ศบค. ทบทวน-ยกเลิกสิทธ์ VIP ที่จะเดินทางเข้ามาในไทย หลังปมทหารอียิปต์ติดโควิด

  • 'ประยุทธ์' ยันยังไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ กรณีระยองโยนคนทำไม่เคารพกติกา
  • แฮชแท็กประท้วงรัฐบาลติดเทรนด์ทวิตเตอร์ต่อเนื่องหลายอัน
  • ศบค.ทบทวน-ยกเลิกสิทธ์ VIP ที่จะเดินทางเข้ามาในไทย
  • ทูตอียิปต์เสียใจ พร้อมให้ความร่วมมือทางการไทยอย่างใกล้ชิด
  • ขึ้นป้ายแรง ประณามรัฐบาล ทำคนระยองเดือดร้อน
  • สธ.เผยลูกทูตซูดานพบเชื้อตั้งแต่สนามบิน แต่ต้องปล่อยเพราะได้สิทธิทางการทูต
  • โรงแรมที่ระยองลูกค้าโทรมายกเลิกกว่า 90%

 

14 ก.ค.2563 จากกรณีวานนี้ (13 ก.ค.63) ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงพบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทหารอียิปต์ อายุ 43 ปี เดินทางพร้อมกับคณะรวม 31 คน ซึ่ง ศบค.ระบุด้วยว่า การเดินทางของทหารกลุ่มนี้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อยกเว้นที่ให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยได้ และในขณะนี้ที่เปิดให้เดินทางเข้ามามากขึ้นตามข้อยกเว้นของ ศบค. รวมทั้ง ลูกของทูตซูดานที่ติดเชื้อแต่มีระบบสิทธิทางการทูตนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาตรการของรัฐอย่างมาก โดยเฉพาะในทวิเตอร์เกิดแฮชแท็ก #อีแดงกราบตีนคนไทย ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์วันนี้ด้วยยอดกว่า 1 ล้านทวีต และต่อเนื่องถึงวันนี้ที่ แฮชแท็ก #รัฐบาลส้นตีนคนเชียร์ก็ส้นตีน #กองทัพอากาศอย่าเนียน #ประยุทธ์ออกไป และ #พรกฉุกเฉิน ซึ่งส่วนมามีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

'ประยุทธ์' ยันยังไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ กรณีระยองโยนคนทำไม่เคารพกติกา

วันนี้ (14 ก.ค.63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและผู้อำนวยการ ศบค. กล่าวถึงกรณีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ จ.ระยอง ที่เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เคารพกติกา ไม่ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข และไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม เนื่องจากเครื่องบินที่เข้ามาเป็นเครื่องบินทหารเพื่อ Transit เท่านั้น แต่กลับมีการหยุดพักค้างคืนและฝ่าฝืนออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ กำชับไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
 
ผู้อำนวยการ ศบค. ขอแสดงความเสียใจและขอโทษคนไทยเหตุการณ์นี้ สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยต่อสังคมโดยรวม พร้อมสั่งการเพิ่มความเข้มงวดไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ติดตาม เก็บข้อมูลเชิงลึก บริเวณพื้นที่สัมผัส รวมถึงติดตามผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงจากแอปพลิเคชันไทยชนะด้วย
 
พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้ ศบค. ทบทวนการผ่อนคลายมาตรการเรื่องการอนุญาตเที่ยวบินจากต่างประเทศ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศหารือกับสถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งขอให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด จะต้องมีการตรวจสอบติดตามผู้ที่เดินทางเข้ามา ขณะนี้ได้ชะลอการอนุญาตเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแก้ไข/เพิ่มเติม มาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลอ่อนไหว เช่น เจ้าหน้าที่ทูต ครอบครัว บุคคล VIP นักธุรกิจ โดยสั่งการให้ทุกท่าอากาศยานเข้มงวดในการคัดกรองโรค ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนชาวไทยมั่นใจในมาตรการสาธารณสุข รวมทั้งเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขไทย ที่มีความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้
 
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำให้ประชาชนและผู้ประกอบการ “การ์ดไม่ตก” โดยเฉพาะสถานบันเทิง ผับ บาร์ หากพบการกระทำผิดมาตรการสาธารณสุข มีความแออัด จะไม่อนุญาตให้เปิดบริการ รวมถึงประชาชนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ เช็คอินแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” รักษาระยะห่าง Social Distancing เพื่อให้ประเทศไทยยังคงรักษาความสามารถในการป้องกันโรค ในอันดับต้น ๆ ของโลกต่อไป 
 
พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันยังไม่คิดใช้มาตรการล็อกดาวน์ สำหรับการท่องเที่ยว ขณะนี้ ได้ขอให้ชะลอการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ก่อนไม่รีบผลีผลามโดยจะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป  พร้อมยืนยันยังไม่มีการหารือถึงการขยายระยะเวลาใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉินฯ โดยต้องรอดูสถานการณ์ในอนาคต  วันนี้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดตามขอบชายแดนรอบประเทศไทย เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ  ซึ่งกองกำลังทหารจะมีการปฏิบัติการเสริมรั้วลวดหนามและใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อลาดตระเวนทางอากาศ การขอเข้าไทยต้องดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย ปฏิบัติตามระเบียบตามมาตรการสาธารณสุขด้วยต่อไป

ทบทวน-ยกเลิกสิทธ์ VIP ที่จะเดินทางเข้ามาในไทย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีคณะชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในไทย และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศบค. ขอเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด พร้อมย้ำว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยการเข้ามาในลักษณะของผู้ควบคุมยานพาหนะ ตามเอกสาร มาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ฉบับที่ 7/2563 ลงวันที่ 30 มิ.ย.2563 ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีผู้ควบคุม แต่ต้องให้มีหนังสือแสดงการเป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลกรณีโรคโควิด - 19 หรือหลักประกันอื่นใด ตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางพำนักอยู่ในราชอาณาจักร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และให้มีการคัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ผู้เดินทาง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศของประเทศต้นทาง ก่อนออกเดินทาง (Exit screening) โดยเมื่อเดินทางถึงให้ใช้ระบบที่สามารถติดตามตัวหรือแอปพลิเคชัน เพื่อเฝ้าระวังหรือติดตามอาการระหว่างที่เข้ารับการกักกัน ซึ่งจากรายงานคณะดังกล่าวมีการลงทะเบียนใช้แอปพลิเคชัน แต่ต้องมีการตรวจสอบว่าได้ใช้จริงหรือไม่อย่างไร

กรณีสถานกักกันของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ศบค. ได้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่กักกัน โดยตรวจพบว่า สอท. ได้ติดต่อโรงแรมโดยตรง ทำให้ทีมฯ ที่เข้าไปดูแลภายหลังรับทราบในภายหลัง ซึ่งทีมฯ ได้ขออนุญาตเข้าไปตรวจถึงได้รับทราบผลยืนยันการติดเชื้อ

โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมกรณีการทบทวน หรือยกเลิกสิทธ์ VIP ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยโฆษก ศบค. กล่าวแสดงความเสียใจ และขอโทษที่ขอให้ประชาชนทุกคนไม่การ์ดตก แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐการ์ดตกเสียเอง ซึ่ง ศบค. ได้หารือในเรื่องนี้อย่างมาก และพร้อมจะรับมาเป็นข้อปฏิบัติ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงให้ดีที่สุดในข้อต่อเล็กๆ ที่หละหลวมในทุกจุด โดยถือเป็นความรับผิดชอบของ ศบค. ที่ยังไม่ละเอียดในทุกเรื่อง เช่น จากที่คิดว่าลูกเรือจะมาลงที่สุวรรณภูมิ ไม่ใช่ที่อู่ตะเภา ทำให้มาตรการที่วางไว้ไม่ครอบคลุมเพียงพอ ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบค. เช้านี้ จึงได้มีมติ 3 ข้อดังนี้

  1. ศบค. จะดำเนินการทบทวนผ่อนคลายมาตรการกักกันบุคคลในคณะทูต โดยเฉพาะคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว
  2. ให้ กระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกการอนุญาตบินเข้าของเที่ยวบินกองทัพอากาศอียิปต์ ที่อนุญาตไปแล้วทั้งหมด 8 เที่ยวบิน (ช่วงวันที่ 17-20 และ 25-29 ก.ค. 2563)
  3. ให้ชะลอการอนุญาตของการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแบบผ่อนคลายมาตรากร State Quarantine ตามข้อกำไหนดที่ 12 (2กลุ่มที่มีเหตุยกเว้น), (3บุคคลในคณะทูต), (11 special arrangement) ไปก่อน และมีการทบทวนมาตรการควบคุมให้มีความรัดกุมรอบคอบ จึงให้มีการดำเนินการต่อไป

