ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ 88.9% หมดศรัทธาการเมืองไทย

ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ 88.9% หมดศรัทธาการเมืองไทย 86.3% เห็นด้วยสี่กุมาร ลาออก พปชร.

11 ก.ค. 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สี่ยอดกุมาร โดยเมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพรรคการเมืองในขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 88.9% ระบุ ลดลงถึงไม่เชื่อมั่น หมดความศรัทธา เพราะเต็มไปด้วยคนมีประวัติด่างพร้อย แย่งตำแหน่ง แย่งอำนาจกัน มุ่งแต่จะถอนทุนคืน วิ่งเต้น วางบิลซื้อขายตำแหน่งรัฐมนตรี ทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ไม่ปกป้องรักษาคนดี ไม่ส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนของชาติ ไม่มีวินัย ไม่จริงใจ ไม่ได้รักประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ 11.1% เพิ่มขึ้นเพราะ ทำงานแก้ปัญหา มีอุดมการณ์ เข้าถึงประชาชน เป็นต้น

ด้านความเห็นต่อการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของสี่กุมาร ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 86.3% เห็นด้วย ในขณะที่ 13.7% ไม่เห็นด้วย

โดยส่วนใหญ่หรือ 76.1% ระบุ ต้องการให้สี่ยอดกุมารทั้งหมดที่ลาออกนี้มุ่งทำงานแก้เดือดร้อน ลดความทุกข์ยากของประชาชนให้ถ้วนหน้า, 71.7% ลดความวุ่นวายทางการเมือง, 71.4% ต้องการให้สี่ยอดกุมารเป็นกลุ่มคนการเมืองใหม่ ทำงานกับ นายกรัฐมนตรี, 70.0% ต้องการให้ช่วยลดแรงกดดันนายกรัฐมนตรีจากคนในพรรคพลังประชารัฐ และ 66.3% ต้องการให้ละทิ้ง ตัดขาดจากการเมืองเก่าในพรรคพลังประชารัฐ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ประชาชนกำลังหมดศรัทธาต่อพรรคการเมืองเพราะเห็นแต่ภาพการทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล แย่งชิงตำแหน่ง จ้องจะถอนทุนคืนในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนทุกข์ยากผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ตกงาน ขาดรายได้แต่นักการเมืองมุ่งแต่จะหาประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงเสนอให้เอาความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้งและทำงานตอบโจทย์ตรงเป้าความต้องการของประชาชนที่ไม่ ต้องการเห็นความวุ่นวาย ความขัดแย้งแย่งชิง ตำแหน่งรัฐมนตรีที่กำลังยึดครองพื้นที่สื่อข้อมูลข่าวสารในเวลานี้

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า ถ้าปรับคณะรัฐมนตรี ควรแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลน่าจะตอบโจทย์แต่ละกลุ่มคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เน้นที่ "ความหวัง" หรือ Hope ให้พวกเขาเห็นอนาคตที่ดีมีงานทำ มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมืองเป็นพลเมืองดี สำนึกรู้คุณแผ่นดินและสถาบันหลักของชาติ กลุ่มที่สองเป็นคนวัยทำงานที่ต้องทำให้เกิดความมั่นคงในสัมมาชีพ มีงานทำรายได้ดี มีทักษะดี มีสุขอย่างพอเพียง และ กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มคนสูงวัยที่ต้องการความสุขและปลอดภัยโดยนายกรัฐมนตรีน่าจะมีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคมที่เชื่อมประสานภาคประชาสังคม (Civil Society) ได้ดีกว่านี้ และนายกรัฐมนตรีต้องชูธงผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเมืองด้วยตนเองไม่ลอยตัวเหนือปัญหา ให้เห็นภาพลงมานั่งกอดคอทำงานกันใกล้ชิดกับสี่ยอดกุมารทีมเศรษฐกิจบนโต๊ะรูปไข่เหมือนช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา อย่าไปทอดทิ้งพวกเขา เพราะครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีส่วนช่วยให้ทุกท่านเข้าสู่อำนาจเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สี่ยอดกุมาร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,586 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 9 – 10 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา

'ชวลิต' ให้กำลังใจ 'ประยุทธ์' เชื่ออยู่ครบเทอม

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีผลกระทบกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ ว่า จะเป็นห่วงทำไมเรื่องการปรับ ครม. เพราะการเมืองมาจากการเมือง การปรับ ครม.ก็มีมาตลอด เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ไม่ว่าปรับกี่ครั้งก็ทะเลาะกัน เมื่อทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ทีแรกทหารก็ได้เครดิต พออยู่ไปเครดิตตก นักการเมืองก็นำประชาชนมาเดินขบวน ก็วนอยู่แบบนี้ หากถามว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร ตนตอบได้ว่าเป็นเหมือนเดิม เหมือน 88 ปีที่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีพรรคการเมืองเป็นร้อยพรรค นักการเมืองก็ทะเลาะกัน และกล่าวหาทหาร ในขณะที่ประเทศอื่นที่เป็นประชาธิปไตย มีพรรคการเมืองเพียง 2 พรรค” พล.อ.ชวลิต กล่าว

