(เก็บตก) คุยกับผู้ร่วมชุมนุม #เยาวชนปลดแอก

คุยกับผู้ชุมนุม #เยาวชนปลดแอก 'นักแสดงอิสระ' ชี้ รบ.เก่งเหลือเกินกับการทำให้เราดูเป็นผู้ร้าย 'นักศึกษา วารสาร' แนะต้องเลี้ยงกระแสต่อไป 'นักเรียนออกแบบ' ย้ำเคลื่อนไหวออนไลน์สำคัญ แต่ออกมาเพราะอยากให้เห็นหัว 'นักศึกษา มธ.'ต้องแก้ไขปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่กี่คนทำแย่เอาไว้ ขณะที่ ปชช. ระบุขอเดินหน้าต่อไปกับนักศึกษาทุกก้าว

19 ก.ค.2563 การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มประชาชนนำโดย กลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือ Free Youth และ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ ‪1. หยุดคุกคามประชาชน‬ ‪2. ประกาศยุบสภา‬ และ ‪3. เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ‬ ก่อนสลายชุมนุมแกนนำประกาศด้วยว่า ยังยืนยันว่าจะต้องได้รับคำตอบจากรัฐบาลภายใน 2 สัปดาห์

จากนี้เป็นบทสัมภาษณ์ผู้ร่วมชุมนุม ทั้งสาเหตุที่มาร่วมกิจกรรม ความคาดหวังและประสบการณ์เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านๆ มา

'นักแสดงอิสระ' ชี้รัฐบาลเก่งเหลือเกินกับการทำให้เราดูเป็นผู้ร้าย

ผู้ชุมนุมที่ประกอบอาชีพนักแสดงอิสระ กล่าวถึงสาเหตุที่มาร่วมกิจกรรมว่า ตอนแรกจะไม่มา คิดว่าติดตามผ่านการถ่ายทอดสดก็เพียงพอ แต่พอดูไลฟ์แล้วก็รู้สึกว่าอยากเห็นกับตามากกว่า จึงเดินทางมาร่วม

ต่อคำถามที่ว่าตัวเองจะสร้างการปลี่ยนแปลงได้เพียงใดจากการมาร่วมชุมนุมครั้งนี้นั้น นักแสดงอิสระคนดังกล่าว มองว่า มันจะไม่เกิดอะไรขึ้น หากเราไม่ทำอะไร

ต่อคำถามที่ว่าการทำกิจกรรมทางการเมืองก่อนหน้านี้ ผู้ชุมนุมที่ประกอบอาชีพนักแสดงอิสระ เปิดเผยว่า ตนมาร่วมเรื่อยๆ ทุกฝ่าย เนื่องจากตนอยากเห็นทุกอย่าง ซึ่งมันก็จะแตกต่างกันในแต่ละครั้ง ตนก็พยายามจะไปให้ได้ครบทุกครั้ง ตนเคยไปช่วง ปี 53 รวมทั้งปี 57 แต่ช่วงนั้นตนไม่รู้ประสีประสา โดยเฉพาะตอนปี 57 ตนมาแทบจะเป็นในฐานะสื่อมวลชน ส่วนก่อนหน้านี้ก็ร่วมกิจกรรมชุมนุมที่สกายวอร์ค หอศิลป์กรุงเทพฯ ถ้าหากตามความตั้งใจจริงๆ ก็นับได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยนับที่สกายวอร์คเป็นครั้งแรก

สำหรับคาดหวังจากการออกมาร่วมชุมนุมนั้น เขา กล่าวว่า มันบอกลำบากมาก ตนเพียงรู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นแค่การยกมือเช็คชื่อ

"แต่ว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เรา" นักแสดงอิสระที่ร่วมชุมนุม กล่าว

ต่อคำถามที่ว่าได้รับผลกระทบอะไรจากการกระทำของรัฐบาล นั้น เขา ตอบว่า มันมีคนไม่ได้รับผลกระทบจากรัฐบาลนี้ด้วยหรอ 