โฆษก ศบค. กล่าวขออภัยพี่น้องประชาชนทุกคนในจังหวัดระยอง และกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันจะทำให้ดีกว่านี้ ละเอียดกว่านี้ และจะกลับไปทบทวนรายละเอียดในทุกๆ ข้อ โดยกรณีที่มีกระแสข่าวลือขอยืนยันว่า คณะลูกเรือจากอียิปต์ไม่ได้ออกไปเที่ยวสถานบันเทิง คณะดังกล่าวเข้ามาพักที่จังหวัดระยอง 2-3 คืน ไม่ได้ออกจากโรงแรม เนื่องจากมาถึงกลางคืน และมีภารกิจแต่เช้า และไม่ใช่คณะ VIP แต่เป็นลูกเรือ อย่างไรก็ดีตามปกติ คณะลูกเรือส่วนใหญ่จะพักที่โรงแรม Novotel ที่สุวรรณภูมิ และหลังจากนี้ยังไม่ได้คณะใดเข้ามาอีก โดยแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีการทบทวน หน่วยงานทั้งหมดต้องร่วมกันรับผิดชอบ อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ไม่เข้าที่ ศบค. เนื่องจากคณะนี้เป็นลูกเรือ ซึ่งได้รับการยกเว้นให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ตามประกาศฉบับที่ 6 ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอนุญาตให้กลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ยานพาหนะที่จำเป็นต้องเดินทางเข้าประเทศตามภารกิจ หรือมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ชัดเจนเดินทางเข้ามาได้ ตั้งแต่ก่อนผ่อนคลายระยะที่ 5 แล้ว

ส่วนการประกาศล็อคดาวน์นั้น โฆษก ศบค. กล่าวว่า ต้องดูจากการติดเชื้อยืนยัน 1 คนนั้น นำไปสู่การติดเชื้ออื่นๆ หรือไม่ โดยดูจากระยะการควบคุมการติดเชื้อ 14 วัน ถ้ามีตัวเลขของการติดเชื้อของคนในพื้นที่ แล้วเราสามารถจัดการ คงไม่จำเป็นต้องล็อคดาวน์ แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือ ก็ต้องมีมาตรการอื่นๆเกิดขึ้น ส่วนเรื่องการเยียวยา ศบค. ยังไม่ได้พูดคุย หากมีการพูดคุยต้องครอบคลุมไปถึงพื้นที่อื่นๆ อย่างเท่าเทียม อาทิ สนามมวย สถานบันเทิง

ในตอนท้าย โฆษก ศบค. กล่าวว่า ทาง ศบค. ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง ต้องปรับปรุงการดำเนินการเรื่อยๆ เป็นบทเรียนที่สำคัญ ในฐานะตัวแทนของ ศบค. ต้องขออภัย และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ร่วมมือ ทำให้ได้เห็นความเข้มแข็งของสื่อมวลชน ความเข้มแข็งของทีมในพื้นที่ ไม่ลดละที่จะขอตรวจ แม้จะไม่ได้รับความร่วมมือ คนที่ทำงานระดับเจ้าหน้าที่ต้องได้รับการชื่นชม ขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชน และขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาส ศบค. ทำงานให้ดีที่สุด ขอให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา และให้คำแนะนำ

(ที่มา : เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล)

ทูตอียิปต์เสียใจ พร้อมให้ความร่วมมือทางการไทยอย่างใกล้ชิด

ดุสิต เมนะพันธุ์ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ได้เชิญลัยลา อะห์หมัด บะฮาอุดดีน เอกอัครราชทูตอียิปต์ ประจำประเทศไทย เข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยฝ่ายไทยได้ย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความวิตกกังวลในสังคมไทยเป็นอย่างมาก และขอให้กำชับคนชาติอียิปต์ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการไทยอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นต้องยกเลิกการอนุมัติให้เครื่องบินทหารลำอื่นๆ ของอียิปต์ที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร 8 เที่ยวบิน

เชิดเกียรติ กล่าวอีกว่า เอกอัครราชทูตอียิปต์ ประจำประเทศไทย ได้ยื่นเอกสารแถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูต ระบุว่า มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความเห็นใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ โดยขอยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตได้ให้ความร่วมมือกับทางการไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อการควบคุมผลกระทบด้านสาธารณสุขจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอให้คำมั่นว่าสถานเอกอัครราชทูตจะยึดมั่นปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย

(ที่มา : ไทยพีบีเอส)

