ครป.ขอให้ทบทวนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ขอให้ทบทวนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แนะตั้งคณะกรรมการระดับชาติ มีตัวแทนฝ่ายหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน ในสัดส่วนที่ไม่มากเกินไป

12 ก.ค. 2563 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 5 /2563 เรื่องขอให้ทบทวนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า โดยระบุว่าตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะหรือโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ตามมติคณะรัฐมนตรีในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดสงขลาจำนวนมากถึง 16,753 ไร่เพื่อพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และได้มีการอนุมัติงบประมาณ 18,680 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคก่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการประชาพิจารณ์ในภายหลัง โดยเชิญชวนประชาชนในพื้นที่สนับสนุนโครงการนี้ด้วยรูปแบบวิธีการต่างๆ ซึ่งผิดกระบวนการในการทำโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐอย่างชัดเจนและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เห็นว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นของโครงการนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องวิถีชีวิตประมงชายฝั่งและอาชีพของคนในพื้นที่เท่านั้น แต่โครงการยังมีผลต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลอันเป็นทรัพยากรธรรมชาติของส่วนรวม รวมถึงมลพิษจากโรงงานและน้ำเสียที่จะปล่อยลงสู่ทะเลซึ่งจะทำลายระบบนิเวศโดยรวมของทะเลจังหวัดสงขลา อันเป็นแหล่งสัตว์น้ำทะเลที่สำคัญของประเทศ ครป. จึงมีความเห็นและข้อเสนอ ดังนี้

1. ครป.ขอให้ชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเอาไว้ก่อน เพื่อให้มีการจัดทำการประชาพิจารณ์ในระดับประเทศและระดมความเห็นอย่างกว้างขวางถึงแนวทางการพัฒนาในรูปแบบนิคมอุสาหกรรมแบบเก่าที่ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันประเมินค่าไม่ได้ และการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างๆ ไม่ใช่คำตอบของสังคมสมัยใหม่อีกต่อไปที่ต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืน มีส่วนร่วมของชุมชนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนโยบายที่ส่งเสริมแหล่งความมั่นคงทางอาหารของประเทศหลังวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด-19  นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังไม่มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด ทั้งผลกระทบต่อสุขภาพ (EHIA) และการประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA) อย่างรอบด้าน ซึ่งจะเกิดความขัดแย้งในชุมชนเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

2. เนื่องจากเป็นโครงการของรัฐบาลเก่า ครป.ขอให้รัฐบาลใหม่ปรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเป็นโครงการพัฒนาที่สามารถอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพตามวิถีชีวิตของชุมชนที่ต้องการ โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมการประมงภาครัฐควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเริ่มดำเนินการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากประชาชนที่หลากหลายและชุมชนที่กว้างขวางเพื่อพัฒนาพื้นที่สงขลาและจังหวัดชายแดนใต้บนฐานศักยภาพที่มีอยู่ และควรมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนในสัดส่วนที่ไม่มากเกินไป ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ องค์กรสิทธิมนุษยชน นักวิชาการด้านระบบนิเวศวิทยา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ทั้งด้านสิทธิชุมชน ด้านความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม (CSR) ด้านเศรษฐศาสตร์สังคม (Social Economic) ฯลฯ เป็นต้น

3. ครป. ขอให้รัฐบาลและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมและสันติสุขแก่ประชาชนในจังหวัดชายแดน ไม่ใช่มุ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มทุนของตัวเอง เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่และยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นจะต้องไม่ทำหน้าที่อย่างบิดเบือนและสร้างความแตกแยก โดยต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และส่งผลต่อการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ โดยขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายได้ตรวจสอบเหตุการณ์และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนการปกป้องคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายของประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์