นิสิตจุฬาฯเอ่ยกวี 'ณัฐวุฒิ' ในที่ชุมนุม 'แม้พูดอยู่บนผืนดิน แต่จะได้ยินถึงท้องฟ้าแน่นอน'

#เสาหลักจะหักเผด็จการ ที่จุฬาฯ หลังถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้สถานที่อ้างไม่ใช่กิจกรรมเชิงวิชาการ ผู้ปราศรัยระบุมหาวิทยาลัยต้องเปิดพื้นที่ให้เกิดการถกเถียง ชี้งานวิชาการต้องเชื่อมโยงกับสังคมและมวลชน พร้อมอ่านบทกวี 'จากดินถึงฟ้า' ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ชูเสื้อแดงคือภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุด

14 ส.ค. 2563 วันนี้ ไอลอว์รายงานสถานการณ์การชุมนุม #เสาหลักจะหักเผด็จการ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า เวลา 11.42 น. รองอธิการบดีฯ มีหนังสือตอบกลับไม่ให้นิสิตใช้สถานที่จัดกิจกรรม ระบุขออนุญาตกระชั้นจัดการไม่ทัน อนุญาตให้จัดแต่ต้องอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์และไม่ต้องห้ามตามเงื่อนไขดังนี้ เป็นกิจกรรมที่จัดโดยนิสิตในรูปแบบเชิงวิชาการ, เป็นกิจกรรมที่ไม่มีการพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์, เป็นกิจกรรมที่ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย, เป็นกิจกรรมที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพหรือความเชื่อของผู้อื่นและเป็นกิจกรรมที่ไม่มีความเสี่ยงนำไปสู่ความขัดแย้งหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และนำไปสู่ความรุนแรงในสังคม ขอให้คณะผู้จัดกิจกรรมมาหารือที่สำนักบริหารกิจการนิสิตโดยด่วน และหากปรากฏว่า มีการฝ่าฝืนดำเนินกิจกรรม นิสิตที่ขอจัดกิจกรรมและมีส่วนร่วมในกิจกรรมจะถูกดำเนินการทางวินัยต่อไป

เวลา 12.30 น. ผู้ใช้แอพพลิเคชั่น CUNEX ได้รับข่าวสารว่า โปรดหลีกเลี่ยง จุฬาฯไม่อนุมัติให้จัดกิจกรรมในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ด้านเพจสปริงมูฟเมนต์ยังคงนัดทำกิจกรรมเวลา 16.00 น. ที่ลานพระบรมรูปฯเช่นเดิม

เวลา 13.00 น. เริ่มมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์หน้าคณะรัฐศาสตร์

เวลา 13.30 น. บริเวณลานพระบรมรูปฯ ยังสามารถเดินเข้าไปได้ปกติ

เวลา 14.10 น. คณาจารย์ผู้สอนกฎหมายคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ออกแถลงการณ์คัดค้านการออกคำสั่งไม่อนุมัติให้ใช้สถานที่ทำกิจกรรม ระบุว่า มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่เสรี สนับสนุนการแสดงออก และพื้นที่ดังกล่าวเปิดให้มีการชุมนุมบ่อยครั้งเช่น จุฬาฯรักชาติเมื่อปี 2557

เวลา 17.10 น. ผู้จัดกิจกรรมประกาศย้ายสถานที่จัดกิจกรรมไปที่โถงคณะอักษรศาสตร์แทนเนื่องจากฝนตกลงมาไม่หยุด

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่า เริ่มปราศรัยเวลา 17.16 น. โดยผู้ปราศรัยบอกว่าก่อนหน้านี้จุฬาบอกว่าจะจัดสถานที่ให้ แต่ต่อมาก็กลับมาบอกว่าสถานที่ไม่พร้อม จากนั้นผู้ชุมนุมร่วมกันชูสามนิ้ว พร้อมตะโกนว่า "หยุดคุกคามประชาชน"

