ความจริงที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมเผชิญ โหดร้ายและไม่จริงใจเกินกว่าที่ทรัพย์สินจุฬาจะอ้างว่าเจรจาแล้ว

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จากกรณีสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (จะย่อว่า ทรัพย์สิน) ออกคำสั่งในวันที่ 27 พ.ค. 63 ให้ย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง (จะย่อว่า ศาล) ออกไปจากพื้นที่เดิม ซึ่งตั้งอยู่ติดกับตลาดสามย่านและอยู่คู่กับชาวสามย่านมามากกว่า 110 ปีนั้น ในวันที่ 15 มิ.ย. นิสิตจุฬาฯ และผู้ศรัทธาศาลได้ยืนถือป้ายเรียกร้องให้ทรัพย์สินยับยั้งการรื้อถอนและให้การพัฒนาเป็นไปควบคู่กับประวัติศาสตร์ของชุมชนจนเกิดเป็น #saveศาลเจ้าแม่ทับทิม ในทวิตเตอร์ 

ศาลและชุมชนโดยรอบต้องการเจรจาหาข้อยุติร่วมกับทรัพย์สิน ในวันที่ 26 มิ.ย. ศาลได้จัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ศรัทธา คนในชุมชน ผู้ดูแล และนิสิตนักศึกษา เพื่อให้เป็นคณะทำงานภายในและเพื่อเจรจากับทรัพย์สิน ทว่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทรัพย์สินมิเคยมาเจรจากับคณะกรรมการ อีกทั้งยังเร่งรัดการก่อสร้างและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศาลอย่างต่อเนื่อง

แม้จะยังมิได้เจรจาหาข้อสรุป ล่าสุด วันที่ 24 ส.ค. ทรัพย์สินติดป้ายประกาศให้คนในชุมชนเปลี่ยนไปสักการะศาลในที่ตั้งชั่วคราว ซึ่งเป็นตึกแถวทรุดโทรมและขัดหลักการของศาล โดยมิได้เจรจาหรือแจ้งให้ศาลทราบก่อน ทำให้ผู้ศรัทธาและคนในชุมชนสับสนเป็นอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพย์สินจะจัดการศาลด้วยเครื่องมือทางกฎหมายของจุฬาฯ โดยในวันที่ 20 ส.ค. ทรัพย์สินให้ฝ่ายกฎหมายส่งคำสั่งให้ศาลย้ายออกจากพื้นที่เดิมของชุมชนภายในวันที่ 31 ส.ค. โดยขู่ว่าหากไม่ย้ายออกตามคำสั่ง จะถูกตัดน้ำตัดไฟ ถูกยึดครองพื้นที่ ถูกดำเนินการทางกฎหมาย และถูกเรียกค่าเสียหาย โดยมิผ่อนผัน ชะลอ หรือยับยั้งการรื้อถอนเพื่อเจรจาหาข้อยุติกับศาลและชุมชนโดยรอบก่อน ทางทรัพย์สินอ้างว่าเขาจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ให้กับบริษัทรับเหมาแล้วจึงมิให้ศาลใช้พื้นที่ได้อีก

บทความนี้จึงจะขอชี้แจงให้เห็นถึงความโหดร้ายของกระบวนการไล่ที่ และความไม่จริงใจของทรัพย์สินในการเจรจาหาข้อยุติ ใน 4 ประเด็นดังนี้

ไหว้เจ้าอยู่ดี ๆ วันหนึ่งถูกสั่งย้าย เพราะจะทำคอนโด อ้างเป็นการพัฒนาและจำเป็น: เคยถามชุมชนบ้างไหมว่าต้องการอะไร? พัฒนาคู่ชุมชนได้มั้ย? 

ศาลเปิดให้ผู้ศรัทธาและคนในชุมชนเข้าสักการะอย่างเป็นปกติและต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 110 ปีที่แล้ว ศาลมีความสัมพันธ์อันดีกับนิสิต บุคลากร และคนในชุมชนโดยรอบมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อทรัพย์สินคิดโครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบจุฬา โดยกำหนดให้พื้นที่ศาลต้องเปลี่ยนเป็นคอนโดขนาดใหญ่จำนวน 3 ตึก โดยทรัพย์สินได้เผยแพร่แผนโครงการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์สู่สาธารณะตั้งนานแล้ว โดยมิเคยรับฟังความคิดเห็นของผู้ดูแลศาลและคนในชุมชน หรือแม้แต่แจ้งให้ผู้ดูแลศาลและคนในชุมชนทราบ ก่อนหน้าจะเผยแพร่แผนโครงการพัฒนาเหนือพื้นที่ของศาลและชุมชน 

จะเห็นได้ว่า ทางศาลและชุมชนมิเคยได้รับทราบข้อมูลของโครงการพัฒนา มิเคยให้ความเห็นชอบ และมิเคยได้รับโอกาสมีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินโครงการพัฒนา ศาลมิได้ปฏิเสธการเจรจาหรือความร่วมมือ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงวันที่ 27 พ.ค. ทางทรัพย์สินมิเคยให้ข้อมูลหรือเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมใด ๆ ของศาลและชุมชน เราไม่เคยได้รับข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสาเหตุของความจำเป็นของโครงการพัฒนา จึงขอยังมิยอมรับโครงการพัฒนานี้ และขอให้ทางทรัพย์สินช่วยรับฟังความคิดเห็นและให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมมากกว่านี้

ทรัพย์สินดูไม่จริงใจที่จะเจรจา: วงเจรจาหรืองานแถลงข่าว? หาข้อสรุปหรือซักฟอกความชอบธรรม? เปิดโต๊ะแถลงข่าวโดยไม่บอกและไม่เจรจากันก่อน?

