นิสิตจุฬาฯปราศรัยถึงสิ่งที่ 'สมศักดิ์' เคยพูด 'สังคมเราต้องการความกล้าหาญทางคุณธรรม'

นิสิตจุฬาฯระบุถึงสิ่งที่ 'สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล' เคยพูดไว้เรื่องความกล้าหาญทางคุณธรรม เรียกร้องทุกคนยืนหยัดในหลักการที่เชื่อมั่นแม้อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ย้ำความกล้าไม่ใช่การกำจัดความกลัว แต่ความกล้าคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้เราจะยังกลัวอยู่ก็ตาม

14 ส.ค. 2563 วันนี้ กิจกรรมชุมนุม #เสาหลักจะหักเผด็จการ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการกล่าวปราศรัยโดยนิสิตเกี่ยวกับเรื่อง ความกล้าหาญทางคุณธรรม หรือ ‘moral courage’ ซึ่งนิสิตคนดังกล่าวได้เล่าว่าฟังมาจากคลิปปราศรัยของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในงานฌาปณกิจของอากง ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 โดยเธอกล่าวว่า

"เมื่อหลายวันก่อนเราได้ชมคลิปปราศรัยของอ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในงานฌาปณกิจของอากง ซึ่งพวกเราในที่นี้น่าจะรู้จักกันดีว่าอากงคือใคร อากงคือผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ในคลิปนั้นอ.สมศักดิ์ได้พูดหนึ่งประเด็นที่เรารู้สึกว่าในขณะนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อาจารย์ได้เสนอแนวคิด ‘moral courage’ แปลว่า ความกล้าทางคุณธรรม แม้รู้ว่าหากเรายืนหยัดที่จะสู้ในความคิดหรือหลักการที่เราเชื่อมั่น เราอาจจะโดนคุกคาม เราอาจจะเสี่ยงความปลอดภัยในชีวิต แต่เราก็ยังยืนหยัดที่จะออกมาสู้ นั่นคือสิ่งที่อ.สมศักดิ์ ได้พูดไว้ ถามว่า ‘moral courage’ สำคัญยังไง ทุกคนเห็นว่ามหาวิทยาลัยมี ‘moral courage’ รึเปล่า"

"ไม่มี" ผู้ชุมนุมตอบ

เธอกล่าวต่อว่า "ในเมื่อจุฬาไม่มี ‘moral courage’ แล้วนักศึกษามีอะไร สิ่งเดียวที่จะมาช่วยพวกเราคือความกล้าที่จะออกมาพูดความจริง คือความกล้าที่จะออกมายอมรับว่าขณะนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหา คือความกล้าที่สื่อจะต้องนำเสนอความจริงให้กับคนส่วนมากได้รับฟัง"

"ในสมัย คสช. มีประชาชนถูกเจ้าที่ติดตามและคุกคามถึงบ้าน 592 คน มีผู้ถูกดำเนินดคี 112 ทั้งหมกด 169 คน มีผู้ถูกดำเนินคดีพ.ร.บ.คอมฯ 197 คน และหลังการเลือกตั้งปี 62 มีผู้ถูกติดตามและคุกคามถึงบ้าน 191 คน มีผู้ถูกดำเนินคดี พ.ร.บ.ชุมนุมฯ 28 คน และในช่วงสิ้นเดือนเม.ย. มีผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้งหมด 104 คน ในบรรดาผู้ลี้ภัยทางการเมืองมีหลายคนถูกบังคับให้กลายเป็นผู้สูญหาย เช่น ต้า วันเฉลิม

ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนไทยแสดงออกถึง ‘moral courage’ ไม่เพียงพอ เรามีองค์กร กลุ่มคนที่เรียกร้องความเป็นธรรมมาตลอด แต่มันไม่เคยพอ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยมีความกล้าที่จะออกมาพูดและช่วยเหลือคนเหล่านี้

"ประเด็นของเราคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนไทยแสดงออกถึง ‘moral courage’ ไม่เพียงพอ เรามีองค์กร กลุ่มคนที่เรียกร้องความเป็นธรรมมาตลอด แต่มันไม่เคยพอ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยมีความกล้าที่จะออกมาพูดและช่วยเหลือคนเหล่านี้ ถ้าหากพวกเรากล้าออกมา บางทีมันอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบคุณวันเฉลิมเกิดขึ้น อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบที่เพนกวินเพิ่งจะโดนจับไป ถ้าเรากล้าออกมา จะไม่มีใครโดนแบบที่นักกิจกรรมหลายคนเคยโดน

