นักกิจกรรมยืนยันสู้คดีฉายโฮโลแกรมคณะราษฎร จำเป็นต้องทำไม่มีคณะราษฎรไทยไม่มีประชาธิปไตย

อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยเข้ารับทราบข้อหาคดีฉายโฮโลแกรมคณะราษฎรในรุ่งเช้าของวันที่ 24 มิ.ย.2563 ที่บริเวณอนุสาวรีประชาธิปไตย อานนท์ยืนยันว่าเป็นแค่งานรำลึกและจำเป็นต้องทำเพราะมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ถ้าไม่มีคณะราษฎรประเทศไทยก็จะไม่มีประชาธิปไตย พร้อมประกาศจัดงานวันเกิดให้จอมพล ป.พิบูลสงครามพรุ่งนี้ 5 โมงเย็นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

13 ก.ค.2563 นักกิจกรรม 6 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สน.สำราญราษฎร์ จากการทำกิจกรรมฉายภาพจำลองคณะราษฎรอ่านประกาศฉบับที่ 1 ในรุ่งเช้าของวันที่ 24 มิ.ย.2563 ที่บริเวณอนุสาวรีประชาธิปไตย เนื่องในวาระครบรอบ 88 ปีคณะราษฎรทำการอภิวัฒน์สยามเมื่อ พ.ศ.2475

ทั้งนี้คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน คือ อานนท์ นำภา, ชลธิชา แจ้งเร็ว, ปิยรัฐ จงเทพ, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, กรกช แสงเย็นพันธ์, อานันท์ ลุ่มจันทร์ และเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ แต่ปิยรัฐไม่สามารถเดินทางมาร่วมรับทราบข้อกล่าวหาได้ในวันนี้เนื่องจากติดนัดฟังคำสั่งอัยการในคดีวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนแสดงความคิดเห็นว่า กิจกรรมที่ทำให้เป็นคดีครั้งนี้เป็นเพียงกิจกรรมรำลึกทั่วๆ ไป แล้วก็จำเป็นต้องทำเพราะเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทยเพราะถ้าไม่มีคณะราษฎรเราก็จะไม่มีระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย

อานนท์กล่าวอีกว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการใช้กฎหมายมาปิดปากและไม่ให้พวกเขาทำกิจกรรมต่อการดำเนินคดีลักษณะนี้จะเห็นได้ในหลายๆ ครั้งไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีกับกลุ่มที่ไปยื่นหนังสือที่สถานทูตกัมพูชา พวกเขาจึงยืนยันว่าจะสู้คดีต่อเพื่อยืนยันว่าพวกตนนั้นทำกิจกรรมไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงเล็งเห็นว่าใช้กฎหมายลักษณะนี้ไม่มีประโยชน์และยิ่งทำให้ประเด็นความขัดแย้งในอดีตที่อยู่ในประวัติศาสตร์และปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น

นอกจากนั้น อานนท์ยังแจ้งกับนักข่าวว่ายังจะเดินหน้าทำกิจกรรมต่อ โดยวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) 5 โมงเย็น ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะมีกิจกรรมจัดงานวันเกิดให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเป็น 1 ในคณะราษฎรที่มีความสำคัญและยังเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่รัฐไทยพยายามจะลบออกไปจากประวัติศาสตร์

ทนายความกำลังอธิบายเกี่ยวกับคดีและขั้นตอนต่างๆ ให้กับผู้ต้องหาฟัง

จากนั้นทั้ง 6 คน เข้าพบกับพนักงานสอบสวน พวกเขาทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาด้วย 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันตั้งวางวัตถุบนถนนตามพ.ร.บ.ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และพ.ร.บ.จราจราทางบก และมาตรา 148 วางสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะกีดขวางจราจร และมาตรา 385 กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย แต่อานนท์ถูกแจ้งอีกข้อหาคือใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยเป็นข้อหาที่ 4

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยเตรียมพาคณะราษฎรกลับมาอีกครั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ตร.คุมเข้ม 9 จว. จัดรำลึก 24 มิถุนา - 'โตโต้' เพิ่งทราบมีหมายจับ เตรียมมอบตัวเที่ยงนี้

#24มิถุนา ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ : ประมวลภาพรำลึกช่วงเช้า ที่ กทม. ขอนแก่น และอุบลฯ

ตำรวจได้บรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดว่า หลังตำรวจทราบว่าจะมีการจัดกิจกรรมทางเจ้าหน้าที่ได้มีการกั้นด้วยรั้วเหล็กที่ริมฟุตปาธเพื่อไม่ให้คนข้ามไปฝั่งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่สำนักงานกรุงเทพฯ จัดวางดอกไม้ไว้ จากนั้นกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และอานนท์ นำภา ได้ร่วมกันทำกิจกรรม “ลบยังไงก็ไม่ลืม” โดยรวมตัวกันบนทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์ โดยอานนท์ได้ใช้เครื่องขยายเสียงและมีการเดินลงบนถนน และกลุ่มได้พยายามกางผ้าสำหรับเป็นจอฉายโฮโลแกรมบนถนน

พวกเขาทั้ง 6 คนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา หลังแจ้งข้อหากล่าวพนักงานสอบสวนได้นัดส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการพิจารณาต่อในวันที่ 3 ส.ค.2563 เวลา 13.00 น.

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์