กลุ่ม 'นักเรียนเลว' ทยอยร่วมชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ

5 ก.ย. 2563 สำนักข่าวไทย บรรยากาศหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ตัวแทนนักเรียนจากหลายสถาบันที่เข้าร่วมกับทางเครือข่ายกลุ่มนักเรียนเลว ต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ติดธงสัญลักษณ์แนวร่วมจากองค์กรต่าง ๆ ที่เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับทางกลุ่ม ติดป้ายไวนิลชู 3 นิ้ว ผูกโบขาวแสดงสัญลักษณ์ร่วมในการต่อสู้ และเตรียมพื้นที่ในการจัดตั้งเวทีปราศรัย บริเวณด้านหน้าประตูของกระทรวงศึกษาธิการ ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับเป้าหมายหลักของการมาปักหลักชุมนุมในวันนี้ เพื่อทวงถามความคืบหน้าข้อเรียกร้องในประเด็นต่าง ๆ จากการมาชุมนุมที่หน้ากระทรวงฯ เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา

โดยในวันนี้กลุ่มนักเรียนเลวและแนวร่วมองค์กรนักเรียนจาก 50 โรงเรียนทั่วประเทศจะส่ง ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ นักเรียนชั้น ม.6 และเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เป็นตัวแทนขึ้นเวทีดีเบตกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในประเด็น “แสดงพลังปฏิรูปการศึกษาให้ดีขึ้น เพื่ออนาคตของพวกเรา” ซึ่งล่าสุดทางด้านรัฐมนตรีก็ได้ตอบรับเข้าร่วมแล้ว ทางเครือข่ายกลุ่มนักเรียนเลว ยังจะมีการปราศรัย และร่วมกันประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง 1 เงื่อนไข ต่อกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ หยุดคุกคามนักเรียน ยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าหลัง และปฏิรูปการศึกษา หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทำไม่ได้ก็ให้ลาออกไป

นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมสันทนาการ รณรงค์ในเรื่องต่างๆ ตามที่เคยเป็นข้อเรียกร้องมาก่อนหน้านี้ เช่น การเร่งปฏิรูปการศึกษา ไม่ขอไว้ผมทรงนักเรียน การไม่คุกคามเหยียดเพศสภาพของนักเรียน และมีการวางพวงหรีดจากเครือข่ายกลุ่มนักเรียนเลวที่มาจากโรงเรียนต่างๆ บริเวณตลอดริมรั้วของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อระบบเผด็จการ พร้อมทั้งการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า พวกเขากำลังถูกทำร้ายจากระบบการศึกษาโดยตรง จึงต้องออกมาร่วมเรียกร้องในวันนี้ ซึ่งหลายคนยอมรับว่า ถูกตำหนิจากผู้ปกครองและคุณครูด้วยถ้อยคำที่รุนแรง แต่ยังยืนยันที่จะมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้พบว่ามีประชาชนทั่วไปเดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย และบางส่วนได้แต่งกายด้วยชุดนักเรียน โดยผู้ที่จะมาร่วมในการชุมนุมวันนี้ ทางกลุ่มนักเรียนมีการจัดระบบให้ลงทะเบียนแยกกลุ่มอย่างชัดเจนว่าเป็นนักเรียน สื่อมวลชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ

ส่วนการจราจร มีการปิดการจราจรเส้นคู่ขนาน ถ.ราชดำเนินนอก หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ ไปจนถึงแยกสวนมิสกวัน โดยมีตำรวจ สน.ดุสิต มาคอยดูแลความเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีการนำแผงเหล็กมากั้นบนขอบฟุตปาธ เพื่อป้องกันการกีดขวางพื้นผิวจราจร ถ.ราชดำเนินนอก

 

 

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเมื่อเวลาประมาณ 14.20 น.​ นักเรียน​และประชาชน​ทยอยเดินทางมาร่วม​กิจกรรม​ #หนูรู้หนูมันเลว โดยมีพวงหรีดและธงของเครือข่าย​นักเรียน​เลวอยู่รอบงาน​ ขณะที่ฝั่งตรงข้าม​ ตำรวจเตรียมกำลังในเครื่องแบบประมาณหนึ่งกองร้อยคอยสังเกต​การณ์​ ตามกำหนดการ​ กิจกรรม​จะเริ่มเวลา​ 15.00 น.