ความกล้าไม่ใช่การกำจัดความกลัว แต่ความกล้าคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าเราจะยังกลัวอยู่ก็ตาม พวกเราก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสักที

"เรากลัวมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรากลัวมากว่าวันนี้จะมีคนตามเราไปที่บ้านรึเปล่า เรากลัวว่าแอคเคาท์โซเชียลมีเดียของเราจะกระทบต่อการทำงานในอนาคตของเรา เรากลัวมาก แล้วเราก็รู้ว่าหลายๆคนก็กลัวเหมือนกัน แต่ขอให้ทุกคนนึกถึงนักกิจกรรมที่ไปขึ้นเวที นึกถึงนักกิจกรรมบางคนที่เสียแม้กระทั่งชีวิตเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเราทุกคนในสังคม แล้วกล้าที่จะออกมาพูดความจริง ความกล้าไม่ใช่การกำจัดความกลัว แต่ความกล้าคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าเราจะยังกลัวอยู่ก็ตาม พวกเราก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสักที

เราต้องการให้สื่อเสนอภาพความจริงว่าขณะนี้นักศึกษากำลังโดนคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราต้องการให้สื่อมวลชนเสนอภาพเหล่านี้ให้คนจำนวนมากรับรู้ว่าเรากำลังต่อสู้กับอะไร

"เราอยากให้ทุกคนออกมาแล้วจำไว้เสมอว่าทุกคนกำลังมี ‘moral courage’ อะไรในใจอยู่ เราต้องการให้สื่อเสนอภาพความจริงว่าขณะนี้นักศึกษากำลังโดนคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราต้องการให้สื่อมวลชนเสนอภาพเหล่านี้ให้คนจำนวนมากรับรู้ว่าเรากำลังต่อสู้กับอะไร และมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าคุณไม่มีความกล้าที่จะก้าวเข้ามาร่วมกับนักศึกษาในวันนี้ เราขอให้นักแสดง ดารา นักร้อง จากค่ายที่มีอิทธิพลที่คุณอยู่ได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชน แต่คุณกลับลอยตัวทั้งที่เห็นอยู่ทนโท่ว่ารัฐกำลังทำอะไร ขณะที่พวกเราร้องขอความกล้า คุณกลับปฏิเสธและไม่สนับสนุนประชาธิปไตย หรือแม้แต่สนับสนุนเผด็จการเพื่อเอาตัวรอด กอบโกยจากสังคมที่ไม่เท่าเทียม เราต้องการดารา เราต้องการนักวิชาการเพื่อออกมาแสดงตัวสนับสนุนนักศึกษา และต้องขอขอบคุณอาจารย์นิติศาสตร์ในวันนี้ที่ออกแถลงการณ์

"และเราต้องการมหาวิทยาลัยที่พร้อมจะสนับสนุนและปกป้องพวกเรา มหาวิทยาลัยควรเป็นสถานที่พัฒนาความคิดและเป็นแหล่งเติบโตทางปัญญา ไม่ใช่ลอยแพนักศึกษา เมินค่าความยุติธรรม

"หลายๆ คนในที่นี้อาจจะเคยถูกผู้ปกครองบอกว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง อย่าแสดงออกมากไป แต่ถ้าเราไม่ออกมา คนต่อไปที่อาจจะถูกอุ้มไปที่ สน. อาจจะเป็นคนข้างๆ เรา อาจจะเป็นรุ่นน้อง อาจจะเพื่อนของเรา และต่อให้เรา นิสิตจุฬาฯ ออกมาครั้งนี้แล้วไม่ชนะ เราอาจจะยังกลับมาอยู่ในสังคมเหมือนเดิมได้ เพราะเรามีอภิสิทธิ์ แต่คนอีกมากข้างนอกรั้วมหาวิทยาลัย คนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเด็กจุฬาฯ กำลังจะตายจากสภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาลชุดนี้ทิ้งเอาไว้ และเป็นหน้าที่ของเราทุกคนในที่นี่ที่จะออกมาสู้เพื่อคนที่ไม่มีอภิสิทธิ์ ไม่มีเสียงในสังคม

จะมีประโยชน์อะไรในฐานะนิสิต อาจารย์ ถ้าเราไม่เคยใช้เสียงของเรามาขับเคลื่อนสังคมเลย ถ้าเราเคลมว่าเราเป็นเสาหลัก สิ่งที่เราควรทำคือค้ำจุนประชาธิปไตย ที่ให้โอกาสประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ทำตัวเป็นเสาหักที่พยุงระบอบเผด็จการ

เธอกล่าวทิ้งท้าย

คลิปของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในงานฌาปณกิจของอากง เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2555

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์