เขา กล่าวถึงความกังวลเพิ่มเติมว่า ตนกังวลวิธีการที่เขารับมือสิ่งเหล่านี้ เขาก็เก่งเหลือเกินกับการทำอะไรที่มันแบบ การทำให้พวกตนดูเป็นผู้ร้าย เขามีสิทธิ์ชอบธรรมในการทำอะไรก็ได้เพราะว่าในกติกาของเขาแล้ว อันนี้มันคือการฝ่าฝืน แต่ตนก็รู้สึกว่ามันมีสิทธิ์ที่จะเกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ตนคิดว่าเขาไม่น่าโง่ขนาดนั้น

'นศ.วารสาร' แนะต้องเลี้ยงกระแสมันต่อไป

นักศึกษาวารสาร กล่าวถึงสาเหตุที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะตนรู้สึกว่าครั้งนี้มันจริงจังมาก เป็นครั้งใหญ่ มันเหมือนเป็นการระเบิด ตนอดทนกันมามากพอแล้ว รู้สึกว่ายิ่งหลังจากเรื่องโควิดที่ จ.ระยอง หลายคนไม่ไหวแล้ว มันถึงจุดเปลี่ยนแล้ว โดยตนก็อยากไปจริงจังแบบนี้มานานมากแล้วด้วย

สำหรับความกังวลนั้น นักศึกษา กล่าวว่า ค่อนข้างกังวลพอสมควรเลย คือพ่อแม่ตนไม่ได้มีจุดยืนทางการเมืองเหมือนตนด้วยส่วนหนึ่ง ก็เลยไม่กล้าเสี่ยงขนาดนั้น แต่ว่า วันนี้ตนก็เลยเลือกมาช้านิดหนึ่งเพื่อจะดูสถานการณ์ก่อนว่ามันรุนแรงมากหรือเปล่า

นักศึกษาคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยไปแฟลชม็อบที่มหาลัย และ กิจกรรม 'เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ' พร้อมกล่าวถึงความคาดหวังด้วยว่า ตนอยากให้มันรวมมาไม่ใช่แค่คนกรุงเทพ แต่วันนี้มันก็ฉุกละหุกพอที่คนต่างจังหวัดหรือว่าหลายๆ คนที่ไม่อยู่ใกล้แถวนี้ มาไม่สะดวก

นักศึกษาวารสารคนเดียวกันกล่าวต่อว่า การที่อยู่ที่บ้านเฉยๆ มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สร้างประโยชน์อะไร เพราะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่สามารถมาได้จริงๆ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ แต่ตนรู้สึกว่าการอยู่ที่บ้านแล้วคอยช่วยสนับสนุนทางด้านอื่นๆ ที่การลงถนนมันทำไม่ได้ อย่างเช่นเรื่องทางออนไลน์ การกระจายข่าว ตนคิดว่าตรงนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ตนรู้สึกว่า เมื่อจัดลำดับความสำคัญตอนนี้อาจเป็นการออกมาลงถนนให้คนได้เห็นจำนวนมากที่สุด แต่ว่าการช่วยเหลือทางออนไลน์ก็สำคัญเหมือนกัน

มองในเชิงของสื่อในฐานะที่เรียนเรื่องสื่อมาเหมือนกัน ตนคิดว่าตอนนี้อาจจะเพราะว่าเหตุการณ์เคลื่อนไหวประท้วงยังไม่สามารถสร้างส่งผลกระทบถึงขั้นที่มันจะมีแรงกระเพื่อมไปถึงต่างประเทศ เหมือนอย่าง 'Black Lives Matter'  คือ 'Black Lives Matter' มันก็มีมาพักใหญ่แล้วเหมือนกัน จนกระทั่งมันเกิดการประทุครั้งใหญ่ มันเลยได้แบบว่าไปไกลจนถึงทั่วโลก ซึ่งเราก็ยังต้องเลี้ยงกระแสมันต่อไปเรื่อยๆ โดยตนเชื่อว่ามันยังต้องเลี้ยงไปอีกเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่ชุมนุมวันนี้แล้วมันก็จบเลย

"เราเชื่อว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้างดีเลย แต่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น เราเชื่อว่ามันยังเคลื่อนไหวได้มากกว่านี้แน่นอน เท่าที่เราจะไหว" นักศึกษาวารสาร ผู้ร่วมชุมนุม กล่าว

