‘ไมค์ ระยอง' ปฏิเสธ 5 ข้อกล่าวหาชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน หลังถูกจับขณะชูป้ายค้านถมทะเล

‘ไมค์ ภานุพงศ์’ ปฏิเสธ 5 ข้อกล่าวหาชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ยันใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หลังถูก ตร.จับขณะชูป้ายค้านถมทะเล ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ ประชุม ครม. สัญจร ด้าน คณะประชาชนปลดแอก ออกแถลงการณ์ประณาม แอมเนสตี้ฯ ชี้ทางการไทยมุ่งปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชน

24 ส.ค.2563 ช่วงบ่ายวันนี้ ที่บริเวณตลาด 100 เสา จังหวัดระยอง ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ "ไมค์" แกนนำเยาวชนภาตตะวันออก ถูกตำรวจจับกุมระหว่างไปชูป้าย ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ระยอง และพบปะประชาชนที่ตลาดร้อยเสา โดยนายภาณุพงศ์ ได้ชูป้ายตั้งคำถาม “ถมทะเล 1,000 ไร่ ชาวระยองได้อะไร” ที่เกิดขึ้นใน จ.ระยอง

โดย ภาณุพงศ์ ถูกจับตามหมายจับศาลธัญบุรี ตามที่ สภ.คลองหลวงตามหมายจับ กรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปทำบันทึกการจับกุม สภ.บ้านเพ และจะส่งตัวไปยัง สภ.คลองหลวง ต่อไป

 

คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ขอออกหมายจับเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 63 ระบุข้อกล่าวหา 5 ข้อหา

  • ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้าง กระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา
  • ฝ่าฝืนข้อกำหนดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค
  • พ.ร.บ.โรคติดต่อ มาตรา 34 (6) ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นแหล่งให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดแพร่ออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ ร่วมกันทำการโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า เวลา 16.50 น. ภานุพงศ์ได้ถูกควบคุมตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.เพ อ.เมือง จ.ระยอง โดยในพื้นที่สภ.เพ มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบตรึงกำลังอยู่ประมาณ 10 นาย ก่อนตำรวจจะพาตัวต่อไปยังสภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานีตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและทำการสอบสวน 

 

"ไมค์" ภานุพงศ์ จาดนอก ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังถูกจับกุม ตามหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี...

โพสต์โดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เมื่อ วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2020

 

โดยรายละเอียดเหตุการณ์ที่ สภ.คลองหลวง ศูนย์ทนายความฯ รายงานรายละเอียดไว้ดังนี้

ระหว่างนั้นเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ประกาศนัดหมายให้กำลังใจภานุพงศ์ ที่หน้าสภ.คลองหลวง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. 

ตั้งแต่ในช่วง 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการวางแผงเหล็กกั้นหน้าสภ. และไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่สถานีตำรวจ ทั้งยังมีการติดป้ายประกาศเรื่องข้อกำหนดของสภ.คลองหลวง ซึ่งระบุมิให้ผู้ใดประพฤติตนก่อความวุ่นวาย ใช้คำพูดหรือกริยาในทางที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย, ห้ามมิให้ใช้เครื่องขยายเสียง, ห้ามเผยแพร่ภาพและเสียง ถ่ายทอดเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น (live) โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียล  

เมี่อประชาชนทยอยไปรวมตัวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเปิดเครื่องเสียงที่อ่านข้อกำหนดเกี่ยวกับการชุมนุมซ้ำไปมา

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปิดเส้นทางทางเข้า สภ.คลองหลวง 2 จุด ซึ่งเป็นจุดกลับรถ ส่งผลให้รถทุกคันต้องขับขึ้นสะพานซึ่งทางลงจะห่างออกจาก สภ. ไปอีกระยะหนึ่ง ผู้ชุมนุมจึงทวงถามต่อการปิดถนนดังกล่าว ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งบอกว่าอยู่แถวนี้ไม่เคยเห็นมีการปิดมาก่อน

เวลาประมาณ 19.30 น. ภานุพงศ์ถูกนำตัวมาถึงสภ.คลองหลวง โดยมีทนายความเดินทางติดตามไปถึงราว 20.00 น. โดยต้องมีการเจรจาสักครู่หนึ่ง ก่อนทนายจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานีตำรวจ ต่อมายังมีส.ส. จากพรรคก้าวไกล เบญจา แสงจันทร์ เดินทางมาที่สภ. เพื่อเตรียมใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาด้วย

ช่วง 20.35 น. ได้มีการปิดไฟที่หน้าสภ.คลองหลวง ซึ่งทำให้ผู้มาชุมนุมให้กำลังใจภานุพงศ์ไม่พอใจ ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมยังพยายามทวงถามตำรวจ ถึงเรื่องที่รองผู้กำกับสืบสวนสภ.คลองหลวงออกมาแจ้งในช่วงเย็นว่าจะเปิดกล้องวงจรปิดถ่ายทอดบรรยากาศในห้องสอบสวนให้ประชาชนที่เดินทางมาได้ชมด้วย  หลังจากพูดคุย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุญาตให้เพื่อนและบุคคลที่ผู้ต้องหาไว้ใจ รวม 3 คน เข้าไปภายในสถานีตำรวจได้ 

