'เกรซ' เด็กหญิงคนดำที่เคยถูกคุมขังเพียงเพราะเธอไม่ทำการบ้าน?

ในสหรัฐฯ 'เกรซ' เด็กหญิงคนดำอายุ 15 ปี ถูกศาลตัดสินให้เข้าสถานพินิจเพราะไม่ทำการบ้านออนไลน์ช่วงโควิด เกิดการประท้วงทั้งในและนอกโลกออนไลน์ จนศาลมีคำสั่งปล่อยตัวเธอช่วงกลางเดือน ส.ค. ผู้พิพากษาระบุเธอทะเลาะจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายแม่ตัวเองจนถูกภาคทัณฑ์ และเธอก็ฝ่าฝืนข้อกำหนดการภาคทัณฑ์เรื่องไม่ทำการบ้าน

โดย ROBYN BECK, N. Jamiyla Chisholm
 

1 ก.ย. 2563 มีข่าวที่ชวนให้เกิดข้อถกเถียงในสหรัฐฯ จากการที่เด็กหญิงอายุ 15 ปี ในรัฐมิชิแกนที่ชื่อ 'เกรซ' ถูกจับส่งสถานพินิจเยาวชนเพียงเพราะเธอไม่ได้ทำการบ้านในช่วงที่มีการกักตัวเพื่อควบคุมโรคติดต่อ มีการระบุว่าเธอกระทำผิดเพราะฝ่าฝืนการภาคทัณฑ์ ในส่วนของสาเหตุที่เกรซถูกภาคทัณฑ์นั้นเป็นเพราะเธอไม่ร่วมเข้าชั้นเรียนออนไลน์ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ชั่วคราวในช่วงที่ COVID-19 ระบาดหนัก

ศาลได้ตัดสินส่งตัวเกรซเข้าเรือนจำตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดเป็นข้อถกเถียง มีกระแสความไม่พอใจกลายเป็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเด็กหญิงคนดำอายุ 15 ปี ผู้นี้ จนกระทั่งในวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์ก็สั่งให้ปล่อยตัวเกรซ รวมถึงมีการแถลงว่าเกรซจะได้รับการบำบัดรักษาทางจิตวิทยาต่อไปขณะอาศัยอยู่ที่บ้าน

ในตอนที่มีการพิพากษาเกรซในศาลชั้นต้นนั้น ผู้พิพากษาแมรี เอลเลน เบรนแนน จากศาลแห่งโอ็คแลนด์กล่าวต่อเกรซว่า "ฉันคิดว่าเธออยู่ในที่ๆ เธอควรอยู่" และบอกอีกว่า "เธอกำลังจะเบ่งบาน แต่ก็มีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำกับเธอ"

อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญและนักส่งเสริมด้านสิทธิหลายคนประณามการตัดสินของศาลในครั้งนี้ โดยระบุถึงเรื่องความเป็นห่วงเกี่ยวกับโรคระบาดและเรื่องการดูแลเด็ก คริส เคราเนน เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านการคุ้มครองเด็กแห่งมิชิแกนกล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ศาลจะตัดสินบังคับใช้กฎหมายกับแค่เรื่องการมีส่วนร่วมกับชั้นเรียนของเด็ก เรื่องนี้ไม่เข้ากับสภาพความเป็นจริงของการศึกษาในช่วงที่มีการระบาดหนักของ COVID-19

คริสเตน สแตนลีย์ ผู้อำนวยการร่วมของศูนย์คุ้มครองเยาวชนมิดเวสต์ประณามการคุมขังเกรซว่า "รัฐมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่าเด็กและบุคคลมุกคนไม่ควรจะถูกคุมขังเว้นแต่ในช่วงเวลาฉุกเฉินระดับคอขาดบาดตายเท่านั้น"

