รอง ผกก. สน.ทองหล่อ เผยอินเตอร์โพลถอนหมายแดง 'บอส อยู่วิทยา' แล้ว

รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ เผยอินเตอร์โพลถอนหมายแดงที่ประกาศตามจับ 'บอส อยู่วิทยา' ตั้งแต่ มิ.ย. 2563 แล้ว 'ศรีสุวรรณ' เรียกร้องศาลยุติธรรมระงับการเพิกถอนหมายจับ ด้าน กมธ. ป.ป.ช. ชี้หากมีคนร้องต่อ กมธ. พร้อมเรียกอัยการสูงสุดแจงทันที

25 ก.ค. 2563 ความคืบหน้ากรณีอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากเหตุการณ์ที่นายวรยุทธขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจจราจร สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ล่าสุด พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลได้แจ้งถอนหมายแดงออกจากระบบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 สถานะตอนนี้ถือว่า นายวรยุทธเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ใช่บุคคลตามหมายจับอีกต่อไป

'ศรีสุวรรณ' เรียกร้องศาลยุติธรรมระงับการเพิกถอนหมายจับ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงยืนยันว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 หลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้วนั้น

ถึงแม้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส จะหมดอายุความไปเกือบหมดแล้วก็ตาม แต่ทว่าข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291" มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่จะมีมีอายุความถึง 15 ปี โดยจะขาดอายุความในปี 2570 ซึ่งยังมีระยะเวลาอีกหลายปีที่ตำรวจจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำคนผิดมาลงโทษได้ แม้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาดังกล่าวแล้ว แต่มิได้หมายความว่ามูลคดีจะจบลงไปโดยปริยายหาได้ไม่

ทั้งนี้ การเพิกถอนหมายจับ เป็นอำนาจหน้าที่และดุลยพินิจของศาลที่อนุมัติการออกหมายจับดังกล่าว นั่นก็คือ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ได้อนุมัติหมายจับทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังใน 2 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร ทำให้นายวรยุทธมีสถานะเป็น "ผู้ต้องหาหนีหมายจับของศาล" ด้วย

คดีดังกล่าวถือได้ว่าเป็นคดีอาญาของแผ่นดิน เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน การที่อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาสำคัญดังกล่าว และตำรวจก็มิได้คัดค้านแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของอัยการและตำรวจเจ้าของคดี จึงอาจเข้าข่ายความผิดทางวินัยและความผิดอาญา ซึ่งสมาคมฯจะนำความไปร้อง ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในสัปดาห์หน้าต่อไป

แต่สำหรับการอนุมัติการเพิกถอนหมายจับของศาลนั้น เป็นดุลยพินิจของศาลอาญากรุงเทพใต้ ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมและเพื่อรักษาบรรทัดฐานทางกฎหมาย สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงใคร่ขอเรียกร้องไปยังศาลยุติธรรมดังกล่าว เพื่อขอให้ระงับการอนุมัติให้อัยการเพิกถอนหมายจับดังกล่าวไว้ จนกว่าคดีนี้จะหมดอายุความในอีก 7 ปีข้างหน้า เพื่อรอเวลาว่า ณ วันหนึ่งภายใต้อายุความเมื่อนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส เดินทางกลับมาภายในประเทศไทย ประชาชนที่พบเห็นสามารถแจ้งตำรวจให้ดำเนินการจับกุมตัว เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามครรลองของกฎหมาย ตามหลักนิติรัฐได้ต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

กมธ. ป.ป.ช. ชี้หากมีคนร้องต่อ กมธ. พร้อมเรียกอัยการสูงสุดแจงทันที

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ พรรคเสรีรวมไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2563 ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ว่า ต้องดูข้อเท็จจริงในสำนวนสอบสวนของอัยการสูงสุดก่อน ซึ่งตนยังไม่เห็นรายละเอียด  แต่ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรรมาธิการป.ป.ช.นั้นมีอำนาจสามารถเรียกเอกสารหรืออัยการสูงสุดมาสอบถามหรือให้ข้อมูลได้ เพื่อไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจ แต่ขอให้มีผู้มายื่นเรื่องร้องต่อกรรมาธิการฯ ก่อนจึงจะมีอำนาจดำเนินการ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถูกมองว่าไม่ปกป้องตำรวจที่เสียชีวิต เพราะไม่คัดค้านคำสั่งอัยการที่สั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยใครมีอำนาจ ใครมีเงิน หลายคดีเห็นกันอยู่ ใช้เงิน ใช้อำนาจปิดปาก กระทิงแดงรวยอันดับที่เท่าไหร่ของโลก ของเอเชีย เรื่องนี้อยู่ที่ผู้รับผิดชอบว่าจะมีคุณธรรมมากน้อยแค่ไหน

