พท. มีมติไม่ร่วมปิดสวิชต์อำนาจ ส.ว. กับก้าวไกล อ้างยังไม่ถึงเวลา แต่ ปชป.พร้อมดัน

เพื่อไทยมีมติไม่ร่วมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมของพรรคก้าวไกลที่เสนอเรื่อง ปิดสวิชต์อำนาจ ส.ว. ตามมาตรา 272 อ้างยังไม่ถึงเวลา ชี้ตอนนี้เอาแค่ตั้ง ส.ส.ร. ก่อน ไม่ต้องการคิดแทนประชาชน ขณะที่ประชาธิปัตย์พร้อมสวนมติพรรคร่วมรัฐบาลยื่นปิดอำนาจ ส.ว. ด้านประเดิมชัย ส.ส. กทม. เพื่อไทย ซัดรังสิมันต์ โรม จากความขัดแย้งกรณีที่เพื่อไทยยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ซึ่งรังสิมันต์เห็นว่า เป็นเพียงการเปิดเวทีให้รัฐบาลใช้เวทีฟอกตัว ควรยื่นลงมติไม่ไว้วางใจมากกว่า โดยประเดิมชัยถามกลับว่า ที่โวยวายนี้เพราะรับงานใครมา

25 ส.ค. 2563 ประชาชาติออนไลน์ รายงานว่า อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อขอมติการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคได้ดำเนินการไปแล้วให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เชื่อว่าหากดำเนินการตามเส้นทางนี้จะเป็นทางออกปัญหาของประเทศ จะไม่คิดแทนประชาชน และจนถึงขณะนี้ที่พรรคเพื่อไทยมีมติไปแล้ว จึงต้องดำนินการตามมติที่ออกไป

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า กรณีที่พรรคก้าวไกลขอความร่วมมือพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมลงชื่อเสนอญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 (เรื่องอำนาจ ส.ว. 250 ในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี) พรรคเพื่อไทยได้ขอมติว่า 1.ใครเห็นว่าจะไม่ลงชื่อร่วมกับพรรคก้าวไกล ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง 2.ร่วมลงชื่อ 3.ฟรีโหวต โดยมีผลออกมาว่า 99.99% เลือกที่จะไม่ร่วมลงชื่อ อย่างไรก็ตามมีคนที่เห็นว่ากรณีดังกล่าว ควรเป็นเอกสิทธิของ ส.ส. เพียงคนเดียวคือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้มติชนออนไลน์ ได้สรุปความการอภิปรายของสมาชิกพรรคเพื่อไทยในกรณีดังกล่าวว่า การจะยื่นแก้ไขมาตรา 272 เป็นเรื่องที่ผิดหลักการของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศไว้ตอนแรกว่าจะแก้ไขเพียงมาตรา 256 เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคาดหวังเพียงให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางพรรคจะไม่คิดแทนประชาชน อย่างไรก็ตามทางพรรคเห็นว่า การแก้ไขเรื่องอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะดำเนินการ เวลานี้ควรดำเนินการเรื่องตั้ง ส.ส.ร. ให้เต็มที่ก่อน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก ไทยรัฐออนไลน์ ว่า เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้ว่า มีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 3 ประเด็นประกอบด้วย 1.ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 2.ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มหมวดการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) 3.ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มาตรา 272 ซึ่งญัตติทั้ง 3 ฉบับนี้ มีแนวโน้มว่า วิปรัฐบาลเห็นชอบและสนับสนุนให้มีการแก้ไขร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กับการเพิ่มหมวดสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เท่านั้น

"ส่วนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มาตรา 272 ที่ลดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ในการสืบทอดอำนาจของ คสช. แต่คงจะไม่ได้รับการสนับสนุนเห็นชอบจากวิปรัฐบาลอย่างแน่นอน ยืนยันจะขอใช้สิทธิ์ความเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ที่ประชุม ส.ส.พรรค มีมติมอบหมายให้วิปของพรรค ไปเจรจาขอเอกสิทธิ์ต่อวิปรัฐบาล และจะขอให้ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคพิจารณาเห็นชอบต่อญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มาตรา 272 เพื่อจะเสนอเป็นญัตติในนามพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าพรรคจะมีเสียงสนับสนุนเพียง 52 คน ก็ตาม แต่พร้อมจะเดินหน้าขอเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคการเมืองต่างๆ ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ที่เห็นชอบกับการแก้ไขประเด็นนี้ ลงชื่อให้ครบจำนวน 100 คน เพื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป" เทพไท กล่าว

