ทวงคืนเหมืองดงมะไฟฟื้นฟูป่าชุมชน ลั่นภาครัฐ-ทุนย้ายเครื่องจักรทำเหมืองก่อนเส้นตาย 25 ก.ย.

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เดินเท้าทวงคืนพื้นที่เหมืองหินเพื่อฟื้นฟูป่าชุมชน หลังป่าไม้ถูกทำลายจากเหมืองแร่หินและโรงโม่เป็นเวลา 26 ปีพร้อมอ่าน “คำประกาศภูผาฮวก” ทวงความยุติธรรมนักปกป้องสิทธิ 4 รายที่เสียชีวิต ระบุ 24 ก.ย. นี้ใบประทานบัตรจะหมดอายุ สิทธิทำโรงโม่หินสิ้นสภาพ จึงขอเรียกร้องภาครัฐ-ผู้ประกอบการขนย้ายเครื่องจักรทำเหมืองออกไปก่อนถึงเส้นตาย 25 ก.ย. พร้อมติดป้ายรณรงค์ #ให้เหมืองจบที่รุ่นเรา

กรณีกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู นัดหมาย 4 ก.ย. ทวงคืนพื้นที่เหมืองหินเพื่อฟื้นฟูป่าชุมชน หลังป่าไม้ถูกทำลายจากเหมืองแร่หินและโรงโม่เป็นเวลา 26 ปี พร้อมติดป้ายรณรงค์ #ให้เหมืองจบที่รุ่นเรา โดยเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.) ถือเป็นวันที่อายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป่าเก่ากลอย และป่านากลางเพื่อทำเหมืองแร่หินปูนสิ้นสุดลง

ดีเดย์ยึดพื้นที่เหมืองดงมะไฟ 4 ก.ย. ฟื้นฟูป่าชุมชน-แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, 4 ก.ย. 63

#ให้เหมืองจบที่รุ่นเรา ดีเดย์ 26 ปีการต่อสู้ ชาวชุมชนดงมะไฟเตรียมยึดเหมืองฟื้นป่าชุมชน, 2 ก.ย. 63

บ.เหมืองหินยอมขนย้ายเครื่องโม่ออกจากดงมะไฟ หลังชาวบ้านสู้ให้ปิดถาวรมานาน หวังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว, 2 ก.ย. 63

โดยในเพจ “เหมืองแร่หนองบัว” รายงานกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 08.35 น. ขบวนของชาวบ้านเริ่มเดินเท้าเข้าทวงคืนภูภาป่าไม้

ที่มาของภาพ: Facebook/เหมืองแร่หนองบัว

09.00 น. ชาวบ้านได้ทำการเคลื่อนขบวนแห่เดินเท้าทวงคืนภูผาป่าไม้ จากถนนทางเข้าเหมืองแร่หิน มายังเขตพื้นที่ทำเหมืองของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ที่หมดอายุการให้พื้นที่ป่าสงวนเพื่อการทำเหมืองไปแล้วเมื่อ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่เคลื่อนขบวนชาวบ้านก็ได้ทำการฟ้อนรำอย่างสนุกสนานและยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นำป้ายผ้าที่เขียนข้อความว่า “ที่นี่ บริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด” มาวางไว้ที่ถนนและชาวบ้านทุกคนก็ทำการเดินเหยียบเข้ามา เป็นสัญลักษณ์ว่าชาวบ้านได้มาถึงที่นี่หลังเป็นพื้นที่ที่ถูกหวงห้ามมาตลอด 26 ปี และแสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ได้กลับคืนมาสู่ชุมชนแล้ว

09.57 น. ทำพิธีปักป้ายหมู่บ้าน ‘ผาฮวกพัฒนา ชาวประชาสามัคคี’ เพื่อประกาศว่าที่นี่จะเป็นเขตป่าชุมชนไม่ใช่เหมืองหินอีกต่อไป

