ส.ส.เพื่อไทยชี้ 6 ปี รัฐใช้เงินซื้ออาวุธเกือบแสนล้านบาท ทิ้งภาคเกษตร เศรษฐกิจล่ม

วันนิวัติ ส.ส.เพื่อไทย อัดรัฐให้ความสำคัญกับงบจัดซื้ออาวุธมากกว่านำมาช่วยเหลือเกษตรกร รัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเพราะไม่เคยถามว่าประชาชนต้องการอะไร ย้ำหากรัฐแก้ปัญหาเกษตรกรได้ เศรษฐกิจก็ดีตามไปด้วย

8 ก.ค. 2563 วันนี้ วันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าจากการศึกษาการจัดทำงบประมาณปี 2564 พบว่า รัฐบาลยังไม่เข้าใจบริบทของประเทศไทยอย่างแท้จริง การจัดงบประมาณที่ให้ความสำคัญกับงบประจำและการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แม้รัฐบาลจะพยายามอ้างว่างบกลาโหมมีการตัดลดลงมาตามเอกสาร แต่กองทัพไม่เคยลดการจัดซื้ออาวุธลงเลย ทั้งการก่อหนี้ผูกพันหลายปี เพื่อหนีการตรวจสอบ

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีการจัดซื้ออาวุธประมาณว่าใกล้เคียง 100,000 ล้านบาท จัดเต็มทั้งฝูงบิน รถถัง รถหุ้มเกราะล้อยาง เรือดำน้ำ 3 ลำ ทั้งนี้หากรัฐบาลนำเงินที่ใช้ในการซื้ออาวุธมาช่วยเหลือเกษตรกรในการผลิตสินค้าทางการเกษตรเพื่อขายและส่งออกไปขายต่างประเทศ จะสามารถสร้างรายได้กลับมาประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ในภาวะเช่นนี้รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับความยากจนของประชาชนมากกว่าการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงคราม

วันนิวัติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนนั้น รัฐควรถามประชาชนว่าต้องการอะไร เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้ตรงจุด ที่ผ่านมาหลายโครงการของรัฐเป็นโครงการที่ไม่ตรงตามความต้องการ อาทิ ประชาชนในพื้นที่เกษตรอยากได้น้ำทำการเกษตรแต่รัฐจัดถนนให้ จึงเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชน

“ที่ผ่านมาเกษตรกรหลายล้านคนไม่เคยรับความสนใจจากภาครัฐเท่าที่ควร การเยียวยาก็ไม่ทั่วถึง จนถึงวันนี้เกษตรกรเลือกทิ้งอาชีพเกษตรกรไปทำงานอย่างอื่น หากรัฐแก้ปัญหาเกษตรกรได้ เศรษฐกิจก็ดีตามไปด้วย เพราะประชาชนมีรายได้ในการจับจ่าย รัฐเก็บภาษีได้ตามเป้า แต่รัฐแก้ปัญหาไม่เป็น ทั้งนี้ หากรัฐสามารถแก้ปัญหาภาคการเกษตรได้ดี รายได้ประชาชนก็ดีตามแต่ภาคเกษตรล่มสลาย เศรษฐกิจประเทศก็ล่มสลายตามไปด้วย” วันนิวัติ กล่าว

ขณะที่วานนี้ (7 ก.ค.) เฟสบุ๊คแฟนเพจ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ได้ระบุเรื่องชำแหละงบประมาณปี 64 ว่า 

ชำแหละงบประมาณปี 64 EP.2

งบ #เสริมสร้างกำลังกองทัพ ทั้ง 3 เหล่าทัพของกระทรวงกลาโหม ตั้งผูกพันตั้งแต่ปี 61-66 
ณ.ปี64ยังเหลืออยู่ตั้ง 117,000 ล้านบาท ยังมาตั้งงบใหม่ในปี 64 อีกเกือบ 30,000 ล้านบาท รวมทั้งงบ
#สร้างเสริมยุทโธปกรณ์ บวกซ่อมแซมอีกกว่า 10,000 ล้านบาท

เอาเงินกว่า 40,000 ล้านบาทนี้ ไปจ้างเกษตรกรปลูกพืชปรับปรุงดิน และช่วยค่าปรับปรุงการผลิตให้ใช้สารเคมีน้อยลง เพื่อปูพื้นฐานไปสู่การผลิต”อาหารปลอดภัย” ครัวเรือนละ 15,000 บาท จะได้ประโยชน์คุ้มค่ากว่า

จะช่วยเกษตรกรได้เกือบ 3 ล้านครอบครัว ให้ผลิตอาหารปลอดสารพิษ ได้ทั้งการช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร และช่วยให้คนไทยได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย

#เพื่อไทย จะตัดงบเหล่านี้ในกรรมาธิการ เอามาให้ประชาชนเองค่ะ”
.......................................................

จากนี้ไปคนไทยกำลังเจอกับ 
#สึนามิเศรษฐกิจ ครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำมาซึ่งความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส

การจัดงบประมาณแผ่นดินปี 64 จะจัดงบปกติอย่างทุกปีไม่ได้ ต้องทุ่มทุกบาททุกสตางค์ไปกู้วิกฤตเศรษฐกิจให้ได้ก่อน 

โดยควรจัดงบไปลงทุนในโครงการที่ทำให้เกิดการสร้างงาน และรายได้ใหม่ให้ประชาชน

แต่การจัดงบประมาณปี 64 ยังจัดกันแบบเดิมๆ 
“นายกฯยัง #ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับทุกข์ของคนไทย ยังแจกจ่ายงบแบ่งเค้กกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างผู้มีอำนาจกับพ่อค้า บนความทุกข์ยากของประชาชน”

อย่างงบที่ควรตัดในปี 64 ของกลาโหม แต่พลเอกประยุทธ์ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหมไม่ยอมตัด

ดิฉันขอถามพลเอกประยุทธ์ 

ว่า “หยุดซื้ออาวุธ หยุดสร้างอาคารใหม่ หยุดเช่ารถใหม่สักปีจะได้ไหม?”

เพื่อนำเงินจำนวนนี้มาช่วยเกษตรกร และคนตกงาน 8.3 ล้านคนจะดีกว่า ในยามที่ประเทศกำลังเผชิญ  #สึนามิเศรษฐกิจ

ซึ่งดิฉันเชื่อว่า พี่น้องทหารมืออาชีพส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะยอมเสียสละ หยุดซื้ออาวุธ หรือหยุดสร้างอาคารสัก 1-2 ปี 

แต่คนที่ไม่ยอมตัดงบเหล่านี้มาช่วยชาวบ้าน น่าจะเป็นพวกที่มีอำนาจใช่หรือไม่?

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ารัฐมนตรีกลาโหมที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ ไม่ยอมตัด #เพื่อไทยจะตัดในกรรมาธิการ เอามาให้ประชาชนเอง”

 

 

ที่มา: มติชนสุดสัปดาห์, INNnews

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์