ศาลแสดงเจตนารมณ์และข้อเสนออย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมมาตลอด และกระตือรือร้นที่จะหาข้อสรุปอย่างจริงจังและจริงใจมาโดยตลอด ทว่า ทางทรัพย์สินมิเคยออกหนังสือเรียกผู้ดูแลหรือคนในชุมชนเข้าเจรจาก่อนออกหนังสือสั่งให้ศาลย้ายออกเลย (หนังสือลงวันที่ 27 พ.ค., ได้รับหนังสือต้นเดือน มิ.ย., และสั่งให้ย้ายออกภายใน 15 มิ.ย.) 

ผ่านไปสองเดือน บ่ายของวันที่ 6 ส.ค. ทรัพย์สินส่งหนังสือเชิญให้เข้าพบ โดยระบุว่า "เชิญรับฟังข้อสรุปจากการประชุมในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม" (คณะกรรมการศาลเป็นผู้ยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ต่อคณะกรรมาธิการศาสนาฯ ในเดือนก่อนหน้า) ทั้งที่คณะกรรมาธิการศาสนาฯ ยังมิได้มีข้อสรุป แต่ทางทรัพย์สินเชิญผู้ดูแลไปรับฟังในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งก็น่าแปลกใจ และเป็นการเชิญที่กะทันหันมาก ซึ่งทรัพย์สินก็มักจะเชิญก่อนล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงอยู่เสมอ

ในตอนแรกผู้ดูแลศาลแจ้งปฏิเสธเพราะไม่สะดวกในวันและเวลาดังกล่าว แต่ด้วยความกระตือรือร้นที่จะหาข้อสรุปร่วมกัน และรู้สึกเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้าร่วมการเจรจาอย่างจริงจังกับทรัพย์สิน ทางผู้ดูแลจึงจัดการธุระส่วนตัวของตนเองอย่างเร่งด่วน และตัดสินใจเข้าพบในวันรุ่งขึ้น 
 

ทว่า ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นตามหนังสือเชิญ ทันทีที่ผู้ดูแลไปถึง ทรัพย์สินสั่งให้ผู้ดูแลแยกตัวไปนั่งรอโดยไม่แจ้งเหตุผลในห้อง ๆ หนึ่ง และได้เชิญผู้สื่อข่าวจำนวนมากมายังสำนักงานจัดการทรัพย์สินโดยมิได้แจ้งให้ผู้ดูแลศาลทราบมาก่อน หลังจากนั้น ทรัพย์สินเชิญให้ผู้ดูแลเข้าไปในห้องที่มีทั้งนายวรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย (ผอ.ทรัพย์สิน) เจ้าหน้าที่ทรัพย์สิน และผู้สื่อข่าวที่พร้อมถ่ายทำ 

ในขณะนั้นสถานการณ์ทำให้ผู้ดูแลศาลสับสนเป็นอย่างมาก เพราะเขามาพบเพื่อต้องการเจรจาหาข้อสรุป หรือหาทางออกร่วมกันกับทรัพย์สิน ยังมิทันได้พูดจาหรือรับฟังอะไรสักคำจากทรัพย์สิน กลับกลายเป็นเสมือนงานแถลงข่าวสร้างความชอบธรรมให้กับทรัพย์สินฝ่ายเดียว โดยมีผู้ดูแลศาลเป็นเสมือนตัวประกอบหรือเป็นฉากหลังประกอบงานแถลงข่าวให้ดูสมบูรณ์แบบเพียงเท่านั้น 

หลังจาก ผอ.ทรัพย์สิน แถลงต่อหน้าสื่อเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวที่ทรัพย์สินเชิญมาก็ขอสัมภาษณ์และถามคำถามจำนวนมากโดยมิทราบมาก่อนและยังมิเคยได้เจรจากับทรัพย์สิน และหลังจากนั้น ในวันเดียวกันนั้น ทรัพย์สินก็มิได้เรียกประชุมหรือเรียกรับฟังข้อสรุปตามที่เขียนในหนังสือเชิญแต่อย่างใด ผู้ดูแลจึงไม่เข้าใจในเจตนารมณ์และรู้สึกว่าทางทรัพย์สินไม่แสดงความจริงใจต่อการเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันอย่างแท้จริง

ทรัพย์สินดูไม่จริงใจที่จะเจรจา: ศาลไม่เลือกวันย้ายออกเท่ากับเพิกเฉยการเจรจา? ทรัพย์สินยินดีเจรจาแต่ศาลต้องกำหนดวันย้ายออกก่อน? ไม่เลือกวันเท่ากับฟ้องเรียกค่าเสียหาย?

