TikTok ออกจากตลาดฮ่องกงหลัง กม.ความมั่นคง-โซเชียลหลายแห่งประกาศจะไม่ส่งข้อมูลให้รัฐบาล

หลังจากที่จีนแผ่นดินใหญ่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ที่ฮ่องกงก็มีการเคลื่อนไหวจากบรรษัทเทคโนโลยีต่างๆ อย่างกูเกิล, เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ที่ประกาศจะหยุดส่งข้อมูลตามคำร้องให้กับทางการฮ่องกงและจีน ขณะที่โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ก็ประกาศจะออกจากตลาดฮ่องกงภายในไม่กี่วันนี้ โดยที่ Tiktok เพิ่งจะเปลี่ยนประธานกรรมการบริหารมาเป็นชาวตะวันตกผู้เคยทำงานเป็นประธานแผนกให้กับวอลท์ดิสนีย์เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

 ที่มาภาพจาก www.pexels.com

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมาโฆษกของโซเชียลมีเดีย TikTok ประกาศว่าจะออกจากตลาดโซเชียลฮ่องกง หลังจากที่บรรษัทไอทีอื่นๆ เช่น เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และกูเกิลประกาศระงับการส่งข้อมูลตามคำร้องให้กับรัฐบาล การตัดสินใจเหล่านี้มีขึ้นหลังจากที่จีนแผ่นดินใหญ่ออกกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่บังคับใช้กับฮ่องกง โดยมีเนื้อหาต่อการกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงที่กินความกว้างมาก

โฆษกของ TikTok แถลงว่าจากเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมานี้ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะหยุดการดำเนินการแอพพลิเคชัน TikTok ในฮ่องกง โดยที่ TikTok เป็นแอพพลิเคชันที่มีเจ้าของเป็นบริษัทไบท์แดนซ์ที่มีฐานอยู่ในจีน เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงประธานกรรมการบริหารเป็น เควิน เมเยอร์ อดีตประธานแผนกสื่อส่งตรงถึงผู้ชมและนานาชาติ

เมเยอร์เคยกล่าวไว้ว่าแอพพลิเคชัน TikTok ไม่ได้มีข้อมูลใดๆ ที่เก็บไว้ในจีนเลย นอกจากนี้ทาง TikTok ยังเคยแถลงไว้อีกว่าพวกเขาจะไม่ปฏิบัติตามคำร้องใดๆ ก็ตามจากรัฐบาลจีนที่ขอให้พวกเขาเซนเซอร์เนื้อหาหรือขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน และจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้รับคำร้องใดๆ จากรัฐบาลจีน

จากข้อมูลเมื่อเดือน ส.ค. 2562 TikTok ระบุว่าพวกเขามีผู้ใช้งานในฮ่องกงประมาณ 150,000 ราย เมื่อเทียบกับจำนวนการดาวน์โหลดผ่านแอปเปิลและกกูเกิลแอพสโตร์ทั้งหมด 2,000 ล้านครั้ง ทำให้ TikTok มองว่าจะสูญเสียตลาดเพียงเล็กน้อยในการถอดตัวจากฮ่องกง

ในวันที่ 6 ก.ค. เจ้าของโซเชียลมีเดียรายอื่นๆ อย่างเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ ก็ประกาศว่าจะไม่ส่งข้อมูลตามคำขอต่อรัฐบาลจีน ซึ่งทางทวิตเตอร์ระบุว่าพวกเขาระงับการส่งข้อมูลดังกล่าวนี้ทันทีที่กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยทั่วไปแล้วโซเชียลมีเดียเหล่านี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเอาไว้และอาจจะนำมาใช้เมื่อมีหมายศาลที่ขอข้อมูลอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายโดยขึ้นอยู่กับกระบวนการในแต่ละประเทศ ขณะที่ในกรณีล่าสุดนี้โซเชียลมีเดียต่างๆ แสดงจุดยืนด้วยการไม่สนใจคำร้องขอข้อมูลจากรัฐบาลฮ่องกงอย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราว

โฆษกของเฟซบุ๊กกล่าวต่อสื่อว่า "พวกเราเชื่อว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนและพวกเราก็สนับสนุนสิทธิในการที่ประชาชนจะแสดงออกถึงตัวเองได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัยหรือการตอบโต้อื่นๆ"

ทั้งนี้ทวิตเตอร์ยังแสดงความคิดเห็นต่อกฎหมายใหม่ของจีนอีกว่าในขณะที่พวกเขากำลังพิจารณากฎหมายนี้อยู่นั้นก็พบว่าคำจำนวนมากมีลักษณะ "กำกวมและนิยามไม่ชัดเจน" ทวิตเตอร์ระบุอีกว่าพวกเขามีความเป็นห่วงอย่างมากทั้งในเรื่องกระบวนการร่างกฎหมายนี้และเจตนาที่แท้จริงของกฎหมายใหม่จากจีนนี้

ในขณะที่กูเกิล เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ต่างก็ถูกแบนในจีนเป็นเวลาหลายปีแล้วจากการเซนเซอร์และการคอยสอดส่องกิจกรรมออนไลน์ของรัฐบาลจีน โดยที่หลังจากกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ออกมาฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในจีนหลายกลุ่มก็ประกาศยุบกลุ่ม ถือเป็นการที่กฎหมายฉบับใหม่นี้ส่งผลในเชิงปิดปากผู้คนสกัดกั้นไม่ให้เคลื่อนไหวหรือแสดงความคิดเห็นได้

สื่อ The Verge ระบุว่าในขณะที่เฟสบุคแสดงออกในทำนองว่าจะไม่ร่วมมือกับรัฐบาลฮ่องกงในการส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้คน แต่เฟสบุคก็มีสำนักงานในจีนและมีจีนเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ในแบรนด์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา ทั้งนี้ซีอีโอ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็พยายามกลับมาสานสัมพันธ์กับจีนอีกครั้งเช่นการเข้าพบปะกับผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2558 แต่ในปีที่แล้วซัคเคอร์เบิร์กก็เคยพูดแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องที่จีนพยายามทำตัวเป็นผู้ตั้งกติกาในโลกออนไลน์

เรียบเรียงจาก

Google, Facebook, and Twitter halt government data requests after new Hong Kong security law, The Verge, 06-07-2020

TikTok says it will exit Hong Kong market in days, Straits Times, 07-07-2020

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์