ส่วนจะให้กำลังใจรัฐบาลอย่างไร เพราะปัญหารุมเร้า ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนให้กำลังมาตลอด 88 ปีแล้วเท่ากับอายุของตน สำคัญกว่านั้น คือ รัฐบาลให้กำลังใจตนบ้างไหม

“รัฐบาลวันนี้พูดกันแต่เรื่องของพรรคการเมือง ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค เป็นห่วงเรื่องการเลือกตั้ง เรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปห่วงเรื่องพวกนั้น การปกครองทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการ ประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการปกครองแบบใด ก็ไม่เห็นจะมีใครพูดกันเรื่องแบบนี้ สิ่งเดียวที่เขาพูด คือ จะทำอะไรเพื่อประชาชนได้บ้าง นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” พล.อ.ชวลิต กล่าว

พล.อ.ชวลิต ยังมองถึงการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ทุกรัฐบาล นายกรัฐมนตรีก็ดีทุกคน มีความตั้งใจดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องรู้จักปรับตัว ต้องรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่สำคัญคือจะเอาเงินจากไหน ขณะนี้ประเทศมีหนี้สิน GDP ก็ติดลบ จะเห็นว่าเป็นปัญหาทั้งสิ้น จะแก้ไขอย่างไรต้องช่วยกันคิด ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาจากโควิด-19 และไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ปัญหา เพราะประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร ส่วนรัฐบาลชุดนี้จะไปรอดหรือไม่นั้น ขอให้ปรับตัว และรู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนเพื่อทำประโยชน์ให้ประชาชน อีกทั้งต้องถามตัวเองว่าทำไมกองทุนต่างชาติถึงให้เงินประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่ให้ไทย

“ตอนนี้จำเป็นต้องให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนจะอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่ คงไม่มีใครรู้ อาจจะอยู่ถึง 10 ปีก็ได้” พล.อ.ชวลิต กล่าว

ทั้งนี้จะให้คำแนะนำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า คงไม่มีอะไร เพราะ พล.อ.ประวิตร มีประสบการณ์สูง ประสงค์ดีอยู่แล้ว แต่การเป็นหัวหน้าพรรค ต้องมีความเสียสละ ต้องรู้ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร และรู้ปัญหาของชาติว่าอยู่จุดไหน

ส่วนผู้ที่จะเข้ามาหาผลประโยชน์ทางการเมือง จะแก้ไปัญอย่างไร พล.อ.ชวลิต ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ซึ่งประเทศไทยมีเสาหลักที่สำคัญ 5 เสา คือ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ ที่จะปกป้องประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้อยู่ได้ แต่ที่สำคัญ คือ การเมืองการปกครอง หากไปไม่รอด เสาอื่นก็ไม่สำเร็จ ทุกวันนี้การเมืองการปกครองทำไม่ถูกต้อง ประเทศไทยมีพรรคการเมืองจำนวนมาก นักการเมืองก็ทะเลาะกัน ต่างจากประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และมีขนาดใหญ่กว่าไทยยังมีเพียง 2 พรรค ไม่มีการพูดถึงเรื่องตำแหน่ง

ส่วน พล.อ.ประวิตร จะมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ก็อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร แต่ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีความเกรงใจ พล.อ.ประวิตร ในฐานะรุ่นพี่ แต่อย่าเอาความเกรงใจมาอยู่เหนือความเจริญของประเทศชาติและส่วนรวม คงไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า แบบนี้เหมือนปิดประตู พล.อ.ประวิตร ไม่ให้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนไม่ตอบคำถามนี้ เพราะไม่ใช่คำตอบที่แก้ปัญหา แต่จะทำอย่างไรถึงจะเกิดการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน หรือการปกครองในระบบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ใครก็เป็นได้ ถ้ามีความรู้ความสามารถ

เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่า พล.อ.ประยุทธ์ แล้วใช่ หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่รู้ ไปพูดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะคนดีก็มีอยู่ เพียงแต่ไม่ได้แสดงฝีมือ

ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวอินโฟเควสท์ | สำนักข่าวไทย [1] [2]
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์