ทนายอานนท์เผยได้ข่าวมีการจัดตั้งกลุ่มคนมาทำร้ายผู้ชุมนุมตั้งแต่พรุ่งนี้

ทนายอานนท์ โพสต์ได้ข่าวการจัดตั้งคนมาทำร้ายผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป แนะช่วยกันดูแล พร้อมย้อนดูเหตุทำร้าย 3 นักกิจกรรมกลางกรุงซ้ำๆ ที่คดีไม่คืบหน้า

28 ก.ค.2563 18.15 น. อานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมประชาธิปไตย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เขาได้ข่าวการจัดตั้งคนมาทำร้ายผู้ชุมนุมตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป และได้ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลกันให้ดี

อานนท์ระบุว่าการการคุกคามประชาชนโดยรัฐไม่ใช่เพียงแต่การที่รัฐกระทำการคุกคามด้วยตนเองหรือจ้างวานให้ผู้อื่นทำ แต่ยังรวมไปถึงการจงใจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองมาคุกคามหรือทำร้ายประชาชนด้วย

ที่ผ่านมาเคยมีนักกิจกรรมทางการเมืองถูกลอบทำร้ายแล้ว 3 ราย ได้แก่เอกชัย หงส์กังวาน อนุรักษ์ เจนตวนิชย์(ฟอร์ด เส้นทางสีแดง) และสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ การทำลอบร้ายร่างกายเกิดขึ้นกับพวกเขาซ้ำๆ กันหลายครั้งโดยเฉพาะเอกชัยที่ถูกดักทำร้ายมากที่สุดถึง 7 ครั้ง และรถของเขายังถูกเผาไปอีก 2 ครั้ง โดยในการเผาครั้งที่ 2 ทำให้รถของเขาเสียหายจนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก ส่วนอนุรักษ์และสิรวิชญ์ถูกลอบทำร้ายคนละ 2 ครั้ง และพวกเขาทั้ง 3 คน เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการลอบทำร้ายเหล่านี้

การลอบทำร้ายและเผาทำลายทรัพย์พวกเขาทั้ง 3 คนรวมทั้งหมดแล้วมากถึง 13 ครั้งและเหตุการณ์เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นภายในปีเดียวเมื่อปี 2562 (มีเพียง 4 ครั้งแรกของเอกชัยที่เกิดขึ้นในปี 2561)

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เคยตั้งข้อสังเกตถึงการลอบทำร้ายเหล่านี้เอาไว้ว่า พัฒนาการของความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีทั้งระดับความรุนแรงและรูปแบบ โดยเริ่มจากการชกต่อยหรือสาดน้ำปลาร้า จนถึงการใช้กลุ่มคนรุมทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธที่เป็นท่อนไม้และท่อนเหล็กซึ่งประสงค์ให้บาดเจ็บรุนแรงมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้จำนวนคนที่มาทำร้ายมากขึ้นด้วย

ศูนย์ทนายฯ ยังอธิบายต่ออีกว่า การลอบทำร้ายดังกล่าวจึงไม่ใช่การลงมือแบบปัจเจกบุคคล แต่ดำเนินการเป็นกลุ่มก้อนอย่างเป็นระบบ มีการติดตามเส้นทาง ความเคลื่อนไหวและกำหนดการของนักกิจกรรมที่ตกเป็นเป้ามาอย่างดีมีการวางแผนวางคนคอยกันไม่ให้คนเข้าช่วยเหลือผู้ที่ถูกทำร้าย และการเผาทำลายรถของเอกชัยยังกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการลอบทำร้ายง่ายขึ้นด้วย

นอกจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมด ตำรวจก็ไม่สามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้(ติดตามได้ 3 จาก 13 ครั้ง) แม้ว่าพวกเขาทั้ง 3 คน จะถูกทำร้ายในที่สาธารณะก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีล่าสุดที่เกิดกับสิรวิชญ์ เมื่อ 28 มิ.ย.2562 ที่ปรากฏภาพวงจรปิดที่ถ่ายเหตุการณ์และคนร้ายไว้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปี เขากลับได้รับหนังสือจากตำรวจ สน.มีนบุรีว่าได้ยุติการสอบสวนแล้วโดยมีความว่า  “คดีนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วและได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการมีความเห็น ‘เห็นควรให้งดการสอบสวน’ เนื่องจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากสภาพกล้องวงจรปิดไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ชัดเจนเพียงพอในการออกหมายจับและหลักฐานการไล่กล้องไม่สามารถทราบได้ว่าคนร้ายมีที่อยู่หรือหลบหนีอยู่ที่ได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน แล้วมีหลักฐานบ่งชี้ได้ว่า ผู้ใดกระทำผิดก็จะทำการออกหมายจับคนร้ายเพื่อดำเนินคดีต่อไป”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์