ขบวนการต้านฟาสซิสต์บราซิลคืนชีพต้าน ปธน. ฝ่ายขวา แต่ถูกล่าแม่มดออนไลน์

ขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์ปรากฏตัวอีกครั้งในบราซิล เพื่อต่อต้านจาอีร์ บอลโซนาโร ประธานาธิบดีอำนาจนิยมฝ่ายขวาคนปัจจุบัน ขณะที่แนวร่วมขบวนการถูกฝ่ายต่อต้านล่าแม่มดออนไลน์ อ้างว่าเพื่อต่อต้านพฤติกรรมก่อการร้าย

ทุกครั้งที่ลีอันโดร เบอร์กามิน เดินทางไปร่วมชุมนุม เขาจะต้องพกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือไปด้วยเสมอ ขณะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถประจำทางก็พยายามอยู่ห่างจากคนอื่นๆ ให้มากที่สุด เบอร์กามินกล่าวว่า "โรคระบาดหนักเป็นปัญหาเร่งด่วน แต่การต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเราก็เป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นกัน"

เบอร์กามินเข้าร่วมหนึ่งในขบวนการต่อต้านเผด็จการฟาสซิสต์ที่ใหญ่ที่สุดในเซาเปาโล ประเทศบราซิล คือขบวนการที่มีชื่อว่า คอรินเธียนส์เดโมเครซีคอลเลกทีฟ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทีมคอรินเธียนส์ สโมสรฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล

กลุ่มแฟนบอลในบราซิลถือเป็นกลุ่มที่มีประวัติศาสตร์ร่วมต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยมาก่อน และในปีนี้พวกเขาก็รวมตัวกันในฐานะกลุ่มต่อต้านการชุมนุมของขบวนการสนับสนุนจาอีร์ บอลโซนาโร ประธานาธิบดีอำนาจนิยมฝ่ายขวาคนปัจจุบัน เบอร์กาบินพูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างวงการฟุตบอลและการต่อต้านฟาสซิสต์ว่า สำหรับในบราซิลแล้ว "ฟุตบอลมีประเด็นในเรื่องของการต่อสู้ทางชนชั้นและภูมิภาคนิยมมาโดยตลอด วงการฟุตบอลมีส่วนพึ่งพาการเมืองเพื่อที่จะอยู่รอด และการเมืองเองก็ต้องพึ่งพาฟุตบอลเช่นกัน"

เบอร์กามินพูดถึงการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2563 ที่เซาเปาโล เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่า ผู้ประท้วงไม่พอใจความไม่จริงจังในการควบคุมโรคระบาดของรัฐบาลอย่างมาก รวมถึงประณามว่ารัฐบาลบอลโซนาโรผันตัวเป็นเผด็จการอำนาจนิยม

ในความเป็นจริง บอลโซนาโรแสดงความเป็นอำนาจนิยมตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วงการการเมืองเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เขาเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีได้เพราะอาศัยความไม่พอใจจากฝ่ายขวา ที่เรียกร้องให้ทหารมีอำนาจมากขึ้น หลังบอลโซนาโรเข้าดำรงตำแหน่งเขาก็สนับสนุนให้มีการครอบครองอาวุธปืน ส่งเสริมให้ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม และส่งเสริมให้มีการเผาป่าอเมซอนซึ่งเปรียบเสมือนปอดของโลก เพื่อเปิดทางให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรเข้าไปยึดครองพื้นที่

นับตั้งแต่โควิด-19 เริ่มระบาดในบราซิล บอลโซนาโรก็มีท่าทีดูเบาการระบาดหนักครั้งนี้ กระทั่งหลังตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เขาก็ยังปรากฏตัวต่อในที่สาธารณะโดยไม่สวมเครื่องป้องกัน นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่าใช้สถานการณ์โรคระบาดเพื่อยกเลิกกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม, มีส่วนในการทุจริตคอร์รัปชัน และเปิดโอกาสให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนพื้นเมือง เขากล่าวโจมตีสื่อและรับรองการใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผย

แองเกลา เมเรลเลส เดอ โอลิเวียรา นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องการต่อต้านฟาสซิสต์ในบราซิลและในวงการฟุตบอลของบราซิลกล่าวว่าโครงสร้างของกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์นั้นมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีกลุ่มที่จัดตั้งมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ได้รับการสนับสนุนจากฐานที่กว้างขวางและหลากหลายทั้งกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และพนักงานออฟฟิศ ซึ่งมีความแตกต่างทั้งชนชั้นทางสังคมและสายอาชีพ