ขึ้นป้ายแรง ประณามรัฐบาล ทำคนระยองเดือดร้อน

ข่าวสดออนไลน์ รายงานด้วยว่า  วันนี้ (14 ก.ค.63) เวลา 14.00 น. ภานุพงศ์ จาดนอก ตัวแทนเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประขาธิปไตย เดินทางมาที่บริเวณสะพานลอยข้ามถนนสุขุมวิท เชื่อมต่อเข้า ห้างสรรพสินค้าแพชชั่น (ห้างแหลมทองระยอง) ตรงบริเวณที่กำลังมีการตรวจหาเชื้อโควิด19 กับกลุ่มเสี่ยงบริเวณหน้าห้างแพชชั่น โดยนำนำป้ายผ้าสีขาว เขียนตัวอักษรสีแดง และ สีดำ มีใจความดังนี้ "ระยองซวย!! เพราะคนหัว...บริหารประเทศ" จนทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้ ได้ถ่ายรูปไปแชร์บนโลกออนไลน์

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังติดตั้งได้เพียง 30 นาที เจ้าหน้าที่ก็ได้ขึ้นปลดป้ายดังกล่าวออก

ลูกทูตซูดานพบเชื้อตั้งแต่สนามบิน แต่ต้องปล่อยเพราะได้สิทธิทางการทูต

นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่คอนโดมิเนียม One X ซอยสุขุมวิท 26 เผยว่า เด็กหญิงอายุ 9 ปี ที่เดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกา พร้อมกับครอบครัวของคณะทูตซูดาน เข้าพักที่คอนโดแห่งนี้ โดยข้อมูลพบว่า ก่อนเดินทางมาไทย วันที่ 7 กรกฎาคม ตรวจไม่พบติดเชื้อ ต่อมาวันที่ 10 กรกฎาคม เดินทางเข้ามาผ่านท่าอาการศยานสุวรรณภูมิ และตรวจพบเชื้อ พ่อของเด็กนำผู้ป่วยรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน พร้อมนำสมาชิกครอบครัวที่เหลือ 4 คน กักตัวที่คอนโด กระทั่งวันที่ 11 กรกฎาคม ผลตรวจพบว่า เด็กมีอาการปอดอักเสบ จึงส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง และส่งตัวครอบครัวทึ่ใกล้ชิดไปยังสถานกักตัวของรัฐเรียบร้อยแล้ว

นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ยืนยันว่า มาตรการของเจ้าหน้าที่ทูต จะมีข้อตกลงให้ไปกักตัวยังสถานทูตของประเทศนั้นๆ แต่เข้าใจว่า กรณีนี้สถานที่ของสถานทูต อาจไม่เพียงพอรองรับ จึงต้องมาพักที่คอนโดแห่งนี้ และยืนยันว่า ระหว่างที่ผู้เข้าข่ายและผู้ป่วยพักที่แห่งนี้ ไม่ได้เดินทางไปยังจุดอื่นๆ และยอมรับว่า กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องทบทวนมาตรการผ่อนปรนบุคคลเข้าออกประเทศให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการเกิดซ้ำรอยขึ้นอีก ส่วนผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกันจำนวนกว่า 200 คน พบติดเชื้อ จำนวน 12 คน จากผู้ที่ต้องสงสัยติดเชื้อ จำนวน 40 คน โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลแล้ว

นพ.ปรีชา กล่าวว่า ตามสิทธิทางการทูต จะอนุญาตให้คณะทูตกลับไปพักในสถานทูตก่อนที่จะส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ แต่ในกรณีนี้ทางทีมควบคุมโรคไม่ทราบมาก่อนว่าสถานที่พำนักเป็นคอนโดมิเนียม หรือ เรสซิเด้นท์

(ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)

เผยโรงแรมที่ระยองลูกค้าโทรมายกเลิกกว่า 90%

อนุชิดา ชินศิรประภา ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจ.ระยอง เจ้าของโรงแรมโกลเด้นซิตี้ ระยอง เปิดเผยถึงกรณีพบทหารอียิปต์ติดเชื้อ "โควิด-19" ใน จ.ระยองว่า หลังมีข่าวออกไปตั้งแต่ช่วงวานนี้ (13 ก.ต. ) ปรากฏว่าได้สร้างผลกระทบไปทั่วทั้งภาคเศรษฐกิจ และ การดำรงชีวิตของชาวระยอง ล่าสุดตนถึงกับร้องไห้กับพนักงานโรงแรม หลังจากทราบว่ามีลูกค้าโทรมายกเลิกเข้าพักไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็น ที่เหลือก็ถึงกับต้องขอร้องอย่ายกเลิก เพราะทางโรงแรมเตรียมอาหารและทุกอย่างครบแล้ว จึงทำให้วันนี้ยังคงมีลูกค้า แต่ก็เป็นลูกค้าชุดสุดท้าย พรุ่งนี้ ก็ไม่มีเหลือลูกค้าเข้าพักอีกแล้ว เพราะถูกยกเลิกจองไปทั้งหมด

(ที่มา : เดลินิวส์)  

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์