พท.ยันแก้ รธน.ตั้ง สสร.เป็นได้จริงแตะหมวด 1, 2 เสี่ยงคดีล้มล้างการปกครอง ปชป.แก้แค่อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ

เพื่อไทยออกแถลงยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร.เป็นไปได้จริงเพื่อยกร่างฉบับใหม่ให้ประชาชนลงประชามติเป็นทางออกที่ดีที่สุดการแตะหมวด 1 และ 2 อาจถูกกล่าวหาดำเนินคดีล้มล้างการปกครอง ด้าน ปชป.จะแก้ไขเพียงอำนาจเลือกนายกฯ ของ ส.ว.อย่างเดียว

27 ส.ค.2563 เว็บไซต์พรรคเพื่อไทยเผยแพร่แถลงการณ์ท่าทีของพรรคต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังเป็นที่ถกเถียงว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ลงชื่อในญัตติขอแก้ไขประเด็นของสมาชิกวุฒิสภาในรัฐธรรมนูญหลายมาตราทั้งอำนาจและการมีอยู่ของ ส.ว.

โดยแถลงการณ์ระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากมายแทบทุกหมวดและยังโยงใยเกี่ยวข้องกันในหลายหมวดหลายมาตรา ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขรับธรรมนูญก็เห็นพ้องต้องกันหมด แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการแก้ไขมาตราใดมาตราหนึ่งหรือหลายประเด็น ไม่สามารถทำให้รัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบมาเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและมุ่งสืบทอดอำนาจระบอบเผด็จการอำนาจนิยมกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนได้

พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่าการสร้างกลไกให้ประชาชนเป็นผู้ร่างและให้ความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ การให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

นอกจากนั้นในแถลงการณ์ยังระบุว่าจากที่พรรคเพื่อไทยเคยถูกกล่าวหาดำเนินคดีฐานล้มล้างการปกครองเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เป็นเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยจะไม่แก้ไขหมวดที่ 1 ที่เกี่ยวกับความเป็นรัฐเดี่ยว อำนาจอธิปไตยของปวงชนไทย และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ตลอดจนความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง หมวด 2 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ และอีกเหตุผลคืออาจมีการอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22 / 2555 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อนจะยิ่งทำให้เสียเวลาและอาจมีการข่มขู่คุกคามและโกงจนผลการทำประชามติออกมาว่าไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นได้

แถลงการณ์ได้กล่าวถึงผลที่ประชุมของพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่มีมติให้ในเบื้องต้นควรเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ตามร่างเดิมเพียงประเด็นเดียวก่อน ซึ่งในแถลงการณ์มีการพาดพิงถึงพรรคก้าวไกลว่าได้เห็นชอบมิตดังกล่าวในที่ประชุมแล้วแต่พรรคก้าวไกลจำนวน 21 ได้ขอถอนชื่อออกก่อนยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วยการให้มี ส.ส.ร. นั้น เป็นไปโดยสุจริต มุ่งหวังผลสำเร็จที่เป็นจริง จากความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ส่วนในประเด็นอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องอำนาจและที่มาของ ส.ว. และมาตรา 279 นั้นอยู่ในวิสัยที่จะร่วมปรึกษาหารือและสร้างความเห้นพ้องร่วมกันต่อไปในเวลาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาความเป็นจริงและปัจจัยที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

ปชป.จะเสนอแก้ไขเฉพาะอำนาจแต่งตั้งนายกฯ

ทางด้านพรรคร่วมรัฐบาลต่อประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มติชนออนไลน์รายงานว่า เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลว่า ได้รับคำยืนยันจากวิปของพรรคว่ามติวิปของพรรคร่วมรัฐบาล จะเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงร่างเดียว จะไม่มีการเสนอร่างอื่นใดขึ้นมาอีก จึงจำเป็นต้องนำประเด็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ขึ้นมาหารือกับที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง

เพื่อขอความเห็นชอบในการผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 272 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในขณะนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้เตรียมการยกร่างญัตติในเรื่องนี้แล้ว และจะนำเสนอในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคในวันที่ 31 ส.ค.นี้

นายเทพไทกล่าวต่อว่า เชื่อมั่นว่าที่ประชุม ส.ส.พรรคจะอนุมัติญัตติดังกล่าว เพราะเป็นญัตติที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรค และเป็นไปตามคำให้สัมภาษณ์ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้แสดงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่าสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ยังมีความจำเป็นในระบบรัฐสภา และสนับสนุนให้มีระบบสองสภามาตลอด เพียงแต่ควรจำกัดบทบาท อำนาจหน้าที่มีความเหมาะสม คือ หน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และควบคุมการบริหารของรัฐบาลเท่านั้น จึงจำเป็นต้องตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป

“เมื่อญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกร่างเสร็จแล้ว จะเปิดให้มีการลงชื่อในญัตติดังกล่าวจนครบจำนวน 98 คน ซึ่งในขณะนี้มี ส.ส.ในสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านหลายคน ได้แสดงความประสงค์ที่จะขอลงชื่อในญัตตินี้ด้วย และมั่นใจว่าสามารถจะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน” นายเทพไทกล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์