21.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถเครื่องเสียงมาตั้งหน้า สภ. ระบุไม่ให้นำโทรโข่ง เครื่องขยายเสียง เข้ามาบริเวณ สน. โดยอ้าง พ.ร.บ.การใช้เครื่องขยายเสียง  ขณะเดียวกันที่ด้านขวางของสถานีตำรวจ ยังพบว่ามีบุคคลนอกเครื่องแบบเข้าติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คล้ายกล้องหันมายังกลุ่มผู้ชุมนุม 

ต่อมาราว 21.16 น. สองนักกิจกรรมจากธรรมศาสตร์ ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล “รุ้ง” ได้เดินทางมาถึง สภ.คลองหลวง โดยมีผู้ชุมนุมอยู่หน้าสถานีตำรวจประมาณ 100 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทยอยเสริมกำลังเพิ่ม และมีการตั้งกล้องวิดีโอถ่ายภาพผู้เข้าร่วมด้วย 

จากนั้น พริษฐ์ได้ปราศรัยเรียกร้องให้ปล่อยตัวภานุพงศ์ และต่อมาได้มีการพยายามดันรั้วเหล็กที่กั้นเข้าไปที่หน้าประตูของสถานีตำรวจ จนได้เข้าไปปักหลักอยู่ที่ด้านหน้าประตูสถานีตำรวจ โดยระหว่างช่วงชุลมุน ปนัสยาได้ล้มลง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งยังมีผู้ชุมนุมคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

ราว 22.00 น. ผู้กำกับ สภ.คลองหลวง ได้ออกมาเจรจากับผู้ชุมนุม ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ยืนหน้าประจันหน้าประชาชน โดยเจ้าหน้าที่พยายามแจ้งให้ผู้ชุมนุมออกไปชุมนุมบริเวณฟุตบาธ แต่ผู้ชุมนุมปฏิเสธ และยังรวมตัวกันอยู่หน้าสถานี ขณะเดียวกันภานุพงศ์ยังได้เขียนหนังสือขอบคุณและยืนยันการต่อสู้ออกมาให้ผู้ชุมนุมบริเวณหน้าสถานีตำรวจด้วย

ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ยันใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ด้านในสถานีตำรวจ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการแจ้ง 5 ข้อกล่าวหากับภานุพงศ์ โดยเขาเป็นผู้ต้องหาที่ 2 ในคดีเนื่องจากการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 63 โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาจากทั้งเนื้อหาของการปราศรัยในเวทีวันดังกล่าว และการถ่ายทอดการปราศรัยบนสื่อโซเชียลต่างๆ ด้วย 

ภานุพงศ์ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ยืนยันว่าการกระทำตามข้อกล่าวหาเป็นไปโดยสุจริต ตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ และเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ส่วนรายละเอียดจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนในภายหลัง

ต่อมา พนักงานสอบสวนระบุจะพาตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 8.00 น. 

ทั้งนี้ คดีการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งผู้จัดมีการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องเพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อ เป็นครั้งแรกนั้น ยังมีรายงานข่าวว่ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ขอให้ขอศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งหมด 6 ราย นอกจากภานุพงศ์แล้ว ยังมีปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, อานนท์ นำภา, ณัฐชนน ไพโรจน์, ธนวัฒน์ จันผลึก, สิทธิ์นนท์ หรือไฟช้อน ทรงศิริ

แอมเนสตี้ฯ ชี้ทางการไทยมุ่งปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชน

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเผยว่า การจับกุมภาณุพงศ์ครั้งที่สองในวันนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทางการไทยมุ่งปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชน ถึงเวลาแล้วที่ทางการไทยต้องหยุดสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน และหันมาใช้วิธีการที่สร้างสรรค์ในการสื่อสารกับประชาชน  

“ทางการไทยกำลังใช้กฎหมายเป็นอาวุธเพื่อปิดปากประชาชนที่วิจารณ์รัฐบาลอย่างสงบ เราขอเน้นย้ำให้ ทางการไทยยุติการจับกุมและดำเนินคดีกับแกนนำและผู้จัดการชุมนุม ถึงแม้รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของพวกเขาก็ตาม    

“สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การรวมตัวและสมาคมด้วย รัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองและสนับสนุนสิทธิเหล่านี้ แทนที่จะจำกัดหรือคุกคามผู้ใช้สิทธิ  

“แม้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกว่าปีแล้ว กลับไม่มีพัฒนาการในสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รัฐบาลยังคงคุกคามและดำเนินคดีกับผู้ใช้สิทธิโดยสงบอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่ประชาคมระหว่างประเทศต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน และกดดันให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ”  ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าว

 

 

คณะประชาชนปลดแอก ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุม ภาณุพงศ์ ระบุเป็นอีกครั้งอีกครั้งที่รัฐบาลยังคงใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อคุกคาม และเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชน ด้วยการจับกุมแกนนำอย่างต่อเนื่อง

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์