ศาลต้องการเจรจากับทรัพย์สินเพื่อขอความอนุเคราะห์เปิดให้สักการะในพื้นที่เดิม และขอให้โครงการพัฒนาต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างควบคู่กันระหว่างจุฬาฯ คนสามย่าน และชุมชนโดยรอบ ศาลมิได้ปฏิเสธหรือขัดขวางแนวคิดการพัฒนา แต่ศาลขอให้ทรัพย์สินพัฒนาพื้นที่โดยพิจารณาถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และคุณค่าของวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวสามย่าน 

ล่าสุด ทรัพย์สินส่งหนังสือเชิญผู้ดูแลศาลให้เข้ารายงานและเลือกวันที่จะขนย้ายศาลออก ทางเราเห็นว่าการนัดหมายประชุมที่เสมือนปักธงเป้าหมายไว้แล้วว่าศาลจะต้องย้ายออกไป ไม่ถือว่าเป็นการนัดหมายเจรจาเพื่อหาข้อสรุป แต่เป็นเสมือนการข่มขู่และเร่งรัดให้ย้ายออกเพียงหนทางเดียว ผู้ดูแลจึงมิได้เข้าไปรายงานกำหนดวันที่จะย้ายออก 

ทว่า ในวันเดียวกันนั้นเลย ทันทีที่ผู้ดูแลไม่ขอแจ้งวันเวลาย้ายออก ทรัพย์สินก็ให้ฝ่ายกฎหมาย โดยมีนางสาวอัญชุลี ต่ายดำรงค์ เป็นทนายฝ่ายทรัพย์สิน ออกหนังสือสั่งให้ศาลย้ายออกจากพื้นที่เดิมของชุมชน โดยอ้างว่าผู้ดูแลศาลเพิกเฉยและไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจา ทั้งที่การนัดหมายดังกล่าวแจ้งล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมง และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจากับทางผู้ดูแลศาล แต่เป็นการให้มากำหนดวันที่จะย้ายออก

จะเห็นได้ว่า ทรัพย์สินมิได้แสดงเจตนาที่จะให้โอกาสทางศาลและชุมชนได้เจรจาขอความอนุเคราะห์อยู่ในพื้นที่เดิมแต่อย่างใด และยังแสดงเจตนาที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับทางศาล โดยอ้างว่าผู้ดูแลเพิกเฉยต่อการเข้าไปแจ้งวันที่จะย้ายออก พวกเราขอแสดงความกังวลต่อท่าทีและเจตนารมณ์อันไม่น่าพึงประสงค์นี้ และขอให้ทรัพย์สินทบทวนกระบวนการเจรจาของตนเอง และยับยั้งการข่มขู่ทางกฎหมายต่อศาลและชุมชน

ทรัพย์สินดูไม่จริงใจที่จะเจรจา: ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ล้อมรั้วปิดหน้าศาล และสร้างคอนโดไปด้วย? ทรัพย์สินยินดีเจรจา แต่ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมา และจ้างให้รื้อถอนศาลไปแล้ว?

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรัพย์สินแสดงท่าทีและดำเนินการพัฒนาพื้นที่โดยรอบและด้านหน้าศาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้ศาลอยู่ที่เดิมต่อหรือไม่ ทรัพย์สินมักจะอ้างอยู่เสมอว่าเขายังรับฟังการตัดสินใจของศาลและชุมชน แต่ทรัพย์สินดำเนินการแปลงเปลี่ยนสภาพการใช้ประโยชน์ของพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยมิเคยขอความเห็นหรือรับฟังศาลและชุมชน ไม่นานมานี้ทรัพย์สินได้นำแผ่นสังกะสีทึบมาล้อมทั้งพื้นที่ รวมถึงบริเวณด้านหน้าศาล โดยยังมิได้มีข้อสรุป และมิได้ผ่านการเจรจาใด ๆ มาก่อน อีกทั้งยังสั่งไม่ให้ศาลจัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ประจำปี โดยอ้างว่าเป็นเขตก่อสร้าง และได้ส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเรียบร้อยแล้วด้วย

จากการกระทำทั้งหมดนี้จะอ้างได้อย่างไรว่าตนเองยินดีให้เจรจา หากทรัพย์สินจริงใจที่จะเจรจาเพื่อประนีประนอมอย่างแท้จริง เราขอให้ทรัพย์สินทบทวนการรื้อถอนศาล และขอให้ยับยั้งการก่อสร้างและการรื้อถอนทั้งหมดในระหว่างการเจรจาและหาข้อสรุป 

ได้โปรดอย่าใช้อำนาจไล่พวกเราออกจากชุมชนเลย จุฬาพัฒนาคู่ชุมชนได้ ช่วยรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของพวกเราไว้ด้วยครับ
 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์