เฟซบุ๊กเผยถูกบังคับบล็อกกลุ่ม "ตลาดหลวง" ด้านคณะบุคคลเพื่อชาติฯ จี้ญี่ปุนจัดการปวิน

เฟซบุ๊กเผยถูกรัฐบาลไทยบังคับจำกัดการเข้าถึงกลุ่ม "รอยัลลิสต์ มาร์เกตเพลส" ย้ำการกระทำของรัฐบาลไทย เป็นเรื่องรุนแรง ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล พร้อมเตรียมที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ด้านคณะบุคคลเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยืนหนังสือเรียกร้องรัฐบาลญุี่ปุนจัดการ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

25 ส.ค. 2563 วานนี้ เฟซบุ๊กได้จำกัดการเข้าถึงกลุ่ม “รอยัลลิสต์ มาร์เกตเพลส”ภายในประเทศไทย หลังจากรัฐบาลไทยข่มขู่ว่าจะดำเนินมาตรการทางกฎหมาย หากเฟซบุ๊กไม่ยอมลบเนื้อหาในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีการวิพากษ์ วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และมีสมาชิกเข้าร่วมกลุ่มประมาณ 1 ล้านแอคเคาท์ จนทำให้ผู้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการ ผู้ลี้ภัยการเมือง และผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กกลุ่ม ต้องสร้างกลุ่มใหม่ขึ้นมา และใช้ชื่อกลุ่มใหม่นั้นว่า "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง" โดยขณะนี้มีผู้เข้าร่วมกลุ่มที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่นี้แล้ว 5แสนแอคเคาท์ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ล่าสุดวันนี้เฟซบุ๊ก ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า

"หลังจากที่ Facebook ได้พิจารณาอย่างระมัดระวังและถี่ถ้วนแล้ว เราตัดสินใจที่จะจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ทางรัฐบาลไทยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องจากรัฐบาลเช่นครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่รุนแรง และขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล และยังส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก การดำเนินงานของ Facebook มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสิทธิต่างๆ ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคน และขณะนี้เรากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อโต้แย้งในข้อกฎหมายต่อข้อเรียกร้องครั้งนี้ การแทรกแซงที่เกินขอบเขตของรัฐบาลเช่นในกรณีนี้ยังถือเป็นการบั่นทอนความสามารถของ Facebook ในการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดถึงการดำเนินงานของสำนักงานในประเทศไทย การคุ้มครองดูแลพนักงานของบริษัทฯ และการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนโดยตรงต่อธุรกิจต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม Facebook"

นอกจากนี้เฟซบุ๊กระบุด้วยว่า ประเด็นด้านเสรีภาพในการแสดงออกและกฎระเบียบที่ว่าด้วยการแสดงออกถือเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนมากที่สุด และมีความสำคัญสำหรับเราในฐานะที่เป็นองค์กร โดยเป็นหัวข้อที่ต้องอาศัยการหาความสมดุลที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่งระหว่างการช่วยให้ผู้คนสามารถแสดงออกถึงความคิดอย่างเสรีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่ขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นและบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม เมื่อเราได้รับคำขอจากรัฐบาลหรือหน่วยงานทางกฎหมายให้จำกัดการเข้าถึงของเนื้อหา เราได้ทบทวนว่าเนื้อหานั้นขัดต่อมาตรฐานชุมชนของเราหรือไม่ หากพบว่าเนื้อหานั้นละเมิดมาตรฐานชุมชน เราจะลบเนื้อหาทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์ม

ในกรณีที่เนื้อหานั้นไม่ได้ละเมิดมาตรฐานชุมชน เราจะนำเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบทางกฎหมาย โดยกระบวนการทั้งสองขั้นตอนนี้เป็นไปเพื่อให้มั่นใจว่าคำขอนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และเนื้อหานั้นมีการละเมิดกฎหมายท้องถิ่นจริง และเราอาจจำกัดการเข้าถึงเนื้อหานั้นๆ ในประเทศที่ระบุว่าขัดต่อกฎหมาย โดยใน ประเทศไทย คำขอเหล่านั้นได้ถูกดำเนินการในรูปแบบคำสั่งศาลที่มีการยื่นคำร้องจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เราดำเนินการอย่างโปร่งใส ในการแจ้งถึงจำนวนเนื้อหาที่เราจำกัดการเข้าถึง โดยอิงจากกฎหมายท้องถิ่นในประเทศ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่รายงานเพื่อความโปร่งใส ซึ่งได้รับการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทุกๆ 6 เดือน

นอกจากนี้โฆษกเฟซบุ๊กยังระบุด้วยว่า ข้อเรียกร้องของรัฐบาลไทยเป็นข้อเรียกร้องที่ร้ายแรง และฝ่าฝืนต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อการแสดงออกของผู้คน

“เราทำงานเพื่อปกป้อง และคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั้งหมด และเตรียมที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อข้อเรียกร้องของรัฐบาลไทย”โฆษกเฟซบุ๊ก ระบุ

ด้าน จอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายองค์การฮิวแมนไรท์สวอตช์ประจำเอเชีย เผยว่า “รัฐบาลไทยใช้กฎหมายที่เกินขอบเขตและละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกครั้ง เพื่อบังคับให้เฟซบุ๊คจำกัดเนื้อหาที่ได้รับการปกป้องจากเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”

ขณะเดียวกันวันนี้ พานสุวรรณ ณ แก้ว และประกอบกิจ อินทร์ทอง ตัวแทนคณะบุคคลเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้เดินทางไปยัง สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อสถานทูตญี่ปุ่น ขอให้มีมาตรการจัดการกับ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ในกรณีจาบจ้วง ยุยงปลุกปั่นด้วยคำที่หยาบคาย อาฆาตมาดร้าย ต่อสถาบันกษัตริย์ และก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม

โดยทางกลุ่มเรียกร้องให้ รัฐบาลของญี่ปุ่นใช้อำนาจหยุดพฤติกรรมล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ของปวิณ อย่างเด็ดขาดทุกช่องทาง และส่งตัวกลับมาคำนินคดีในประเทศไทย เพื่อรักษามิตรภาพที่ดีของประชาชนชาวไทยกับประชาชนชาวญี่ปุ่นให้ยาวนานต่อไป รวมทั้งให้ปลดปวินจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต และไม่ให้เป็นวิทยากรบรรยายในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป รวมทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้เห็นป็นรูปธรรม ว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนการกระทำของปวินและแถลงผลความคืบหน้าการดำเนินการทุกระยะ

นอกจากนี้ทางกลุ่มยังระบุด้วยว่า ประชาชนชาวไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเรียกร้องนี้คงจะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยพวกเราจะเฝ้าติดตามผลการดำเนินการอย่างละเอียดต่อเนื่อง และพร้อมจะยกระดับหากไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลญี่ปุน

ที่มาจาก : โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ 1 , 2 , กรุงเทพธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์