7 ผู้ร่วมรำลึก 10 ปี 'เสธฯ แดง' เข้าปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังโดนคดีฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

7 ผู้ร่วมรำลึก 10 ปี 'เสธฯ แดง' เข้ารับทราบและปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พร้อมจะยื่นคำให้การเพี่มเติมเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนภายใน 15 วัน 'ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน' ระบุมีผู้แสดงออกทางการเมือง ถูกดำเนินคดีฝืน พ.ร.ก.พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อย่างน้อย 23 ราย รวม 7 คดีแล้ว ทั้งที่ 'ประยุทธ์' อ้างไม่ได้กฎหมายนี้ปิดกั้นประชาชนชุมนุม

10 ก.ค.2563 ความคืบหน้าการดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีการเข้าร่วมกิจกรรมรำลึก 10 ปี การถูกยิงเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ “เสธฯ แดง” เมื่อเย็นวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณสวนลุมพินี นั้น 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า 9 ก.ค.63 เวลา 13.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ประชาชน 7 ราย ที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาดังกล่าว เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

โดยระบุพฤติการณ์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 63 ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเข้าติดตามกิจกรรมได้ให้ อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ มาพูดคุยแจ้งเตือนให้ทราบว่ากิจกรรมนี้มีการรวมตัวกันอย่างใกล้ชิด อาจทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังมีการเชิญเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการสาธารณสุข 16 จำนวน 2 คน เข้ามาแนะนำอนุรักษ์เกี่ยวกับการรักษาระยะห่างทางสังคม และมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การล้างมือด้วยเจล การให้เข้าจุดตรวจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำหนดไว้ และให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

จากการตรวจวัดไข้ แม้ไม่พบบุคคลที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส แต่ก็อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสได้ เนื่องจากการรวมกลุ่มทำกิจกรรม หากมีบุคคลใดติดเชื้อ ในระหว่างการรวมกลุ่มพูดคุยกันหรือถ่ายภาพ ก็จะสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นได้

ตำรวจระบุว่าระหว่างทำกิจกรรม อนุรักษ์ ยังได้ชี้แจงกับกลุ่มคนประมาณ 8 คน ซึ่งช่วยกำกับดูแลการทำกิจกรรม เพราะมีการเรียกกลุ่มนี้ว่าเป็น “สตาฟ” และมีการแบ่งหน้าที่ในการแจกดอกไม้และดูแลบริเวณที่ทำพิธีรำลึก ทั้งหลังจากวางดอกไม้และจุดเทียนแล้ว อนุรักษ์ได้ให้ผู้เข้าร่วมมารวมตัวกันถ่ายรูป โดยไม่เว้นระยะห่าง และบางคนไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย จึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผู้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาทั้ง 7 คน เป็นกลุ่มประชาชนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาเป็นผู้ช่วยกำกับดูแลกิจกรรมดังกล่าว ทั้ง 7 คนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพี่มเติมเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนภายใน 15 วัน พนักงานสอบสวนได้นัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 31 ก.ค. 63 เวลา 9.00 น.

ภาพกิจกรรมรำลึก 10 ปี การเสียชีวิตเสธฯ แดง เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงที่มาของคดีนี้ว่า เนื่องจาก วันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาวของ พล.ต.ขัตติยะ พร้อมกับมวลชนเสื้อแดงประมาณ 40 คน ได้เดินทางมาวางดอกไม้และจุดเทียน บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม ฝั่งสวนลุมพินี เพื่อร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ถูกยิงเสียชีวิตของเสธฯ แดง ระหว่างการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553

แต่ภายหลังกิจกรรม ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้เข้าจับกุมตัว อนุรักษ์ นักกิจกรรมเสื้อแดงและแกนนำจัดกิจกรรม ไปยังสถานีตำรวจ ก่อนมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องการมั่วสุมประชุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย แม้อนุรักษ์จะยืนยันว่าผู้เข้าร่วมได้มีการสวมหน้ากากอนามัย และจัดระยะห่างในการทำกิจกรรมแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าผู้เข้าร่วมได้มีการจับกลุ่มคุยกัน และถ่ายภาพร่วมกันอย่างแออัด ทั้งผู้เข้าร่วมบางรายยังไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย นายอนุรักษ์ต้องทำการประกันตัวในชั้นสอบสวนด้วยวงเงิน 30,000 บาท

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 63 พ.ต.ท.นพดล ปิ่นพงศ์พันธ์ พนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี กลับได้ออกหมายเรียกผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอีก 7 ราย ได้แก่ 1. เสาวนีย์​ สมพิชัย​, 2. ธานี​ สะสม​, 3. สมจิตร​ สอนศรี​, 4. ธัญวลัย ฝรั่งทอง​, 5. นวพร​ เจริญ​ลาภ, 6. วลี​ ญานะหงสา และ 7.​ มณฑา​ แสงเปล่ง ให้มารับทราบข้อกล่าวหาเดียวกันกับนายอนุรักษ์ โดยคดีมี พ.ต.ท.ปภาวิน ห้องพ่วง เป็นผู้แจ้งความกล่าวหาไว้

จนถึงปัจจุบัน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีการกล่าวหาดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการทำกิจกรรมแสดงออกทางการเมือง ต่อประชาชนอย่างน้อย 23 ราย รวมเป็นจำนวนคดีทั้งสิ้น 7 คดีแล้ว ในจำนวนนี้แยกเป็นกรณีการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการถูกอุ้มหายของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 4 คดี และกรณีทำกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองจำนวน 3 คดี

ขณะที่ก่อนต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รอบล่าสุดเมื่อปลาย มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวยืนยันว่า ไม่ปิดกั้นประชาชนเลย หากประชาชนต้องการชุมนุมก็ไปขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุมได้ตามปกติ แต่ในส่วนพ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้ เพราะไม่ต้องการให้คนไปรวมกลุ่มกันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ดังนั้นก็แล้วแต่ทุกคนว่าจะกลัวหรือไม่ ซึ่งไม่ได้ขู่ใคร ขอให้เข้าใจเจตนารมณ์ของการใช้กฎหมายด้วย ซึ่งตนพร้อมรับฟังทุกเรื่อง 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์