ผู้ปราศรัยกล่าวถึง จิตร ภูมิศักดิ์ อ่านเนื้อเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา "เราลำบากไม่ถึงครึ่งของคุณจิตร" พร้อมระบุว่า "เราอย่าลืมเรียกร้องให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีคนต่างวัฒนธรรมเข้ามาอยู่ด้วย เราไม่ใช่แค่นิสิต แต่เราคือประชาชน"

ลำดับต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. ผู้ปราศรัยตัวแทนจากกลุ่ม 'Spring Movement' พูดเรื่องบทบาทของสถาบันการศึกษาในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยระบุว่าสิ่งที่จุฬาฯ กำลังทำ คือสิ่งที่ปิดกั้นไม่ให้เราแสดงออก หลังจากทางมหาวิทยาลัยไม่ยอมให้นิสิตใช้พื้นที่จัดกิจกรรม 

"พื้นที่ของมหาวิทยาลัยไม่ใช่พื้นที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ใช่พื้นที่ที่จะนำไปให้กลุ่มบุคคลใดหาประโยชน์ได้ มหาวิทยาลัยมีภารกิจเพื่อเป็นตลาดวิชาให้สังคม เปิดพื้นที่ให้เกิดการถกเถียง แต่การที่ผู้บริหารอ้างว่าการจัดกิจกรรมต้องเป็นงานวิชาการ ผมถือว่าเป็นการตีความวิชาการผิดไปอย่างมาก วิชาการต้องเชื่อมโยงกับสังคมและมวลชน ไม่อย่างนั้นก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นวิชาการได้"

"สถานการณ์ที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ สะท้อนไปถึงการเมืองภาพใหญ่ในสังคม ทำให้ผมนึกถึงคำปราศรัยของแกนนำท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุดและถูกตีตราจากสังคมมากที่สุด ขณะนี้แกนนำท่านนั้นอยู่ในคุก ผมขอปรบมือให้กับวีรกรรมของพี่น้องเสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วย"

ผู้ชุมนุมปรบมือเสียงดัง ผู้ปราศรัยเริ่มอ่านบทกวี 'จากดินถึงฟ้า' ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ด้วยเสียงกึกก้อง

"เราเกิดบนผืนแผ่นดิน เราโตบนผืนแผ่นดิน เราก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน เมื่อเรายืนอยู่บนดิน เราจึงห่างไกลเหลือเกินกับท้องฟ้า เมื่อเรายืนอยู่บนดิน ต้องแหงนคอตั้งบ่า แล้วเราก็รู้ว่า ฟ้าอยู่ไกล เมื่อเราอยู่บนดิน แล้วก้มหน้าลงมา เราจึงรู้ว่า เรามีค่าเพียงดิน

"แต่ผมแน่ใจว่า ด้วยพลังของประชาชนที่จะมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทุกนาที ทุกนาที แม้เรายืนอยู่บนผืนดิน แม้เราพูดอยู่บนผืนดิน แต่จะได้ยินถึงท้องฟ้า แน่นอน!

"เสียงไชโยโห่ร้องของเราในยามนี้ จากคนที่มีค่าเพียงดิน จากคนที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดิน จะได้ยินถึงท้องฟ้า แน่นอน! 

"ประชาชนจะบอกดิน บอกฟ้าว่า คนอย่างข้าก็มีหัวใจ! ประชาชนจะบอกดิน บอกฟ้าว่า ข้าก็คือคนไทย! ประชาชนจะถามดิน ถามฟ้าว่า ถ้าไม่มีที่ยืนที่สมคุณค่าจะให้ข้าหาที่ยืนเองหรืออย่างไร!"

เวลาประมาณ 20.00 น. อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์ หรืออลิซ ว่าที่บัณฑิตนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ปราศรัยเรื่องไม่รับปริญญา ในฐานะการทำอารยะขัดขืนที่ไม่ผิดกฏหมาย โดยระบุว่า "เรายินดีที่จะรับปริญญาจากอาจารย์ที่สอนเรามา"  และยังกล่าวด้วยว่า "สิ่งที่เรากำลังรณรงค์อยู่ คือการไม่เข้ารับปริญญาจากใครมากกว่า"

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์