาจักร 1 คน เข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ รักษาหายกลับบ้านแล้ว 3,066 คน ยังรักษาในโรงพยาบาล 61 คน ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 คน ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 3,185 คน ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 40

ขณะที่สถานการณ์การติดเชื้อในต่างประเทศทั่วโลกขณะนี้พบผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 11,100,000 คน และพบผู้ติดเชื้อใหม่วันนี้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 207,000 คน

ในอาเซียน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของอินโดนีเซียมากกว่า 60,000 คน ในวันนี้ ในขณะที่ฟิลิปปินส์ทำสถิติรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 1,531 คน ทำให้ยอดสะสมของฟิลิปปินส์อยู่ที่ 40,336 คนแล้ว

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา เริ่มผ่อนคลายมาตรการระยะ 5 มีสถานบันเทิง และสถานประกอบการเปิดให้บริการแล้วหากพนักงานหรือผู้ใช้บริการ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว

พร้อมย้ำขอให้คนไทยทุกคนอย่าประมาทการ์ดอย่าตกเข้มงวดการป้องกันตัวเองให้เป็นนิสัยเพราะยังมีความเสี่ยงที่อาจกลับมาพบผู้ติดเชื้อได้อีก เนื่องจากประชาชนออกมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุลคลากรทางการแพทย์ เพื่อเตรียมรับมือหากเกิดระบาดระลอก 2 ในประเทศ

ซูเปอร์โพล เผยประชาชนส่วนใหญ่มองรัฐแก้ปัญหา COVID-19 ได้ดีค่อนข้างมาก-ดีเยี่ยม

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,332 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 1-4 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยผลสำรวจกรณีเหตุปัจจัยของวิกฤติเศรษฐกิจประเทศและเงินในกระเป๋าของประชาชนที่ไม่พอใช้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 ระบุโรคโควิด-19 เกิดทั่วโลก ในขณะที่ร้อยละ 17.6 ระบุ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น นักการเมืองมัวแต่ทะเลาะกัน การแก้ปัญหาของรัฐบาลและประชาชนทำตัวเอง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผลประเมินภาพรวมการแก้ปัญหาผลกระทบของโควิด-19 โดยรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 54.5 ระบุรัฐบาลแก้ปัญหาได้ดีค่อนข้างมาก ถึง ดีเยี่ยม ในขณะที่ร้อยละ 45.5 ระบุค่อนข้างน้อย ถึง ไม่ดีเลย ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.1 ตั้งใจจะทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือบิ๊กตู่ ในวันอาสาฬหบูชานี้ให้สามารถแก้ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ของประเทศผ่านพ้นไปได้อย่างดี ในขณะที่ร้อยละ 42.9 ระบุไม่ทำ

นอกจากนี้เสียงของประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.9 ระบุ นายกรัฐมนตรีควรรักษาคนดีไว้ข้างกายทำงานต่อเนื่อง ในขณะที่ร้อยละ 26.1 ระบุ ปล่อยให้มันเป็นไป แต่ที่น่าพิจารณาคือ เสียงของประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ นายกรัฐมนตรีควรใช้โอกาสนี้ ขจัด นักการเมืองที่จ่ายเงินซื้อเสียงเข้ามาหมดเนื้อหมดตัวไปเลย อย่าให้โอกาสพวกเขาถอนทุนคืน

นายนพดล กล่าวว่า ข้อมูลกระแสเสียงของประชาชนกำลังเริ่มดีขึ้นต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยรวมเมื่อประชาชนเห็นชัดเจนว่า ความสามารถของ 3 ป. ผู้ทรงอิทธิพลในการจัดการความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐได้ลงตัว และแยกส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่มีโควตาของนายกรัฐมนตรีในทีมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและกระทรวงหลักสำคัญ

ที่มาเรียบเรียงจาก: Thai PBS | สำนักข่าวอินโฟเควสท์
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์