กต.ตอบแอมเนสตี้ฯ ยัน รบ.ไม่ปิดกั้นชุมนุมหรือวิพากษ์การทำงาน - ทูตไทยแจง ม.112 มีไว้ปกป้องสถาบันกษัตริย์

โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผย กต.ตอบแอมเนสตี้ฯ ยัน รบ.ไม่ปิดกั้นชุมนุมหรือวิพากษ์การทำงาน ขณะที่บีบีซีไทยรายงาน ทูตไทยในอังกฤษชี้แจง ไฟแนนเชียลไทมส์ ม.112 มีไว้ปกป้องสถาบันกษัตริย์ เหมือนที่ประชาชนมีกฎหมายหมิ่นประมาท 

7 ก.ย.2563 จากกรณีที่สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกร่วมกันส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องทางการไทยยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมคดีเยาวชนปลดแอกทั้ง 31 คน ยุติการขัดขวางการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชนหรือปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งการรณรงค์นี้จะมีไปถึงวันที่ 21 ต.ค.นี้นั้น

วันนี้ (7 ก.ย.63) สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจง กรณีดังกล่าวว่า รัฐบาลมิได้ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกรวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและอนุญาตให้มีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยคำนึงถึงความสำคัญของสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย แต่ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ไทยเป็นภาคี

คำชี้แจงยังระบุอีกว่า อีกทั้งรัฐบาลสนับสนุนการใช้เสรีภาพในการแสดงออกที่สร้างสรรค์ ไม่ก้าวร้าวหรือมีลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น หรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลการชุมนุมให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ สำหรับกรณีการดำเนินคดีผู้ชุมนุมบางรายนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ละเมิดกฎหมาย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใดและผู้ถูกกล่าวหาสามารถต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

ทูตไทยแจง ม.112 มีไว้ปกป้องสถาบันกษัตริย์ เหมือนที่ ปชช.มี กม.หมิ่นประมาท

วันเดียวกัน (7 ก.ย.63) บีบีซีไทย รายงานด้วยว่า พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรเขียนจดหมายโต้บทความใน นสพ.ไฟแนนเชียลไทมส์ว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์คล้ายกับที่ประชาชนทั่วไปมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครอง

หลังจากจอห์น รีด ผู้สื่อข่าว นสพ.ไฟแนนเชียลไทมส์ ประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ เขียนบทความแสดงความคิดเห็นชื่อ "Tongues loosen as protesters break taboos around the Thai king" เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพูดถึงการที่คนไทยกล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ บีบีซีไทย https://www.bbc.com/thai/thailand-54058919

ไม่ใช้ 112 แต่ใช้ พ.ร.บ.คอมฯ และ 'กระบวนการนอก กม.' คุมตัว-ขู่ล้วงข้อมูล-ทำ MOU แทน

ประชาไทเคยรายงานไว้เมื่อปลายปี 2562 ว่า การดำเนินคดีด้วยกฎหมายมาตรา 112 ในช่วงที่ผ่านมาจากการแสดงความคิดเห็นแม้จะลดลง หรืออาจจะเรียกว่าไม่มีคดีใหม่เลย ทางหนึ่งอาจเป็นการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 หรือข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” แต่อีกกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ใช้จัดการกับผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหรือความเห็นที่ ‘ถูก’ เจ้าหน้าที่มองว่ากระทบต่อความมั่นคงหรือหมิ่นประมาทกษัตริย์ก็มีกระบวนการคุมตัว บังคับให้ข้อมูลและทำข้อตกลงหรือ MOU ที่ ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ติดตามประเด็นการละเมิดสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพการแสดงออก มองว่า ไม่ถือว่าอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย เพราะหากตามกฎหมายนั้นไม่ต้องทำความยินยอม เมื่อมีหมายจับหรือหมายเรียกก็ต้องปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมาย

ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อธิบายถึงกระบวนการนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือให้เซ็นชื่อยินยอมให้ข้อมูลที่ไม่ได้แจ้งผู้ถูกซักถามตั้งแต่แรก ทำให้คนเหล่านั้นไม่ทราบว่าสามารถปฏิเสธได้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนการมัดมือชกภายหลัง ซึ่งกระบวนการตามกฎหมายนั้นต้องมีหมายเรียก หมายจับ หมายค้น หรือต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหา ที่ไม่สามารถเอาตัวหรือเรียกว่าเชิญตัวไปคุยก่อน

รวมทั้งการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 แทน เช่น กรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ 'นิรนาม_' (@ssj_2475) ซึ่งมีผู้ติดตามในทวิตเตอร์จำนวน 140,000 การติดตาม ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อช่วงกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เหตุทวิตภาพและข้อความที่เกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 จนเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สายใจ คำจุลลา พนักงานสอบสวน ได้เรียกตัวผู้ใช้ทวิตเตอร์ “นิรนาม_” มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนมีการแจ้งพฤติการณ์ของข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากข้อความในทวิตเตอร์อีก 7 ข้อความ โดยที่ “นิรนาม” ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

ช่วงแรก 'นิรนาม_' ยังถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา 5 วัน 4 คืน และได้รับการประกันตัวหลังจากการยื่นประกันครั้งที่สามในศาลชั้นอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานไว้ด้วยว่าในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ระบุข้อกล่าวหาของคดีนี้ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  พ.ศ.2560 มาตรา 14 ว่า 

“จากพฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นการนำข้อความเท็จประกอบภาพรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ที่ผู้ต้องหาโพสต์หรือเผยแพร่ส่งต่อข้อความดังกล่าว เป็นการตัดต่อภาพประกอบอันเป็นเจตนาบิดเบือนที่มีลักษณะการเชื่อมโยงสถาบัน โดยเจตนากระทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักของประเทศที่ประชาชนสักการะ ด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ มีเจตนาทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย  จึงเป็นความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน, เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่ว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)”

ทั้งนี้ คดีของนิรนามเป็นที่จับตามองกันมากจากคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ซึ่งในวันที่ 20 ก.พ. 2563 #Saveนิรนาม ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง และในวันที่ 24 ก.พ. 2563 #Freeนิรนาม ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง และคืนก่อนวันรายงานตัว (3 มิ.ย. 63) ชาวทวิตเตอร์เริ่มใช้ #นิรนามต้องได้กลับมา  

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์