'นักเรียนออกแบบ' ย้ำเคลื่อนไหวออนไลน์สำคัญ แต่ออกมาเพราะอยากให้เห็นหัว

นักเรียนออกแบบแห่งหนึ่งในกรุงเทพ กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงจากการมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ว่า แน่นอนว่าได้ เพราะมันทำให้เห็นจำนวนคนเพิ่มขึ้นว่ามันมีคนออกมามากแค่ไหน มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศมากแค่ไหน นอกจากตอนแรกที่จะเห็นแค่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ก็ได้เห็นหัวคนเป็นจำนวนที่คิดว่าเป็นรูปธรรมมากขึ้น มากกว่าเดิม

นักเรียนออกแบบ เปิดเผยว่า กิจกรรมกรรมทางการเมืองที่เคยร่วมก่อนหน้านี้คือ 'เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ'

นักเรียนออกแบบ กล่าวต่อว่า อยากให้ยกระดับไปถึงที่สุดเลย เพราะว่าโอกาสแบบนี้มันก็ไม่ได้มีบ่อย การชุมนุมมันยังสามารถยกระดับไปได้อีกในระดับประเทศได้ นอกจากที่จะแยกไปตามจุดแต่ละจังหวัดต่างๆ ก็สามารถมารวมกันที่นี่(อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)ได้ ที่ผ่านมาการประท้วงมันก็ยังถูกทำเป็นแค่แฟลชม็อบ แล้วก็ จุด จุด จุด แต่มันก็ยังไม่ติดสักที แต่ว่าตอนนี้มันก็ควรที่จะถึงเวลานั้นแล้ว ที่เราจะต้องรวมตัวกันให้ได้มากที่สุด และก็ทำให้มันระเบิดไปเลย

อยากให้ทุกคนที่ถ้าสะดวก มีเวลาว่างมา ก็อยากให้ออกมาแสดงตัวตนกัน อาจจะไม่ต้องแสดงตัวอะไรมาก ไม่ต้องเขียน หรือว่าทำอะไรเยอะแยะ เราแค่ปรากฎตัวมาที่นี่ก็พอแล้ว ทำให้คนเห็นว่า จำนวนคนมันสำคัญขึ้น มีคนสนใจจริงๆ ไม่ได้แค่นั่งพิมพ์ไปเฉยๆ

"อย่าให้เค้ามาบอกว่าเราเป็นแค่นักเลงคีบอร์ดที่จริงๆ แล้วก็ไม่กล้าโผล่หัวออกมา" นักเรียนออกแบบที่ร่วมชุมนุม กล่าว พร้อมเสริมว่า ทางออนไลน์ก็สำคัญเพราะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ข่าวสารมันแพร่กระจายไปได้ทั่วโลกไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศไทย การที่ทำประท้วงออนไลน์ก็ยังสามารถทำให้คนต่างชาติได้รำลึกว่าสถานการณ์ในประเทศเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราสามารถทำให้มันขยายใหญ่ได้ด้วยการทำให้สื่อต่างชาติ เข้ามาสนใจ แล้วก็เข้ามาเฝ้าสังเกตการณ์ และก็เฝ้าระวังการใช้ความรุนแรงของตำรวจในประเทศเราได้มากขึ้นด้วย

"เรื่องทุกอย่างมันยังคงเกิดขึ้น ทุกคนยังคงเดือดร้อน ยังคงมีคนที่เดือดร้อนจากเศรษฐกิจทุกวัน ยังมีคนที่ต้อง Struggle (ต่อสู้)ในชีวิตประจำวันทุกๆ วัน ทุกๆ นาที ทุกๆ วินาทีที่เรากำลังเดิน เราทำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม มันยังมีคนที่เดือนร้อนมากจริงๆ เราไม่สามารถที่จะอยู่เฉยๆกันได้แน่นอน" นักเรียนออกแบบที่ร่วมชุมนุม กล่าว 

'นักศึกษา มธ.' ต้องแก้ไขปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่กี่คนทำแย่เอาไว้