ขณะเดียวกันวันนี้ยังมีความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลอีกกรณีหนึ่ง โดยไทยโพสต์ออนไลน์ รายงานว่า ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ยื่นญัตติอภิปรายตาม ม.152โดยไม่ลงมติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ใช้เวทีนี้ในการชี้แจงและฟอกตัว ทั้งที่ควรต้องยื่นญัตติ ตาม ม.151 คือเปิดอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจมากกว่า อีกทั้งการยื่นญัตติดังกล่าว ควรต้องปรึกษากับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆเสียก่อน

ประเดิมชัย ระบุว่า สิ่งที่รังสิมันต์ พูดออกมานั้นเป็นไปเพื่อต้องการให้คนเกลียดชังพรรคเพื่อไทยหรือต้องการอะไรกันแน่ ที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการนั้น เป็นไปตามมติพรรค และญัตติที่ยื่นก็เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ทุกพรรค ที่สามารถร่วมอภิปรายได้อยู่แล้ว หากพรรคก้าวไกลต้องการยื่นญัตติตามมาตรา 151 สามารถกระทำได้เช่นเดียวกัน การออกมาโวยวายหาเรื่องพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ อยากถามกลับไปว่า ไปรับงานใครมาหรือเปล่า หากอยากโวยวาย ควรโวยกับพรรคตัวเองเท่านั้น เช่นใครแอบไปเปิด ซุปเปอร์ดีลกับใคร เพื่อหลอกเพื่อนและเอาตัวรอด แล้วใครได้ประโยชน์บ้าง เรื่องแบบนี้ต่างหากที่ต้องโวยวายกันเอง ไม่ใช่มายุ่งกับสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของพรรคอื่น

“ผมอยากถามว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยปรึกษาไปหลายเรื่อง พรรคก้าวไกลเคยฟังหรือไม่ เคยให้เกียรติพรรคเพื่อไทยบ้างหรือไม่ เช่น การยื่นญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันแล้ว เหลือเพียง 30 นาที ก่อนยื่น พรรคก้าวไกลขอถอนชื่อออกไปทั้งหมด ทั้งที่เราประชุมหารือและตกผลึกกันด้วยเหตุด้วยผลไปแล้ว อย่างนี้หรือคือสิ่งที่เพื่อนทำกับเพื่อน ปล่อยให้เพื่อนคนอื่นต้องกลืนเลือด แต่ตัวเองตีกินทางการเมืองยืนหล่ออยู่คนเดียว” ประเดิมชัย กล่าว

ประเดิมชัยกล่าวอีกว่า หากเรายื่นญัตติตาม ม.151เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลถามว่า มือในสภาเราจะชนะเขาหรือไม่ เพราะมือในสภาเราน้อยลงมากหลังจากอดีต ส.ส.บางพรรค ย้ายพรรค ไปเป็นสิบๆคน จึงทำให้กำลังของส่วนรวมอ่อนแอไปมากเพราะนักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์บางพรรค ขอร้องว่า จากนี้ไปอย่าหาเสียงแบบทำลายมิตร อย่าใช้วิธี เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น พรรคเพื่อไทยเคารพและให้เกียรติทุกพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองบางพรรคทำลายจิตใจพวกเรามามาก อย่าทำให้เราต้องลุกขึ้นมาสู้กับมิตรเลย เพราะศัตรูที่แท้จริงของเราไม่ใช่คุณ ศัตรูของเราคือเผด็จการ และความเดือดร้อนของประชาชน อย่าใช้วาทกรรมทำลายกัน ดังนั้นโปรดรักษาน้ำใจกันบ้าง มิเช่นนั้นน้ำใจของเราที่มีต่อคุณอาจเหือดแห้งและหมดไปในเร็วๆ นี้ก็ได้

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์