ด้าน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรรมาธิการฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เช่น อาจเชิญผู้เกี่ยวข้อง อาทิ อัยการสูงสุด มาสอบถามข้อเท็จจริง เพราะเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบค่อนข้างแรงในความรู้สึกของประชาชน ทำให้เกิดเรื่องความเหลื่อมล้ำ สองมาตรฐาน ประชาชนรู้สึกว่ามีการดำเนินการในมาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่ขณะนี้กรรมาธิการฯ ยังไม่ได้ข้อมูลจากอัยการสูงสุด ต้องรอข้อเท็จจริงก่อน ทั้งนี้ กรรมาธิการฯ จะรีบหารือกันเพื่อหาทางตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว

ส.ส.ก้าวไกล เรียกร้องปฏิรูปตำรวจ หลังบอส อยู่วิทยา หลุดคดีทุกข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2563 พล.ต.ต.สุพิสาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.ก้าวไกลและอดีตรักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม นำคณะแถลงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจและเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานสอบสวน หลังมีกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องทุกข้อกล่าวในคดีของนายวรยุทธ (บอส) อยู่วิทยา จากการเมาแล้วขับจนชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 และเดินทางออกนอกประเทศไปเป็นเวลากว่า8 ปี ขณะเดียวกันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่แย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ จนเป็นเหตุให้คดีสิ้นสุดลง พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุว่าตนจะไม่ก้าวล่วงกระบวนการสอบสวนและการทำงานของตำรวจ แต่จะต้องมองไปถึงประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้น

ขณะ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.ก้าวไกล กล่าวว่าในช่วงที่เกิดเหตุดังกล่าวตนอยู่ในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ (สบ1) กลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์กองพิสูจน์หลักฐานกลางเข้าทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ พบลักษณะการชนเป็นการชนโดยตรงไม่ใช่ลักษณะปาดหน้า และหลังเกิดเหตุแล้วรถกลับไปอยู่ในบ้านของ นายวรยุทธ ผู้ต้องหาแต่กลับส่งคนรับใช้เข้ามอบตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำกำลังสองร้อยนายไปปิดล้อมบ้านและเมื่อนายวรยุทธ ออกมามอบตัว พบร่องรอยที่ตัวชัดเจนเป็นจ้ำแดงจากรอยเข็มขัดนิรภัยรัดขณะเดียวกันหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบการใช้ความเร็วรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงเชื่อว่าหลักฐานทั้งหมดเอาผิดผู้ต้องหาได้แน่นอนในขณะนั้นในขั้นพิสูจน์หลักฐานและจัดส่งรายงใช้เวลาภายในเดือนเดียว แต่การสอบสวนกลับใช้เวลายาวนานหลายปีจึงเห็นว่ากระบวนการยุติธรรม ต้องปรับเปลี่ยน ตนยอมรับว่าผิดหวังกับผลที่ออกมา

ด้าน นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล กล่าวว่าเมื่อมีการยกเลิกไม่สั่งฟ้องคดีทั้งฝ่ายอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ต้องออกมาแถลงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีผู้ไม่ได้รับความยุติธรรมอีกทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ได้รับการเยียวยาตามความเหมาะสม และขอตั้งข้อสังเกตถึงกรณีตำรวจ11 นายที่เข้าช่วยเหลือคดีดังกล่าว ป.ป.ช.ไม่ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจงต่อสังคมให้กระจ่างชัดเพื่อไม่ให้เกิดกรณีเดียวกันนี้กับบุคคลอื่น

ที่มาเรียบเรียงจาก: ผู้จัดการออนไลน์ | เดลินิวส์ | สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์