ศาลเคยปฏิเสธคำขอปล่อยตัวเกรซก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. และมีกำหนดให้เกรซต้องอยู่ในสถานพินิจไปจนถึงวันที่ 8 ก.ย. นี้ โดยที่ทนายความคนใหม่ของเกรซยื่นเรื่องต่อศาลอีกครั้งหนึ่งในเดือน ก.ค. เรียกร้องให้มีการส่งตัวเกรซกลับบ้าน เรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสความสนใจจากประชาชนในระดับประเทศสหรัฐฯ จนมีคนจัดคาราวานประท้วง มีการถกเถียงและรณรงค์ในโลกออนไลน์ด้วยแฮชแท็ก #FreeGrace (ปล่อยตัวเกรซ) รวมถึงมีการล่ารายชื่อใน Change.org เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธอมีผู้ลงนามอย่างน้อย 150,000 รายชื่อ

ในเบื้องต้นผู้พิพากษาเบรนแนนก็ยังยืนยันจะคุมขังเธอในสถานพินิจต่อไปโดยอ้างว่าเกรซจะได้รับประโยชน์จากจุดนี้และยังไม่พร้อมที่จะกลับบ้าน แต่ก็มี ส.ส. มิชิแกนรายหนึ่งคือ เดบบี ดิงเกลล์ ร่วมทักท้วงต่อต้านการคุมขังเกรซด้วย รวมถึงโต้เถียงผ่านสื่อว่านี่อาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติเพราะถ้าหากเกรซเป็นคนขาวที่มีอ๓สิทธิมากกว่าคนดำในสหรัฐฯ เกรซก็อาจจะไม่ถูกตัดสินแบบนี้ "การนำคนรุ่นเยาว์ไปคุมขังในพื้นที่ปิดท่ามกลาง COVID ไม่ใช่คำตอบ" ดิงเกลล์กล่าว

อย่างไรก็ตามมีอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับตัวเกรซคือเรื่องที่เธอมีความขัดแย้งกับแม่ตัวเองที่ชื่อคาริสส์ จนบางครั้งมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นทำให้คาริสส์ต้องเรียกตำรวจมาที่บ้าน มีครั้งหนึ่งที่เกรซถึงขั้นทำร้ายแม่ตัวเองด้วยการดึงผมและกัดนิ้วของเธอ อีกหลายสัปดาห์หลังจากนั้นก็มีปัญหาที่เกรซขโมยโทรศัพท์มือถือของเพื่อนร่วมชั้นไปชั่วคราว เรื่องเหล่านี้ทำให้ในเดือน เม.ย. ศาลตัดสินในเบื้องต้นให้มีการภาคทัณฑ์เกรซแทนการคุมขังในสถานพินิจเพราะเป็นห่วงเรื่อง COVID-19 โดยในข้อตกลงช่วงที่มีการภาคทัณฑ์นั้นกำหนดให้เกรซต้องได้รับการตรวจพบจากคนทำงานดูแลเคสของเธอ เข้ารับการบำบัดให้คำปรึกษา และห้ามใช้อุปกรณ์ไอทีเว้นแต่การทำการบ้าน และต้องทำการบ้านของเธอด้วย

ผู้พิพากษาเบรนแนนกล่าวว่าในช่วงที่เธอทะเลาะกับแม่มีการต้องเรียกตำรวจมาด้วยถึง 3 ครั้ง "เธอไม่ได้ถูกคุมขังเพราะเธอไม่ได้ส่งการบ้าน ... เธอถูกคุมขังเพราะเป็นภัยต่อแม่ของเธอ" เบรนแนนกล่าว

เบรนแนนเปิดเผยว่าเธอปล่อยตัวเกรซเพราะได้รับฟังคำเนนอแนะจากคนทำเคสที่ชื่อ เอ็ดดี เฮร์รอน โดยที่ทั้งสองคนบอกต่อสื่อว่าทั้งเกรซและแม่ของเธอพร้อมแล้วที่ฟื้นฟูความสัมพันธ์กัน เฮร์รอนกล่าวว่าแม่ของเกรซทำงานอย่างแข็งขันด้วยทรัพยากรที่เขาจัดหาไว้ให้และเขามั่นใจว่าจะมีการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งคู่เพราะทั้งคู่ต่างก็เห็นความสำคัญของเครื่องมือนี้

เรียบเรียงจาก

GIRL JAILED FOR NOT DOING QUARANTINE HOMEWORK FINALLY RELEASED, Parentology, 12-08-2020

Judge Declines to Release Girl, 15, Held for Skipping Online Schoolwork, The New York Times, 21-07-2020

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์