'พุทธิพงษ์' ขีดเส้น 15 วัน แพลตฟอร์มลบเนื้อหาไม่เหมาะ หากไม่ลบ เจอโทษอาญา-ปรับ

รมว.ดีอีเอส ลั่นไม่ยอมหากชุมนุมล่วงเกินหรือละเมิดสิทธิของคนอื่น รวมไปถึงสถาบันหลักของประเทศ พร้อมดำเนินคดี เผยส่งข้อมูลไปแพลตฟอร์มต่างประเทศลบเพจบิดเบือนแล้ว ย้ำไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ผิดโทษอาญา-โทษปรับ

10 ส.ค.2563 มติชนออนไลน์ และผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) อดีตแกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์กรณีการดำเนินคดีกับผู้ใช้โซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้เราเปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนส่งข้อมูล เช่น เว็บเพจที่นำเสนอข้อมูลไม่ถูกต้อง ในระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมามีเข้ามาประมาณ 3 พันเรื่อง ส่งศาลไปแล้ว 700 กว่าเรื่อง หากศาลมีคำสั่งออกมาเราจะดำเนินการไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อให้ปิดหรือลบตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ ปกติเวลาเราส่งไปให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ หากเขาไม่แก้ไขจะปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น แต่วันนี้เราใช้มาตรา 27 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หากไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน เราจะดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มต่างประเทศนั้นๆ โดยวันนี้จะเป็นวันแรกที่เราจะส่งจดหมายเตือนไปให้กับแพลตฟอร์มต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่ได้เคารพหรือดำเนินการตามคำสั่งศาลของไทย เราต้องเดินต่อให้สุด ประเทศไทยเราเคารพและจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ตนหรือกระทรวงไม่ได้คิดเองทำเอง

ต่อคำถามที่ว่าขณะนี้ได้แจ้งไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศแล้วหรือยังนั้น รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า จากวันนี้นับไปอีก 15 วัน เราจะดูว่ามีกี่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมที่มีคำสั่งศาลแล้ว หากแพลตฟอร์มไม่ยอมดำเนินการเราจะดำเนินคดี มีทั้งโทษอาญาและโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท นอกจากนี้ ยังมีการปรับรายวันไม่เกิน 5 พันบาท

ต่อกรณีช่วงเช้าวันเดียวกันจะมีการชุมนุมหน้ารัฐสภาของม็อบ 2 กลุ่ม ระหว่างม็อบที่มีอดีตแกนนำ กปปส. กับกลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้น พุทธิพงษ์ กล่าวว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่มีมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่จะเรียนคือ การใช้โอกาสในการสื่อสารในส่วนของโซเชียลมีเดีย ตนอยากจะให้ระมัดระวัง เพราะได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิด บางข้อมูลเป็นข้อมูลที่บิดเบือนความจริงทำให้มีคนเข้าใจผิด อาจทำให้รู้สึกโกรธ สับสน ไม่เข้าใจ การออกมาชุมนุมแสดงสิทธิของตัวเองในพื้นที่ปลอดภัยและได้รับอนุญาตไม่ผิดกฎหมายยังถือว่าสามารถทำได้ แต่สิ่งที่วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันคือ เราเห็นแตกต่างทางการเมืองได้ แต่ไม่ควรล่วงเกินหรือละเมิดสิทธิของคนอื่น รวมไปถึงสถาบันหลักของประเทศ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ว่าใครก็คงจะยอมไม่ได้

ต่อคำถามที่ว่าแกนนำม็อบที่สนับสนุนรัฐบาล ถูกเชื่อมโยงว่าเคยเคลื่อนไหวกับ กปปส.มาก่อนนั้น พุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้อธิบายยาก เพราะเวลาเราไปอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ เราไม่ได้รู้จักทุกคน บางคนอาจจะเดินอยู่ข้างหลัง ยืนยันว่าโอกาสที่รู้จักกันมีน้อยมาก และบางทีก็ไม่รู้จักกัน ต้องไปตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวพันหรือเชื่อมโยงอะไรกันหรือไม่ และหากถามว่า กปปส.ยังมีอยู่หรือไม่ กปปส.ก็ยังไม่ได้หมดไป อุดมการณ์ยังมีอยู่ หากถามว่าจะมีการรวบรวมหรือจัดตั้งเพื่อต่อต้านหรือชนกับใคร ตนเชื่อว่าไม่มี และวันนี้ยังไม่ได้คุยกับใคร

“ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยออกมาเคลื่อนไหว อยากจะเตือนไปถึงน้องๆ ว่าการออกมาชุมนุมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือ เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น หากจะทำอะไรต้องตัดสินใจให้ดีและอยู่ในกรอบกฎหมาย และหลังจากการชุมนุมทุกครั้งจะมีการดำเนินคดี ขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่ว่าจะผิดหรือถูก ต้องใช้เวลานานมากกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย และคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้น้องๆ ทุกคนที่ออกมาได้ระมัดระวัง นอกจากนี้ยังเสียเวลาและเสียโอกาส” พุทธิพงษ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก 'Sermsuk Kasitipradit' ของ เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือ เป๊ปซี่ นักข่าวชื่อดัง โพสต์คำสั่งศาลอาญาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สั่งปิด URL จำนวน 24 URL ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร้อง โดยระบุว่ามีเนื้อหาอันเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2559 และแก้ไขเพิ่มเติม ม.14(3) ประกอบ ม.20 ที่หนึ่งใน url นั้นคือเฟซบุ๊กกลุ่ม 'รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส'

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์