Skip to main content
sharethis

7 ส.ค. 2563 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทางการไทยถอนข้อกล่าวหา กรณีจับกุมทนายอานนท์ นำภา และภาณุพงศ์ จาดนอก สองนักกิจกรรม เนื่องจากร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 และมีรายงานข่าวว่ามีการออกหมายจับแกนนำผู้ชุมนุมคนอื่นเพิ่มเติม เห็นว่า เป็นปฏิบัติการที่ไม่ได้สัดส่วนเพื่อปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ โดยมีเป้าหมายเพื่อข่มขู่ผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้

แอมเนสตี้แถลงหลังทนายอานนท์และไมค์ถูกจับกุมและตั้ง 8 ข้อกล่าวหา

จากกรณีที่มีการจับกุมทนายอานนท์ นำภา และภานุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก นักกิจกรรมที่เป็นแกนนำคนสำคัญสองคนในการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมาในวันนี้ และมีรายงานข่าวว่ามีการออกหมายจับแกนนำผู้ชุมนุมคนอื่นเพิ่มเติม ก่อนจะมีการจัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่จะจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้  

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเผยว่า การออกหมายจับและตั้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนในวันนี้ นับเป็นปฏิบัติการที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างสิ้นเชิงอีกครั้งหนึ่งของตำรวจไทยเพื่อปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ โดยมีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าเพื่อข่มขู่ผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้   

“หลังที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคุกคามมาหลายเดือน ในตอนนี้ทนายอานนท์และไมค์ ภานุพงศ์ ยังจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาอาญาร้ายแรงถึง 8 ข้อกล่าวหา เพียงเพราะใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ”    

“นอกจากจะต้องถอนข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงเช่นนี้แล้ว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังเรียกร้องทางการไทยให้การประกันว่าจะมีการคุ้มครอง รักษาความมั่นคงปลอดภัย ไม่ให้มีการตอบโต้เอาคืนกับบุคคลใดก็ตาม ซึ่งมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา” 

ข้อมูลพื้นฐาน 

ในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ตำรวจได้จับกุมทนายอานนท์ นำภา ด้านหน้าที่พักของเขาในกรุงเทพฯ และจับกุมภานุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งสองคนอยู่ระหว่างการส่งตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาฯ ส่วนแกนนำนักศึกษาอีกคนหนึ่งคือ พริษฐ์ ชีวารักษ์ ซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ถูกออกหมายจับเช่นกัน  

อานนท์และไมค์ ภานุพงศ์อาจได้รับโทษจำคุกเจ็ดปี ตามข้อหาต่าง ๆ รวมทั้งยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน มั่วสุมกันใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 385 ตามลำดับ ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดตามพ.ร.บ. โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะเป็นความผิดตามมาตรา 114 พ.ร.บ.จราจรทางบก ความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามมาตรา 4 ของพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ โดยใช้เครื่องขยายเสียง รายงานข่าวระบุว่า ยังจะมีการทยอยออกหมายจับผู้ประท้วงคนอื่น ๆ ในข้อหาเดียวกันด้วย  

นับแต่มีการประกาศใช้พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่ทำการควบคุมตัวและแจ้งข้อหาอาญาอย่างต่อเนื่องต่อบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสงบ ผู้ชุมนุมยังคงต้องเผชิญการข่มขู่คุกคามจากตำรวจในหลายกรณี เพียงเพราะใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ โดยเป็นการชุมนุมที่มีแกนนำเป็นนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งเรียกร้องเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องรัฐบาลไทยให้การประกันว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังให้มากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และให้ยึดมั่นในหลักการไม่ใช้ความรุนแรง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net