10.24 น. พี่น้องกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ทำพิธีบวชต้นไม้ ก้อนหิน เพื่อเป็นศูนย์รวมแรงใจและศรัทธาของพี่น้อง และเปลี่ยนเขตเหมืองหินให้เป็นเขตป่าชุมชนเพื่อทวงคืนภูผาป่าไม้ที่ถูกทำลายจากการทำเหมืองแร่หินและโรงโม่มาตลอด 26 ปีที่ผ่านมา

11.01 น. แม่สอน คำแจ่ม ตัวแทนพี่น้องกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได กล่าวคำประกาศ “ปลดแอกดงมะไฟ คืนความยุติธรรมให้ 4 นักต่อสู้’ และนั่งสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึง 4 นักสู้ดงมะไฟที่จากไป

วิลัย อนุเวช อ่าน “คำประกาศภูผาฮวก ทวงคืนภูผาป่าไม้ ทวงถิ่นแผ่นดินแม่” 

11.15 น. มีการอ่าน “คำประกาศภูผาฮวก ทวงคืนภูผาป่าไม้ ทวงถิ่นแผ่นดินแม่” โดยวิลัย อนุเวช ตัวแทนจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได

คำประกาศภูผาฮวก ทวงคืนภูผาป่าไม้ ทวงถิ่นแผ่นดินแม่

“ความสมบูรณ์พูนสุขและความมั่นคงในชีวิตของพวกเราประกอบด้วยสิทธิในที่ดินสามส่วน ส่วนแรกคือสิทธิในที่ดินอยู่อาศัยเพื่อตั้งรกรากถิ่นฐานบ้านเรือน ส่วนที่สองคือสิทธิในที่ดินทำกินเพื่อปลูกผลผลิตทั้งพืชและสัตว์  ส่วนที่สามคือสิทธิในที่ดินส่วนรวมที่สร้างประโยชน์สาธารณะอันเป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาล ให้พวกเราได้เก็บผักหักฟืน หาเห็ดหาหน่อไม้ พืชผล สมุนไพร และเนื้อสัตว์

บัดนี้ ภูผาฮวกที่ถูกนายทุนหน้าเลือดขโมยของพวกเราไป  เพื่อระเบิดหินเอาไปขายเป็นกำไรประโยชน์ส่วนตนเป็นเวลาหลายปี ได้ถูกทวงคืนแล้วอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

เราพยายามต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองมีครรลองอันชอบธรรมมากขึ้น แม้จะรู้ว่ามีความอยุติธรรมเต็มไปหมด โดยเฉพาะความอยุติธรรมจากกฎหมาย ที่แบ่งแยกระหว่างการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อทำเหมืองแร่กับการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้สำหรับโรงโม่หินออกจากกัน ซึ่งวันนี้เราได้เดินเข้ามาในเขตเหมืองแร่เพื่อทวงคืนภูผาป่าไม้ของเราคืน จากการที่ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อทำเหมืองแร่หมดอายุลงเมื่อวานนี้

และในวันที่ 24 กันยายนที่จะถึงนี้ จะเป็นวันที่ใบประทานบัตรจะหมดอายุลง​  ซึ่งมีเงื่อนไขชัดเจนว่า​  "เมื่อสิทธิในประทานบัตรสิ้นลง​  สิทธิในโรงโม่หินก็จะสิ้นสภาพตามไปด้วย" 

ดังนั้น​  ในเช้าวันที่​ 25​ กันยายนนี้​  เราจะถอนรากถอนโคนการทำเหมืองหินปูนแห่งนี้ให้สิ้นซาก​  ด้วยการขับไล่โรงโม่หินออกไป

จึงขอให้หน่วยงานรัฐและผู้ประกอบได้ขนย้ายเครื่องจักร​  รถยนต์กลไก​  วัสดุอุปกรณ์​  หรือวัตถุอื่นใดเกี่ยวกับการทำเหมืองและโรงโม่หินออกไปให้หมดสิ้นโดยเร็วก่อนวันที่​ 25​ กันยายนนี้

