ศาลแพ่งนัดสืบพยาน 4-5 ส.ค.นี้ คดีแม่ชัยภูมิ ป่าแส ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ทบ. เหตุทหารยิงลูกชายตาย

ศาลแพ่งนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย 4-5 ส.ค 63 กรณีแม่ของชัยภูมิ ป่าแส ฟ้องเรียกค่าเสียหายกองทัพบก จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารยิงบุตรของตนเสียชีวิต ขณะที่อีกความเคลื่อนไหว 'ฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย' จ่อร้องฟื้นฟูมลพิษจากเหมืองแร่ กับ กมธ.ที่ดินฯ สภาผู้แทนราษฎร 

 

3 ส.ค.2563 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2560 ชัยภูมิ ป่าแส ชาติพันธุ์ลาหู่เยาวชนนักกิจกรรมทางสังคม พร้อมเพื่อนหนึ่งคน ขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจบ้านรินหลวง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจค้นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่า ชัยภูมิพยายามขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธมีดและระเบิดขว้างสังหาร เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงนายชัยภูมิฯ จนเสียชีวิต โดยภายหลังระบุว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตนเอง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอ้างว่าพบยาบ้าเป็นจำนวน 2,800 เม็ดซ่อนอยู่ในหม้อกรองน้ำของรถยนต์ของชัยภูมิอีกด้วย ต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งเรื่องการชันสูตรพลิกศพนายชัยภูมิฯ ว่า “พฤติการณ์ที่ตายคือ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิง กระสุนเข้าที่ต้นแขนซ้ายด้านนอกทะลุต้นแขนซ้ายด้านใน และกระสุนแตกเข้าไปในลำตัวบริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอดจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 นาปอย ป่าแส แม่ของชัยภูมิ ป่าแส ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.2591/2562 โดยคดีนี้รับความช่วยเหลือจากองค์เครือข่ายจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, Protection International และสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) เพื่อให้ครอบครัวของชัยภูมิ ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่อีกด้วย  ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 21 – 22 ม.ค.2563 ศาลแพ่งได้ส่งประเด็นให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยมีญาติของชัยภูมิ ครูประจำชั้น และเพื่อนในโรงเรียนของ ชัยภูมิ ประจักษ์พยานผู้เห็นเหตุการณ์ รวมถึงพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง มาเบิกความที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุด้วยว่า  4-5 ส.ค. นี้ ศาลแพ่งนัดสืบพยานโจทก์ 1 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และสืบพยานจำเลย 4 ปาก ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุจำนวน 3 นาย และนายทหารพระธรรมนูญ 1 นาย เวลา 09.00 น. ณ ศาลแพ่ง (ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ)

 

'ฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย' จ่อร้องฟื้นฟูมลพิษจากเหมืองแร่ กับ กมธ.ที่ดินฯ

ขณะที่ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จ.เลย แจ้งว่า วันที่ 5 ส.ค.นี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ จะเข้ายื่นหนังสือเรื่องการฟื้นฟูการปนเปื้อนมลพิษจากเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ต่อประธานกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สภาผู้แทนราษฎร

หลังจากที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จ.เลย ชนะคดีอย่างเด็ดขาดไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 โดยศาลได้พิพากษาให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายจากการทำเหมืองทองคำที่ส่งผลกระทบต่อสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมให้แก่ชาวบ้าน 149 ราย และให้บริษัทฯ แก้ไขฟื้นฟูพื้นที่รอบเหมืองทองคำด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ จนกว่าพื้นที่เหมืองแร่ทองคำจะกลับมาสู่สภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีตามเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วย

ซึ่งในเวลาต่อมาชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จึงได้เริ่มจัดทำแผนฟื้นฟูเหมืองแร่ทองคำฉบับภาคประชาชนขึ้นมา เพื่อเป็นกรอบคิดริเริ่มในการเชิญชวนภาคประชาชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาปรึกษาหารือและร่วมผลักดันให้เกิดการฟื้นฟูเหมืองแร่ทองคำขึ้นมาให้ได้ในอนาคต ขณะเดียวกันกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานอื่น ๆ ก็ได้พยายามจัดทำแผนและเสนอแผนการฟื้นฟูการปนเปื้อนบริเวณในและรอบเหมืองแร่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยที่ละเลยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์