 

 

ผู้สื่อข่าวประชาไทได้สัมภาษณ์ 'สุพิชฌาย์' จาก จ.เชียงใหม่​ กล่าวว่า​การ​ที่นักเรียนออกมาเยอะนั้นคือพลังของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการและคู่ควรกับอนาคตที่ดี อนาคตที่เราไว้ใจพอที่จะฝากให้ และสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันนี้ยังมีหลายอย่างที่ยังกดขี่สิทธิของเรา และปัญหาอื่น ๆ เช่นเรื่องราคาน้ำมันหรือปัญหาการคมนาคม

 

 

ด้านนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาร่วมชุมนุมด้วยชุดนักเรียนพร้อมป้าย "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ชำระตำราประวัติศาสตร์ไทย"

เขาอธิบายข้อความจากป้ายว่า ถ้าเปิดหนังสือเรียนในห้องเรียนจะพบว่าพูดถึงกษัตริย์นิยม เป็นการให้ข้อมูลมุมมองเดียวจากประวัติศาสตร์กระแสหลักที่เขียนโดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ หรือหลวงวิจิตรวาทการ แต่พูดถึงมานุษยนิยมน้อยมาก ถ้าหากมีการสอนในลักษณะมานุษยนิยมมากขึ้น เรื่องสวัสดิการต่างๆ หรือการเคลื่อนไหวของขบวนนักศึกษาจะเป็นเรื่องธรรมดา

นักศึกษาในชุดนักเรียนกล่าวว่าประวัติศาสตร์กระแสหลักพูดถึงประวัติศาสตร์ในภูมิภาคอื่นอย่างเช่นล้านนาหรือพื้นที่ภาคใต้น้อยมาก เรื่องเล่าลักษณะนี้อาจเป็นปัญหาและอาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้งอย่างกรณีสามจังหวัดชายแดนใต้

สำหรับนักเรียนที่อยากอ่านหนังสือประวัติศาสตร์นอกตำราเรียนกระทรวง เขาแนะนำ โฉมหน้าศักดินาไทย, ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอมและลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ฉบับสมบูรณ์ ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม, ชุมชนจินตกรรม และ กำเนิดสยามจากแผนที่

 

 

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. พิธีกรประกาศ​ว่า​มีข่าวลือว่า​นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะไม่ร่วมดีเบตกับนักเรียนเลวในกิจกรรม​ #หนูรู้หนูมันเลว แล้ว​ ด้านเวทีมีการแสดงมอบตำแหน่ง​ รมต.ศธ. ให้เจสสิก้า​ ผู้ได้ตำแหน่งจากเสียงนกหวีดและ​ผู้สนับสนุน​ KPPS จากนั้นจึงนำสแตนดี้ณัฏฐพลจากลายเส้นไข่แมวขึ้นเวที

 

 

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ณัฏฐา​ มหัทธนา​ หรือ "โบว์" นักเคลื่อนไหวทางสิทธิพลเมืองจากกลุ่มพลังมด ในฐานะผู้ปกครอง​ขึ้นปราศรัยเรื่องสิทธิ​เด็ก​ และสัญญา​ว่าต่อไปนี้เมื่อมี​ตำรวจหรือ​เจ้าหน้าที่รัฐ​ ไปคุกคามเด็กที่บ้าน​ เราพ่อแม่จะไม่ห้ามเขาแสดงออก​ จะไม่ทำเหมือนเสียงของเขาไม่มีความหมาย​ แต่จะชี้หน้า​ตำรวจว่าหยุดทำแบบนี้กับลูกของเรา​ และแจ้งความฐานคุกคามประชาชน

ณัฏฐา กล่าวว่ามาพูดในวันนี้ทั้งในฐานะนักต่อสู้ด้านสิทธิพลเมืองและแม่คนหนึ่ง ข้อเสนอของกลุ่มนักเรียน 3 ข้อ 1 เงื่อนไขนั้นเป็นการปฏิรูปการศึกษา ผู้ใหญ่คนไหนที่ไม่เอาด้วยก็นับว่าบ้าไปแล้ว สิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นอนุสัญญาด้านสิทธิที่ได้รับการลงนามมากที่สุดในโลกได้แบ่งสิทธิเด็กไว้ 4 หลัก ดังนี้

หนึ่ง การที่เด็กต้องมีสิทธิที่จะมีชีวิตอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ

สอง เด็กต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ การห้ามใช้แรงงานเด็กก็อยู่ในข้อนี้ การที่เราเห็นเด็กยังคงเดินขายพวงมาลัยตามสี่แยกคือหลักฐานความล้มเหลวที่เราเห็นจนชินตา

สาม สิทธิในการพัฒนาทั้งในและนอกห้องเรียน สิทธิที่จะได้เล่น กระทรวงศึกษาธิการมีบทบาทในเรื่องนี้

