ชุมนุม 'เพราะทุกคนคือแกนนำ' ย้ำให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน

ชุมนุม 'เพราะทุกคนคือแกนนำ' #thenextonemaybeyou ย้ำให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตย


ที่มาภาพ: Sirachai Shin Arunrukstichai/iLaw

23 ส.ค. 2563 ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่าเมื่อเวลา 15.00 น. บริเวณที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กลุ่มนิสิตนักศึกษา 4 สถาบัน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย (SCFD) และกลุ่มพะยอมเก๋า จากมหาวิทยาลัยรังสิต จัดกิจกรรม "เพราะทุกคนคือแกนนำ #thenextonemaybeyou" เพื่อย้ำให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักการประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ก่อนการชุมนุมจะเริ่ม กรุงเทพมหานครไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ เนื่องจากไม่ได้มีการประสานขอใช้สถานที่มาก่อน จึงนำแผงเหล็กมากั้นโดยรอบลานคนเมือง พร้อมใช้เจ้าหน้าที่เทศกิจและรถตู้มาปิดพื้นที่เพื่อสกัดกั้น แต่เมื่อตัวแทนกลุ่มนักศึกษาเข้ามาขอเจรจา สุดท้าย กทม. จึงยอมให้จัดการชุมนุมได้เฉพาะด้านหลังลานคนเมืองเท่านั้น

ขณะที่ การชุมนุมครั้งนี้ออกแบบไว้ไม่ให้มีแกนนำในการชุมนุม มีแต่พิธีกรบนเวทีแล้วสลับกันขึ้นมาปราศรัยเนื้อหาโจมตีรัฐบาลที่คุกคามสิทธิ์ของประชาชนที่เห็นต่าง สำหรับไฮไลต์ของการชุมนุมในครั้งนี้เป็นการแสดงศิลปะแบบ "เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต" ใช้ชื่อการแสดงครั้งนี้ว่า "จงตื่นรู้" โดยศิลปินหญิงอิสระ "แม่มดสีน้ำเงิน" ถือเป็นมิติใหม่ของการชุมนุมที่ใช้ศิลปะแนวเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต มาสะท้อนข้อเรียกร้องทางการเมืองและความไม่เท่าเทียมในสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาและการแสดงความคิดเห็น สร้างความฮือฮาให้ผู้เข้าร่วม

มติชนออนไลน์ รายงานว่าเวลา 15.10 น. นิสิตนักศึกษาร่วมกันติดตั้งฉากสีดำบนลานคนเมือง เพื่อนำงานศิลปะมีเนื้อหาต่อต้านการคุกคามประชาชนและนักเรียนที่เรียกร้องประชาธิปไตยมาจัดแสดง

เวลาประมาณ 15.40 น. ตัวแทนนักศึกษากลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย 2 ราย ไม่ประสงค์ออกชื่อ-นามสกุล ขึ้นเวทีกล่าวถึง 3 ข้อหลักที่พวกตนต้องการเน้นย้ำ ได้แก่ 1. ยืนยันหลักสิทธิมนุษชน เสรีภาพในการพูดที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน 2. ยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อได้แก่ 1) หยุดคุกคามประชาชน 2) ยุบสภา 3) ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 2 จุดยืน คือ 1) ไม่เอารัฐประหาร 2) ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ 3. ขอเป็นศูนย์กลางในการตระหนักรู้ด้านกฎหมายในอนาคต

จากนั้น มีการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโดยนิสิต นักศึกษา และประชาชน ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ในตอนหนึ่ง น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมีอุปสรรคหรือไม่ ก็ย่อมมี เพราะเป็นการสู้กับอำนาจที่ไม่อยากเห็นอำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เกิดการคุกคามประชาชน แต่ถามว่าสู้หรือไม่ ตอบว่าสู้ จากนั้น น.ส.พิมพ์สิริเล่าประวัติศาสตร์การเมืองประเทศอาร์เจนตินา ยุคสงครามเย็น เมื่อปี 2519 ที่ประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากเผด็จการที่โหดร้าย คนถูกอุ้ม 3 หมื่นคนใน 7 ปี

"กลุ่มแรกที่ออกมาคือกลุ่มแม่ของคนถูกอุ้ม 14 คน นัดกันที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีทุกวันพฤหัสบดี ถือรูปลูกสาวลูกชายที่ถูกอุ้มหาย โดยไม่มีคำตอบ คล้ายประเทศแถวนี้ เอาผ้าขาวผูกผมเป็นสัญลักษณ์ของผ้าอ้อม จากนั้นกลายเป็นแม่ 834 คน กระทั่งเป็นการปฏิวัติขนาดใหญ่ รัฐบาลเผด็จการต้องลงจากอำนาจ คนเกี่ยวข้องถูกลงโทษ" น.ส.พิมพ์สิริกล่าว ก่อนปิดท้ายว่า "คนทำอย่าคิดว่าจะหนีพ้น"

จากนั้น เวลา 18.00 น. ร่วมกันร้องเพลงชาติ โดยชู 3 นิ้ว แล้วตะโกนพร้อมกันว่า "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ"

งานดังกล่าวมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ส่วนประชาขนทั่วไปส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดสีดำ โดยมีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ แจกโบขาวให้ฟรี เพื่อติดเป็นสัญลักษณ์

ต่อมา เวลา 18.10 น. วงสามัญชนร้องเพลง "บทเพลงของสามัญชน" โดยประชาชนต่างร่วมชูสามนิ้ว พร้อมโยกตามจังหวะเพลง

 

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์