เอฟ นักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงสาเหตุที่มาร่วมชุมนุมว่า เพราะว่าเราพูดกันตามตรงสภาพทางสังคมที่มันเกิดขึ้นอยู่มันเกิดความเลวร้ายใดๆ บ้าง ความบัดซบใดๆ บ้าง สภาพสังคมทุกวันนี้มันเลวร้ายในทุกๆ ทาง ตลอด  6ปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลประยุทธ์เอง เราเห็นแล้วใช่ไหมว่ามีกี่คนแล้วที่ต้องล้มตาย มีกี่คนแล้วที่ต้องอดอยาก มีกี่คนแล้วที่ว่าสูญเสียชีวิต ภายใต้การบริหาร ที่มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองที่ว่าคนต้องสูญหายไป  แต่มันเป็นเรื่องเศรษฐกิจด้วย อย่างตนเอง ตั้งแต่วันแรกที่รัฐประหารยึดอำนาจขึ้นมา ตนห็นแล้วว่าประเทศมันคงไม่มีวันกลับไปจุดเดิมได้

"ในฐานะคนที่ต้องเป็นอนาคตของประเทศ ในฐานะที่ว่าเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องไปสืบทอด สืบในการที่แบบ ดำรงชีวิตในประเทศนี้ต่อ เราต้องออกมาเพื่อที่ว่าจะแก้ไขปัญหาในประเทศนี้ ที่พวกผู้ใหญ่ไม่กี่คนและไม่กี่กลุ่มทำแย่เอาไว้" เอฟ กล่าว

สำหรับการเคลื่อนไหวต่อไปนั้น เอฟ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะมีการยกระดับอย่างไรบ้างหรือเปล่า แต่ตนคิดว่าเหมือนไม้ขีดไฟ ตามที่ผู้ปราศรัยกล่าว ถ้ามันเป็นไม้ขีดไฟ ไฟนี่แม้มันจะเล็กๆ แม้ว่าในวันนี้มันอาจจะเป็นไฟเล็กๆ แต่ในวันหนึ่งมันต้องใหญ่ขึ้นสักวันหนึ่งอยู่ดี 

เอฟ กล่าวถึงกิจกรรมทางการเมืองที่เขาเคยร่วมก่อนหน้านี้ว่า เคยออกมาชุมนุมในช่วงสามปีที่ผ่านมา ในช่วงของคนอยากเลือกตั้งจนถึงครั้งนี้ นอกจากนี้สมัยปี 53 รอบหนึ่ง แต่ว่าอันนั้นคือมากับพ่อ ไม่ได้มีความรู้ทางการเมืองมาก แล้วในช่วงที่ผ่านมาก็เคยปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สำหรับความกังวลจากการร่วมชุมนุมครั้งนี้ เอฟ กล่าวว่า ไม่มีความกังวล เพราะว่าถ้าเรากังวลต่อไปอนาคตของเรามันก็ไม่เหลือ

ปชช. ขอเดินหน้าต่อไปกับนักศึกษาทุกก้าว

ประชาชนอีกคนหนึ่งที่ร่วมชุมนุม กล่าวถึงเหตุผลที่มาร่วมเนื่องจาก ไม่พอใจ อัดอั้นมานานแล้ว 6 ปีแล้ว ไม่ไหวกับประยุทธ์ที่บริหารเฮงซวยแบบนี้

"อยากเห็นแบบว่าให้มีประชาธิปไตยเต็มใบ อยู่แบบร่วมกันได้ ไม่ใช่มาแบบเนี้ย ไม่ใช่ ไม่โอเค" เธอ กล่าวถึงความคาดหวังในอนาคต พร้อมย้ำว่าถ้าวันนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะเดินหน้าต่อไปกับนักศึกษาทุกก้าว

ต่อคำถามที่ว่าก่อนหน้านี้เคยร่วมชุมนุมทางการเมืองที่ไหนไหม ประชาชน คนดังกล่าวตอบว่า ไม่เคย แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว 6 ปีแล้วที่เขาทำให้มันเป็นแบบนี้

สำหรับ วิจิตรา รักวงษ์ และฉัตรชัย มงคล ผู้สัมภาษณ์ชิ้นนี้ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาฝึกงานประจำกองบรรณาธิการข่าวประชาไท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

หมายเหตุ : 22.15 น. วันที่ 20 ก.ค.63 มีการปรับแก้เนื้อหาบางส่วน 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์