สี่ สิทธิในการแสดงออกในการมีส่วนร่วมทางสังคม และสิทธิที่จะถูกรับฟัง

หากเป็นที่รับรู้กันว่าเด็กมีสิทธินี้ ก็จะไม่มีเหตุการณ์ที่ครูกล้อมผมเด็กหรือล่วงละเมิดทางเพศเด็กแล้วยังไม่ได้ถูกให้ออกจากงาน แต่เพียงแค่ให้ถูกย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่น จะไม่มตำรวจที่ตามนักเรียนที่แสดงออกทางการเมืองไปถึงบ้าน เพราะตำรวจรู้ว่าเด็กมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองในการทำเช่นนั้น และที่สำคัญ จะไม่มีรัฐมนตรีที่ไม่กล้าออกมาเจอหน้าเด็ก (ต่อมา17.00 น. ณัฐพล ตกลงออกมาร่วมอภิปรายกับนักเรียนแล้ว)

ณัฏฐากล่าวต่อไปว่า เมื่อตอนเช้า รมว. กระทรวงศึกษาธิการได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวไปแล้ว เหมือนว่าจะรับข้อเสนอของนักเรียนว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการประเมินโรงเรียนให้เจาะจงนักเรียนเป็นตัวบุคคล รวมถึงให้มีการปฏิรูปการศึกษา ให้มีห้องเรียนสร้างสรรค์ การยกตัวอย่างจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียก็ดี แต่ลืมไปแล้วหรือไงว่าจะทำได้หรือไม่ในห้องเรียนที่มีนักเรียน 30-50 คน ในขณะที่เขามีนักเรียนห้องละราว 20 คน การเริ่มต้นนั้นถือว่าดีแล้ว แต่ควรใส่ใจในรายละเอียด

ต่อประเด็นที่ณัฐพลให้นักเรียนส่งข้อมูลเรื่องปัญหาด้านการศึกษาผ่านทางช่องทางออนไลน์ของกระทรวงนั้น ณัฏฐากล่าวว่าเป็นแนวคิดที่ผิดพลาด เพราะเดิมทีก็มีสายด่วน 1579 ของกระทรวงอยู่แล้ว แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ร้องเรียนไปแล้วไม่ได้อะไรเลย สิ่งที่ต้องเปลี่ยนในเรื่องนี้คือฐานคิดของกระทรวงที่จะตอบสนองต่อข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็วและจริงจัง

เธออยากให้สิทธิของเด็กเป็นวาระแห่งชาติ อยากให้การพูดถึงสิทธิของเด็กเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย เธอยกตัวอย่างของภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ นักกิจกรรม นักศึกษาจาก จ.ระยองที่ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจากการออกมาประท้วงและปราศรัย ด้วยข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เธอเล่าว่าไมค์เกิดในครอบครัวที่ยากจน เขาต้องเก็บขยะขาย สิ่งนี้ก็ละเมิดสิทธิเด็กแล้ว เมื่อโตมาเขาเรียนได้เกรด 4 ในโรงเรียนใกล้บ้าน แต่เมื่อย้ายไปโรงเรียนประจำอำเภอ เกรดลดเหลือราวๆ 2 นี่คือคุณภาพของการศึกษาที่ไม่เท่ากัน เมื่อออกมาเรียกร้องตามสิทธิ ก็ยังถูกคุกคามและถูกจับกุม เราอยู่ในประเทศแบบไหนที่การเรียกร้องประชาธิปไตยแล้วต้องเข้าคุก

ณัฏฐาทิ้งท้ายว่า อยากให้ครูและประชาชนกล้าที่จะลุกขึ้นมาพูดและดำเนินการกับครูที่ละเมิดและคุกคามสิทธิเด็ก  และอยากให้รัฐมนตรีจริงจังกับการแก้ปัญหาระบบการศึกษาทั้งระบบให้เอื้อกับการเข้าถึงสิทธิเด็กทั้ง 4

 

 

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มนักเรียนเป่านกหวีด​พร้อมตะโกนเรียกนายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาดีเบตตามนัด "ไม่ออกเสียหมา" เพราะเป็นผู้ใหญ่นัดไว้แล้วให้เด็กมารอ​

 

 

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเมื่อเวลาประมาณ 17.15 น. นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปรากฏ​ตัวหน้าประตูกระทรวง​ศึกษา​ธิการ​ ท่ามกลางการอารักขาของ​ รปภ.​ และตำรวจ​ ขณะที่เหล่านักเรียนตะโกนถามว่า "ทำไมมาสาย"

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์