COVID-19: 8 ส.ค. ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3 คน สะสม 3,348 คน

8 ส.ค. 2563 ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3 คน พบจากสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,348 คน รักษาหายเพิ่ม 2 คน รวมรักษาหายสะสม 3,150 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 คน สธ.เผย สถานที่กักตัวทางเลือกได้มาตรฐานควบคุมป้องกันโรค ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงแรมที่เข้าร่วมได้ทางเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

8 ส.ค. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เดินทางกลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย 2 ราย และอินโดนีเซีย 1 ราย โดยเข้าพักใน State Quarantine ส่วนในประเทศยังคงไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,348 ราย เป็นผู้ป่วยในประเทศ 2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ จำนวน 411 ราย จำนวนผู้ป่วยรักษาหายแล้วรวม 3,150 ราย และยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 140 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นนักศึกษาชายไทย 2 ราย อายุ 24 ปี เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ถึงไทยวันที่ 25 ก.ค. (เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 12 ราย) เข้าพักใน State Quarantine ที่ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อวันที่ 7 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ ส่วนอีก 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 32 ปี อาชีพพนักงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย ถึงไทยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. เข้าพักใน State Quarantine ที่ จ.สมุทรปราการ และตรวจหาเชื้อในวันที่ 6 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ

สธ.เผยสถานที่กักตัวทางเลือกได้มาตรฐานควบคุมป้องกันโรค

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีประชาชนบางส่วนเกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) ขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขมีกลไกคัดเลือกโรงแรมที่เข้าร่วมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ทั้งด้านความปลอดภัยของพื้นที่ต้องผ่านการประเมินมาตรฐานด้านวิศวกรรม มีระบบระบายอากาศ และปรับอากาศแยกเฉพาะส่วน ล็อคลิฟต์ เพื่อผู้กักตัวอยู่ในชั้นที่อนุญาตเท่านั้น ติดตั้งกล้อง CCTV ตลอดทางเดินทั่วโรงแรม เพื่อจับความเคลื่อนไหว โดยจัดแยกพื้นที่ให้บริการผู้กักตัวให้ไม่ปะปนกับผู้เข้าพักทั่วไป รวมถึงให้บริการอาหารถึงห้องพัก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อผู้เข้าพักรายอื่นและชุมชนโดยรอบ จึงจะได้รับอนุญาตให้เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) ได้

นายแพทย์ธเรศ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีทหารสหรัฐอเมริกาที่เข้าพักอยู่ใน 3 โรงแรมทางเลือกนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจเนื่องจากภาครัฐได้จัดมาตรการควบคุม เฝ้าระวังผู้เดินทางกลุ่มดังกล่าวที่เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์เฝ้าระวังอยู่ที่โรงแรม ไม่ให้ผู้ที่กักตัวออกนอกพื้นที่ตลอดช่วงเวลาที่กักตัว และรับการเฝ้าระวัง ควบคุมโรคตามมาตรฐานเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ โรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) คือสถานที่กักตัวที่ผู้เข้าพักเป็นคนที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งได้ปรับรูปแบบมาจากสถานกักตัวของรัฐ State Quarantine มีระบบเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคตามมาตรฐานของกระทวงสาธารณสุขเช่นเดียวกัน ได้แก่ การคัดกรอง การกักตัวเฝ้าระวังอาการ 14 วัน ตรวจหาเชื้อ และได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลคู่สัญญาตลอดระยะเวลาที่กักตัว โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงแรมที่เข้าร่วมเป็นสถานที่กักตัวทางเลือกได้จากเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ http://covid-center.hss.moph.go.th

ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวอินโฟเควสท์ | สำนักข่าวไทย
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์