พวกเราขอให้ผู้ประกอบเหมืองหินปูนแห่งนี้ถอนตัวออกไปจากการทำเหมืองที่ภูผาฮวกเสีย​  รวมทั้งภูผาป่าไม้ลูกใดก็ตามในกลุ่มเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได​  ที่ไม่ว่าจะเป็นนายทุนรายใดก็ตามไม่สมควรเข้ามาระเบิดหินทำลาย  ซึ่งพวกเราเห็นว่าคำขอร้องนี้เป็นคำขอร้องอันนุ่มนวลที่ตั้งอยู่บนแนวทางความปรองดองสมานฉันท์  และแสวงหาความสงบสุขที่สุดแล้ว 

ขอให้ผู้ประกอบการยอมรับผลของการกระทำจากการทำเหมืองอันเลวร้ายที่ผ่านมา​  ที่กอบโกยผลกำไรไปมากพอสมควรแล้ว​  จึงถึงเวลาแล้วที่จะหยุดประกอบกิจการที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเยี่ยงนี้

เช่นนี้แล้ว​  พวกเราจะลืมความเจ็บช้ำน้ำใจจากการเสียชีวิตถึง​ 4​ ศพ​  ลืมความเจ็บช้ำน้ำใจจากการฟ้องคดีกลั่นแกล้ง​  ทำให้ต้องติดคุกติดตารางไปหลายปี​  ลืมความเจ็บช้ำน้ำใจที่ถูกตำรวจกระหน่ำตีจนบาดเจ็บหัวร้างข้างแตก​  และลืมความเจ็บช้ำน้ำใจที่กดให้พวกเราต้องหวาดกลัว

ณ​ วันนี้​  ความหวาดกลัวได้สิ้นสุดลงแล้ว​  การมุ่งมั่นปิดเหมืองเพื่อทวงคืนภูผาป่าไม้​  ทวงถิ่นแผ่นดินแม่​  จะเยียวยาความเจ็บช้ำน้ำใจทุกอย่างที่ผ่านมา​  ที่พวกเราเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

นี่คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตำบลดงมะไฟที่จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างแน่นอน​  และพวกเรามีความฝันอันยิ่งใหญ่​  ที่จะปกปักรักษาภูผาป่าไม้ทุกลูกในกลุ่มเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได​  ให้รอดพ้นจากการทำเหมืองหินชั่วกาลนาน​  ด้วยการวางรากฐานอันสำคัญเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ดงมะไฟให้จงได้​

โดยเรายังมีภารกิจอันสำคัญที่จะขับเคลื่อนผลักดันหลังจากการปิดเหมืองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว​  ด้วยการผลักดันให้เกิดการฟื้นฟูเหมือง​  นำความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมาสู่ภูผาฮวกที่ถูกทำลายไป​  และพัฒนาดงมะไฟให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและอารยธรรมโบราณคดี

นี่คือภารกิจแห่งความฝันอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา​  ที่จะส่งต่อให้กับลูกหลานของพวกเรา​  ซึ่งเป็นผู้ถือธงชัยโบกสะบัดสู่รุ่งอรุณแห่งอนาคตอันสดใส

ให้เหมืองจบที่รุ่นเรา
กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได
4​ กันยายน​ 2563

สมควร เรียงโหน่ง ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได

10.45 น. นายสมควร เรียงโหน่ง ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้ทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดประกาศจุดจบเหมืองหินก้าวเข้าสู่วาระการฟื้นฟูภูผาป่าไม้ ด้วยการฉีกใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และใบอนุญาตประทานบัตร  เนื่องจากใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองแร่ ของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ได้หมดอายุลง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ไม่สามารถใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อประกอบกิจการเหมืองแร่ หรือ กิจกรรมอื่นใดได้อีกต่อไป

นี่เป็นการประกาศว่าเราจะทวงคืนภูผาป่าไม้ ‘เปลี่ยนเขตเหมืองหินให้เป็นเขตป่าชุมชน’
โดยการฟื้นฟูภูผาป่าไม้และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม จุด Check in แห่งใหม่ @ชุมชนผาฮวกพัฒนาชาวประชาสามัคคี โดยเป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ชวนให้น้องๆ เยาวชนในพื้นที่มาร่วมกันวาดรูประบายสี เขียนโปสการ์ดในหัวข้อ”ดงมะไฟในฝัน” และกิจกรรม snapshot

