คนไทยในสวีเดนชูป้ายหน้าสถานทูต ร้องรัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนชน

 

12 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วันนี้เวลา 14.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ปรากฏคนไทยในสวีเดน 3 คนมายืนถือป้ายเรียกร้อง รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนชน  พร้อมทั้งแจกเอกสารให้คนที่เดินไปมาหน้าสถานทูต 

รายงานระบุด้วยว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติของไทย ทำให้สถานทูตปิด จึงไม่มีตัวแทนมารับหนังสือเรียกร้อง

ผู้จัดกิจกรรมเตรียมป้ายมาวางบนบาทวิถี และถือป้าย ซึ่งมีทั้งภาษาไทย อังกฤษ และสวีเดน 

ในการชุมนุมดังกล่าวมีตำรวจมาสังเกตการณ์ และห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมติดป้ายบนรั้วของสถานทูต รวมทั้งมีนักข่าววิทยุของสวีเดน มาสัมภาษณ์ผู้ชุมนุม ด้วย

รายงานข่าวระบุด้วยว่าก่อนยุติกิจกรรมภายใน 45 นาที มีการอ่านข้อเรียกร้อง 3 ภาษา และนำข้อเรียกร้องใส่กล่องไปรษณีย์เขียนถึงเอกอัครราชทูต 

ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นมา กลุ่มเยาวชนปลดแอกเสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้รัฐยุติการคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา จนนำไปสู่การชุมนุมหรือการทำกิจกรรมสาธารณะอย่างแพร่หลาย อย่างน้อย 107 ครั้ง ในพื้นที่ 52 จังหวัด และล่าสุดกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้จัดการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ขึ้นบริเวณลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามนอกจากข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อแล้ว ในแต่ละการชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุมยังมีข้อเรียกร้องอย่างหลากหลาย ตามประเด็นที่กลุ่มผู้ชุมนุมให้ความสนใจ อาทิเช่น การศึกษา การสมรสเท่าเทียม การยอมรับอาชีพพนักงานบริการให้ถูกกฎหมาย รวมไปถึงการวิจารณ์ถึงการขยายพระราชอำนาจของสถาบันกษัตริย์ภายหลังการรัฐประหาร และข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ตามประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1

การออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมดังกล่าว ทำให้เกิดการคุกคามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมอย่างน้อย 76 ราย ทั้งการข่มขู่ ติดตาม ห้ามจัดกิจกรรม ห้ามใช้สถานที่ แทรกแซงการทำกิจกรรม ฯลฯ และดำเนินคดีกับบุคคลที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกไปแล้วอย่างน้อย 4 คดี โดยเฉพาะประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ นำมาสู่การจับกุมทนายความอานนท์ นำภา และนายภาณุพงษ์ จาดนอก รวมถึงอาจมีผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้นอีก ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมออนไลน์ถึงการแสดงออกของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมาย เป็นการ “จาบจ้วงสถาบัน” และข่มขู่ให้ระวังเหตุการณ์จะซ้ำรอยกับความรุนแรงในวันที่ 6 ต.ค. 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

หมายเหตุ : ประชาไทได้รับการร้องขอจากบุคคลในภาพให้ปกปิดใบหน้าเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์