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอื่นๆ อย่างผู้มีความหลากหลายทางเพศ เฟมินิสต์ และกลุ่มต่างๆ ที่นิยามอุดมการณ์ผ่านรูปธงในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นอนาธิปไตย, คอมมิวนิสต์ หรือสังคมนิยม ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ล้วนแต่แสดงตัวเป็นแนวร่วมการต่อต้านเผด็จการฟาสซิสต์ในบราซิลทั้งสิ้น

โอลิเวียราบอกว่าในปี 2563 นั้น ขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์มีลักษณะการจัดตั้งน้อยกว่าในอดีตและมีลำดับขั้นทางอำนาจอยู่น้อย แต่ก็มีความหลากหลายมากกว่าเดิม รวมถึงมีการขยายประเด็นของพวกเขาไปถึงการกดขี่ในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องการเหยียดเพศ, การเหยียดผู้มีความหลากหลายทางเพศ, การเหยียดเชื้อชาติสีผิว และการเกลียดกลัวคนนอก

กลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ปรากฏขึ้นในละตินอเมริการาวคริสต์ทศวรรษที่ 1930 หรือประมาณ 90 ปีที่แล้ว เพื่อต่อสู้กับเผด็จการฟาสซิสต์ในภูมิภาค โอลิเวียรากล่าวว่า กลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์มีกันอยู่หลายกลุ่ม กลุ่มเหล่านั้นยังร่วมกันตอบโต้กับการเติบโตของนาซีเยอรมัน โดยเฉพาะในชุมชนของชาวเยอรมันแรกเริ่มในละตินอเมริกา ขณะที่ผู้วิพากษ์กลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ในบราซิลก็มักจะปฏิเสธว่า ประเทศของตัวเองไม่เคยมีฟาสซิสต์และกล่าวหากลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ว่า "แข็งข้อโดยไม่จำเป็น" ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันคนที่ถูกมองว่าเป็นผู้ต่อต้านเผด็จการฟาสซิสต์ในบราซิลกำลังถูกล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมามีการแพร่กระจายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่ต่อต้านฟาสซิสต์จำนวน 900 หน้าในอินเทอร์เน็ต พฤติกรรมการล่วงละเมิดในโลกออนไลน์นี้เรียกว่าการด็อกซ์ซิ่ง (Doxing) หรือการล่าแม่มดออนไลน์ คือการเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานมาเปิดเผยในเชิงประจานในอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังอ้างว่าจะส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ตำรวจเพื่อ "ต่อต้านพฤติกรรมก่อการร้าย"

โอลิเวียราบอกว่า "ยิ่งรัฐบาลมีการกดขี่ข่มเหงมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งมองฝ่ายต่อต้านว่าเป็นอาชญากรมากขึ้นเท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมบราซิลพบว่า ในกลุ่มคนที่แสดงตัวว่าเป็น "ขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์" นั้น มีเจ้าหน้าที่รัฐ 579 ราย และมีศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย 3 ราย

ข้อโต้แย้งโดยทั่วไปต่อขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์ในบราซิล คือ มีการทำลายข้าวของและทรัพย์สินของเอกชน ซึ่งโอลิเวียรากล่าวว่า ในขณะที่ขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์ในบราซิลถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินของเอกชน แต่รัฐกลับใช้ "ความรุนแรง" ต่อคนผิวสีที่ถูกกดขี่ ซึ่งโอลิเวียราเห็นว่า การกระทำของกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์เป็นการแสดงออกเพื่อตั้งคำถามต่อการกดขี่จากรัฐ

ทว่าผู้ประท้วงอย่างเบอร์กามินไม่เห็นด้วย เขามองว่าขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์ไม่ควรปกป้องการใช้ความรุนแรง และเขาเชื่อว่าชุมนุมประท้วงเป็นไปอย่างสันติได้ อย่งไรก็ตาม เบอร์กามินไม่ตัดสินเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะสำหรับบางคนในบราซิลแล้ว พวกเขาจำเป็นที่ต้องใช้ความรุนแรงเพื่ออยู่รอด

เรียบเรียงจาก Anti-fascist movements are re-emerging in Brazil to counter Bolsonaro, Global Voices, 28-07-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์