เวลา 12.09 น. ชาวบ้านร่วมกันเปิดป้ายแสดงเจตจำนงประกาศว่า #ให้เหมืองจบที่เรา มีการประกาศคำขวัญ “พี่น้องเอ้ยย! ปิดเหมืองหินและโรงโม่ ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ พัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยว”

โดยในเพจ “เหมือนแร่หนองบัว” ระบุว่า นี่เป็นการประกาศว่าเราจะทวงคืนภูผาป่าไม้ ‘เปลี่ยนเขตเหมืองหินให้เป็นเขตป่าชุมชน’ โดยการฟื้นฟูภูผาป่าไม้และพัฒนาดงมะไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี

นาย เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ – ผาจันได กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมประกาศชัยชนะยึดเหมืองคืนในวันนี้ ทางเรายังคงยืนหยัดปักหลักตรงปากทางเข้าเหมืองต่อไป จากนั้นในวันที่ 25 ก.ย.นี้ จะมีการเคลื่อนขบวนเพื่อไปปิดโรงโม่แบบเบ็ดเสร็จถาวรต่อไป เนื่องจากวันที่ 24 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ใบประทานบัตรเหมืองหินจะหมดอายุลง ซึ่งสอดคล้องกับไทม์ไลน์การยึดเหมืองแบบเบ็ดเสร็จ ที่ต้องไม่มีเครื่องมือทำเหมืองทุกชนิดอยู่ในพื้นที่

ด้าน นางสาว ปรานม สมวงศ์จากองค์กร Protection International ได้ระบุว่าที่ผ่านมาเกือบสามทศวรรษหน่วยงานรัฐไม่เหลียวแลชาวบ้านเลย ความสำเร็จของการยึดเหมืองหินในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าองค์กรประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเคารพสิทธิมนุษยชนของภาคธุรกิจและเสริมสร้างความพร้อมรับผิดของบรรษัท

ทั้งรัฐบาลและธุรกิจของไทยควรถือว่าองค์กรประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็น “หุ้นส่วนสำคัญ” และทำงานกับพวกเขาอย่างสร้างสรรค์เพื่อป้องกันบรรเทาและเยียวยาผลกระทบไม่พึงประสงค์ด้านสิทธิมนุษยชน ดังนั้นเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมากที่ในขณะนี้ที่เราพบว่าร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ยังขาดทั้งเนื้อหาที่สำคัญรวมถึงการส่งเสริมการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน (due diligence) ซึ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย มีทำพิธีบายศรีสู่ขวัญภูผาป่าไม้ และขับร้องกลอนรำ ‘ผาซ่อนคอย’  โดย แม่หญิงดงมะไฟ จากนั้นในเวลา 14.10 น. มีวงเสวนา เรื่อง 26 ปี การต่อสู้ สู่การปิดเหมืองหินฟื้นฟูภูผาป่าไม้ ได้แก่ (1) อดีตการต่อสู้ โดย คูณ อัสสาภัย (2) ความสำเร็จในการปิดเหมือง โดย บัวรอง นาทา (3) อนาคตดงมะไฟ โดย มณีนุช อุทัยเรียง (4) สถานการณ์ภาพรวมเหมืองแร่/นโยบายรัฐ และการฟื้นฟูหลังจากนี้ต่อไป โดย เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์  ดำเนินรายการโดย หทัยรัตน์ พหลทัพ

ต่อมาเป็นการอ่านผญาภูผาป่าไม้ โดยคูณ อัสสาภัย โดยในช่วงเย็นจะมีการสำรวจพื้นที่ทางนิเวศวัฒนธรรมและแหล่งอารยธรรมโบราณคดี รับประทานอาหารเย็น และช่วงเวทีวัฒนธรรม วงดนตรี รำวง ร้องคาราโอเกะ และอื่นๆ อีกมากมายโดย เครือข่ายนวัตกรรมคนรุ่นใหม่ เยาวชนดงมะไฟ แม่หญิงดงมะไฟ ฯลฯ โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านเพจ “เหมืองแร่หนองบัว”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์